- จาก AI Opportunity สู่โจทย์ใหม่ของ Security
- AI ที่ดีที่สุด อาจไปได้ไม่ไกล หาก Infrastructure ยังไม่พร้อม
- Secure the AI You Build. Govern the AI You Use.
- Quantum ยังไม่มา แต่ Encryption มีเวลาของมัน
- EXTEND Trust. AMPLIFY Intelligence.
- จาก Technology Readiness สู่ Business Competitiveness
- เกือบ 30 ปีของ MFEC ผ่านทุก Technology Shift ด้วย Trust

AI กำลังเปลี่ยนความสามารถขององค์กรอย่างรวดเร็ว จาก Technology ที่เคยช่วยวิเคราะห์หรือสร้าง Content ไปสู่ระบบที่สามารถเข้าถึง Data เชื่อมต่อ Application ทำงานกับ Business Process และตัดสินใจบางอย่างได้ด้วยตัวเอง
แต่ยิ่ง AI ทำอะไรได้มากขึ้น คำถามสำคัญขององค์กรก็ไม่ได้มีเพียงว่า “เราจะใช้ AI ให้เก่งขึ้นได้อย่างไร?”
แต่ต้องถามต่อว่า
Infrastructure พร้อมรองรับหรือยัง?
Security พร้อมรับ Attack Surface ใหม่หรือไม่?
Governance จะควบคุม AI อย่างไร?
และ Trust ที่องค์กรสร้างขึ้นในวันนี้ จะยังแข็งแกร่งพอสำหรับโลก Post-Quantum หรือไม่?
นี่คือโจทย์สำคัญที่ MFEC นำมาสู่ Cyber Sec Pro 3 ภายใต้แนวคิด “EXTEND Trust. AMPLIFY Intelligence.” เพื่อชวนผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรเทคโนโลยีมาร่วมกันมองว่า Technology Foundation แบบใดที่จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้เต็มศักยภาพ พร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่กำลังเปลี่ยนไปในเวลาเดียวกัน
จาก AI Opportunity สู่โจทย์ใหม่ของ Security

หากมองย้อนกลับไปจาก Cyber Sec Pro ครั้งที่ผ่านมา Landscape ของ IT เปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI
AI กำลังช่วยให้องค์กรเพิ่ม Productivity วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น สร้าง Automation และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ แต่ความสามารถเดียวกันนี้ไม่ได้อยู่ในมือขององค์กรเพียงฝ่ายเดียว
ฝั่งผู้โจมตีก็สามารถใช้ AI เพื่อช่วยค้นหาช่องโหว่ สร้างหรือปรับการโจมตี และเพิ่มความเร็วในการดำเนินงานได้เช่นกัน ขณะที่ AI ขององค์กรเองก็กลายเป็น Target ใหม่ และการใช้งาน AI ภายในองค์กรโดยไม่มี Governance ที่เหมาะสมยังสร้างความเสี่ยงจาก Misuse และ Shadow AI
จึงสามารถมองโจทย์ AI Security ได้ใน 3 มิติสำคัญ
AI as a Weapon — เมื่อ AI ถูกนำมาเพิ่มขีดความสามารถของผู้โจมตี
AI as a Target — เมื่อ Model, Agent, Data และระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายและ Attack Surface ใหม่
Shadow AI — เมื่อ AI ถูกนำมาใช้ภายในองค์กรนอกเหนือจากการกำกับดูแล จนอาจสร้างความเสี่ยงต่อ Data, Security และ Governance
สมการของ Cybersecurity จึงกำลังเปลี่ยนจาก Human vs. Human ไปสู่ Human + AI vs. Human + AI
และนั่นทำให้ Security ต้องสามารถทำงานด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกับ Technology ที่กำลังสร้างภัยคุกคามขึ้นมา
AI ที่ดีที่สุด อาจไปได้ไม่ไกล หาก Infrastructure ยังไม่พร้อม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจาก Cyber Sec Pro 3 คือ AI Strategy ไม่สามารถแยกออกจาก Infrastructure Strategy ได้
การนำ AI เข้าสู่ระดับ Enterprise ต้องอาศัยทั้ง Compute, GPU, Network, Cloud, Data, Storage และ Architecture ที่สามารถรองรับ AI Workload ได้อย่างเหมาะสม พร้อม Security ที่ถูกออกแบบเข้ามาตั้งแต่ Foundation
สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมจึงไม่ใช่เพียง Infrastructure ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับ AI แต่คือ AI-Ready & Secure Infrastructure — รากฐานที่พร้อมให้องค์กรนำ AI มาใช้งาน ขยายผล และเชื่อมต่อกับระบบสำคัญได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
ประเด็นนี้ถูกต่อยอดผ่านหลาย Session จาก Technology Partners ภายในงาน ตั้งแต่ Building an AI Ready & Secure Infrastructure, Code-to-Cloud Prevention, AI-Powered Enterprise Security ไปจนถึงการปกป้อง Entire AI Attack Surface
เพราะในโลก AI Security ไม่ควรถูกวางไว้เฉพาะปลายทาง แต่ต้องถูกคิดตั้งแต่ Code, Identity, Data, Cloud, Infrastructure, AI Model ไปจนถึง SOC
Secure the AI You Build. Govern the AI You Use.
เมื่อ AI เข้าไปอยู่ใน Core Business มากขึ้น AI Governance จึงไม่ใช่เรื่องของ Policy เพียงอย่างเดียว
องค์กรต้องรู้ว่า AI ใดกำลังถูกใช้งาน ใครสามารถเข้าถึงอะไร Data ประเภทใดสามารถส่งเข้า AI ได้ Agent ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการมากแค่ไหน และเมื่อ AI ตัดสินใจหรือดำเนินการบางอย่าง องค์กรสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่
โดยเฉพาะในยุค Agentic AI ที่ Identity และ Authorization ไม่ได้เป็นเรื่องระหว่าง “คนกับระบบ” เท่านั้นอีกต่อไป เพราะมนุษย์กำลังมอบ Credentials และ Authority บางส่วนให้ AI Agent ทำงานแทน
Trust จึงต้องพัฒนาไปพร้อมกับ AI
จากแนวคิด Zero Trust ที่องค์กรคุ้นเคย ไปสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับ Agentic Trust — เราจะกำหนดขอบเขต ตรวจสอบ และ Verify การกระทำของ AI Agent อย่างไร
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมี Security Control แต่คือการสร้าง Culture of Verification ให้เกิดขึ้นทั้งใน Technology, Process และ People
Quantum ยังไม่มา แต่ Encryption มีเวลาของมัน
ขณะที่ AI กำลังสร้างโจทย์ของวันนี้ อีก Technology หนึ่งกำลังตั้งคำถามกับ Trust ในระยะยาว นั่นคือ Quantum Computing
Cryptography เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของ Digital Trust ที่องค์กรใช้อยู่ทุกวัน ตั้งแต่การสื่อสาร การทำธุรกรรม ไปจนถึงการปกป้องข้อมูลสำคัญ
แต่การพัฒนาของ Quantum Computing ทำให้องค์กรต้องเริ่มพิจารณาว่า Public-Key Cryptography บางประเภทที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จะยังสามารถปกป้องข้อมูลได้เพียงพอในอนาคตหรือไม่
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงใน Cyber Sec Pro 3 จึงเป็นเรื่องของ Quantum Risk และการเตรียมความพร้อมด้าน Post-Quantum Cryptography (PQC) ก่อนที่ความเสี่ยงจะมาถึง
เพราะโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การคาดเดาว่า Q-Day จะเกิดขึ้นวันไหน เท่านั้น แต่คือคำถามว่า
เมื่อวันนั้นมาถึง ข้อมูลที่องค์กรเก็บและส่งอยู่ในวันนี้ ยังจำเป็นต้องเป็นความลับอยู่หรือไม่?
หากคำตอบคือ “ใช่” การเตรียม Post-Quantum Cryptography (PQC) จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้ Quantum Computer มีศักยภาพเพียงพอแล้วจึงเริ่มต้น
องค์กรควรเริ่มจากการทำความเข้าใจ Cryptographic Landscape ของตัวเอง สำรวจว่า Encryption ถูกใช้อยู่ที่ใด ข้อมูลใดจำเป็นต้องรักษาความลับในระยะยาว ระบบใดมีความสำคัญ และวาง Roadmap สำหรับการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม
เพราะ Trust ที่องค์กรสร้างขึ้นในวันนี้ ต้องพร้อมรับ Technology Landscape ของวันข้างหน้าด้วย
EXTEND Trust. AMPLIFY Intelligence.
นี่คือเหตุผลที่ MFEC เลือก EXTEND Trust. AMPLIFY Intelligence. เป็นแกนสำคัญของ Cyber Sec Pro 3
EXTEND Trust คือการขยาย Trust ให้ครอบคลุมโลก Technology ที่กำลังเปลี่ยนไป ตั้งแต่ Human, Data Infrastructure ไปจนถึง AI Agent และ Post-Quantum Security
ขณะที่ AMPLIFY Intelligence คือการนำ AI มาขยายขีดความสามารถของทั้ง Business และ Technology Operations ตั้งแต่การเพิ่ม Productivity ไปจนถึงการยกระดับ SOC และ Incident Response ให้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น
เมื่อสองสิ่งเดินไปพร้อมกัน Technology จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับลดความเสี่ยง แต่สามารถกลายเป็น Business Opportunity ได้
จาก Technology Readiness สู่ Business Competitiveness

สำหรับ MFEC เป้าหมายของ Cyber Sec Pro 3 จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การอัปเดต Technology Trend
แต่คือการช่วยให้องค์กรตอบคำถามสำคัญว่า Business กำลังจะไปที่ไหน Technology Foundation วันนี้พร้อมหรือไม่ และควรลงทุนหรือเตรียมอะไรเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ใน Technology Landscape ใหม่
ในฐานะ Strategic Technology & AI Enabler MFEC เดินหน้าสู่การเป็น AI-Native System Integrator ที่ไม่ได้มอง AI เป็น Solution แยกส่วน แต่เชื่อม Business เข้ากับ AI, Data, Infrastructure, Cloud, Network และ Cybersecurity เพื่อเปลี่ยน Technology Investment ให้เกิด Business Value ได้จริง
เพราะการเป็น AI-Native ไม่ได้หมายถึงการนำ AI ไปใส่ในทุกอย่าง แต่คือการเข้าใจว่า AI ควรสร้าง Value ตรงไหน Technology Foundation ต้องเปลี่ยนอย่างไร และ Trust ต้องถูกออกแบบอย่างไรเพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ
เกือบ 30 ปีของ MFEC ผ่านทุก Technology Shift ด้วย Trust

ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี MFEC ได้ทำงานเคียงข้างลูกค้าและพันธมิตร ผ่านการเปลี่ยนผ่านของ Technology มาแล้วหลายยุค จาก Infrastructure และ Architecture ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สู่วันนี้ที่ AI กำลังเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลง และสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายรูปแบบใหม่ให้กับ Business
ท่ามกลาง Technology ที่เปลี่ยนอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของ MFEC คือ Trust ความไว้วางใจจากลูกค้าและพันธมิตรที่ทำให้เราได้ร่วมกันพัฒนา Technology และก้าวผ่านทุกการเปลี่ยนแปลงมาจนถึงวันนี้
MFEC ขอขอบคุณลูกค้า ผู้บริหาร Speaker ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรเทคโนโลยีทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Cyber Sec Pro 3 และที่สำคัญคือความไว้วางใจและความร่วมมือที่มีให้ MFEC มาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 30 ปี
เพราะการพัฒนา Technology ไม่ได้สร้างเพียงความพร้อมให้กับแต่ละองค์กร
แต่ความพร้อมของแต่ละองค์กร เมื่อเชื่อมเข้าด้วยกัน จะกลายเป็น Technology Ecosystem ที่แข็งแกร่งขึ้นในระดับประเทศ
และนี่คือ Impact ที่ MFEC ต้องการเดินหน้าสร้างร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรต่อไป ทำให้ Technology ไม่ได้เป็นเพียงการวิ่งตามโลกที่กำลังเปลี่ยน แต่ช่วยให้ Business ไทยพร้อมแข่งขัน เติบโต และสร้างโอกาสใหม่ได้อย่างมั่นใจ
MFEC — Strategic Technology & AI Enabler
Building toward an AI-Native System Integrator.
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









