เผยบริการบน Internet ของ Google มี Code 2,000 ล้านบรรทัด นับเป็น 85TB

Rachel Potvin ผู้ดำรงตำแหน่ง Google Engineer Manager ได้ออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทีมพัฒนาของ Google ทีมต่างๆ ภายใน Google Internet Service อย่าง Gmail, Search, Maps และอื่นๆ เอาไว้ดังนี้

google_logo

  • มี Source Code 2,000 ล้านบรรทัด ใหญ่กว่า Microsoft Windows ราวๆ 40 เท่า ส่วน Linux นั้นมี Source Code ราวๆ 15 ล้านบรรทัด
  • Source Code มีขนาดรวมกัน 85TB แล้ววในปัจจุบัน
  • โค้ดทั้งหมดถูกจัดเก็บเอาไว้ในที่เดียว และเข้าถึงได้โดยวิศวกรทั่วโลกกว่า 25,000 คน โดยใช้ Version Control System ของตนเองที่มีชื่อว่า Piper
  • ในแต่ละวันมี Commit เกิดขึ้น 45,000 ครั้งใน Google

ทั้งนี้ Google เองก็มีแผนที่จะเปิด Open Source ระบบ Version Control System อยู่เพื่อให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถใช้งานได้ง่ายเช่นกัน โดยโครงการในปัจจุบันนี้เป็นการต่อยอดจาก Mercurial โดยมุ่งเน้นให้รองรับการจัดการ Source Code ขนาดใหญ่ได้

ที่มา: http://www.techworm.net/2015/09/2-billion-lines-of-code-for-googles-internet-services-and-its-all-in-one-place.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

สคส. ปักธง “องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชน” ยกระดับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล–รับมือภัยไซเบอร์ [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ “วาระสิทธิมนุษยชนดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน “แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน สคส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ที่มุ่งวางรากฐานให้องค์กรก้าวสู่ “องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน” ของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยี AI อาชญากรรมไซเบอร์ การละเมิดข้อมูล และความเสี่ยงด้านสิทธิในยุคดิจิทัล

ฟอร์ติเน็ตเผย องค์กรไทยเจอความซับซ้อนด้านไซเบอร์เพิ่มอีก ภัยคุกคาม AI มาเร็วเกินรับมือได้ทัน [PR]

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศผลการศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดย Forrester Consulting ซึ่งเผยให้เห็นว่า องค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความซับซ้อนด้านความปลอดภัยไซเบอร์และภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่เพิ่มสูงจนทำให้ไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ