
- แอป My ENet รวบรวมบริการทั้งหมดสำหรับผู้ใช้บริการ การเปิดใช้ eSIM และการชำระเงินไว้บนแพลตฟอร์มเดียว พร้อมกระเป๋าเงินดิจิทัลในตัวที่จะปลดล็อกแหล่งรายได้ใหม่ให้กับ ENetริชาร์ดสัน, เท็กซัส, June 19, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟ ในวันนี้ได้ประกาศเปิดตัวแอป My ENet ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจรที่พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ให้บริการมัลติเซอร์วิสของกายอานา ENet แอปนี้รวบรวมบริการเสียงบนมือถือ, SMS, อินเทอร์เน็ตมือถือ, บรอดแบนด์, โทรศัพท์บ้าน และ IPTV เข้าไว้ในประสบการณ์ดิจิทัลเดียวที่ราบรื่นสำหรับลูกค้าทั้งรายบุคคลและองค์กรของ ENet โดยแทนที่แอปพลิเคชันหลายรายการที่แยกจากกันด้วยแพลตฟอร์มแบบบูรณาการเดียวที่ครอบคลุมการเริ่มต้นใช้งาน การบริการตนเอง การชำระเงิน และการเปิดใช้ eSIM ENet เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของกายอานา ให้บริการลูกค้ารายบุคคลและองค์กรทั่วประเทศด้วยบริการมือถือ บรอดแบนด์ โทรศัพท์พื้นฐาน และ IPTV การเปิดตัวแอป My ENet ถือเป็นหนึ่งในการรวมบริการดิจิทัลที่ครอบคลุมที่สุดโดยผู้ให้บริการในภูมิภาคแคริบเบียน ก่อนหน้านี้ ลูกค้าของ ENet ต้องสลับใช้งานหลายแอปจากแพลตฟอร์ม BSS ต่าง ๆ เพื่อจัดการบริการของตน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่กระจัดกระจาย และแอปใหม่นี้ได้ขจัดปัญหานั้นไปอย่างสิ้นเชิง ประสบการณ์ดิจิทัลแบบครบวงจรนี้มอบช่องทางดิจิทัลเพียงช่องทางเดียวให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน การเปิดใช้ eSIM การบริการตนเอง ระบบสะสมแต้มและรางวัล การชำระเงิน และการเพิ่มบริการผ่านร้านค้าดิจิทัลของ ENet Vishok Persaud ซีอีโอของ ENet กล่าวว่า “แอป My ENet ใหม่มอบประสบการณ์แบบบูรณาการที่เรียบง่ายให้กับลูกค้าของเรา พร้อมสร้างโอกาสสำหรับบริการดิจิทัลและนวัตกรรมในอนาคต ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของเรากับ Mavenir ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของ ENet ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลในกายอานา” จุดเด่นสำคัญของแอป My ENet คือกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนกลาง ซึ่งเป็นบัญชีเงินสดกลางบัญชีเดียวที่ครอบคลุมการใช้งานทุกบริการของ ENet นอกเหนือจากการชำระค่าบริการและการเติมเงิน กระเป๋าเงินดิจิทัลยังเป็นรากฐานให้ ENet สามารถประมวลผลการชำระเงินจากบุคคลที่สาม เปิดโอกาสสู่แหล่งรายได้ใหม่ในรูปแบบฟินเทคและความร่วมมือดิจิทัล แอปนี้พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Mavenir Digital Enablement (MDE) และส่งมอบแอปผ่านโมเดล Agile Delivery […]
- แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโดยเฉพาะ ช่วยให้สามารถให้บริการ AI แบบ Sovereign ภายในองค์กร มี SLM ที่พัฒนาโดยผู้ให้บริการเครือข่ายเอง ควบคุมการเข้าถึงโมเดล AI ระดับแนวหน้าด้วยนโยบายที่กำหนดไว้ และเสริมความปลอดภัย AI ตามหลัก Zero Trust ทั้งหมดนี้บนแพลตฟอร์มเดียวที่รองรับการคิดค่าบริการตามโทเค็นและการรับประกันคุณภาพการให้บริการริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, June 18, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ประกาศเปิดตัว Integrated AI Platform ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Red Hat เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างรายได้จาก AI ได้เช่นเดียวกับที่สร้างรายได้จากบริการข้อมูลในปัจจุบัน ผ่านรูปแบบการใช้งานที่คิดค่าบริการตามจำนวนโทเค็น โดยเรียกเก็บค่าบริการผ่านบิลค่าโทรศัพท์ พร้อมมอบการควบคุมอย่างเต็มรูปแบบในด้านการกำหนดราคา ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) และโมเดลที่ใช้ขับเคลื่อนทุกการโต้ตอบ Integrated AI Platform จะรองรับการดำเนินงานใน 3 รูปแบบ ได้แก่ บริการ AI ภายใต้แบรนด์ของผู้ให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการของตนเอง การเป็นชั้นโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับการติดตั้งใช้งาน AI Grid ของผู้ให้บริการ และการเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบบริหารจัดการที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอความสามารถด้าน AI แก่ลูกค้าองค์กรโดยคิดค่าบริการตามการใช้งานโทเค็น ด้วยการใช้ Red Hat AI เป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่รวบรวมความสามารถด้าน AI ซึ่งทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes ที่ขับเคลื่อนโดย Red Hat OpenShift ทำให้ Integrated AI Platform ของ Mavenir มอบสถาปัตยกรรมที่มีความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับอธิปไตยทางข้อมูลเป็นอันดับแรกแก่ผู้ให้บริการเครือข่าย แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้งานโมเดลที่ติดตั้งภายในองค์กรและ Small Language Models (SLM) ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งสามารถรองรับกรณีการใช้งานที่หลากหลาย ขณะเดียวกันยังได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อกับโมเดล AI ระดับแนวหน้าแบบคัดเลือกภายใต้การกำกับดูแลด้วยนโยบาย สำหรับงานที่ต้องการความสามารถด้านการให้เหตุผลขั้นสูง ผู้ให้บริการสามารถกำหนดได้ว่าโมเดลใดจะเป็นผู้ประมวลผลคำขอแต่ละรายการ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และจะเรียกเก็บค่าบริการในรูปแบบใด การสร้างรายได้จาก AI: โอกาสสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ตลาดบริการ AI […]
- Workvivo HQ ผสานการสื่อสาร องค์ความรู้ และพลังของ AI ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้พนักงานค้นหาคำตอบ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อกับองค์กรได้อย่างไร้รอยต่อคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์, June 18, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ในวันนี้ Workvivo by Zoom เปิดตัว Workvivo HQ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ดิจิทัล (Digital Headquarters) ที่สร้างขึ้นบนแนวคิด AI-Native โดยผสานรวมการสื่อสาร ความรู้ และการดำเนินงานเข้าไว้ด้วยกันในแพลตฟอร์มอัจฉริยะเดียว Workvivo HQ ออกแบบมาเพื่อรองรับพนักงานทุกกลุ่ม ตั้งแต่พนักงานด่านหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าไปจนถึงพนักงานในสำนักงาน จึงช่วยให้ทุกองค์กรทำงานทุกอย่างได้ในแพลตฟอร์มเดียว การเปิดตัว Workvivo HQ ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่องค์กรทั่วโลกกำลังลงทุนด้าน AI และมองหาแนวทางที่เชื่อถือได้ในการนำศักยภาพของ AI มาสู่พนักงานทุกคน ด้วยเทคโนโลยี AI ของ Zoom แพลตฟอร์มนี้เปรียบเสมือนสำนักงานใหญ่ดิจิทัลอัจฉริยะ ที่รวมทุกสิ่งที่พนักงานต้องใช้ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การเริ่มต้นวันทำงาน การค้นหาข้อมูล การดำเนินงาน ไปจนถึงการติดตามข่าวสาร ช่วยให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาสลับใช้งานหลายระบบ พร้อมนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เกิดผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้จริง “พนักงานทุกคนควรมีสำนักงานใหญ่ของตัวเอง” John Goulding ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Workvivo กล่าว “อนาคตของการทำงานไม่ใช่การมีอีกหนึ่งเครื่องมือ AI แต่คือประสบการณ์การทำงานที่การสื่อสาร ความรู้ และ AI หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ Workvivo HQ คือสำนักงานใหญ่ดิจิทัลสำหรับยุค AI ที่ช่วยให้พนักงานทุกคนค้นหาคำตอบ ลงมือทำงาน และเชื่อมต่อกับสิ่งสำคัญได้ในที่เดียว” ก้าวใหม่ของประสบการณ์พนักงาน: เมื่อการทำงานมี “บ้าน” ของตัวเอง การเปิดตัว Workvivo HQ ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญที่สุดของแพลตฟอร์ม Workvivo นับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Zoom ในปี 2023 และเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์พนักงานในยุค AI แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากแพลตฟอร์มที่เคยเน้นด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของพนักงาน ไปสู่การเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ ความรู้ […]
- เมืองบ็อน ประเทศเยอรมนี, June 16, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ผู้สร้างเครือข่ายมือถือแบบคลาวด์เนทีฟที่ทำงานด้วย AI ตั้งแต่ต้น ประกาศในวันนี้ว่า ทางบริษัทได้ขึ้นเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมระดับ Tier-1 รายแรกที่ผ่านการรับรอง BSI NESAS สำหรับฟังก์ชันเครือข่าย 5G Packet Core แล้ว ใบรับรองดังกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันว่าฟังก์ชันคลังข้อมูลเครือข่าย (Network Repository Function หรือ NRF) ของ Mavenir มีคุณสมบัติครบตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อนำใช้งานเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครือข่ายโทรคมนาคมสาธารณะของประเทศเยอรมนี Fabian Hodouschek ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายการตรวจรับรองจาก Federal Office for Information Security (BSI) กล่าวว่า "การออกใบรับรองความปลอดภัยทางไซเบอร์ BSI NESAS ฉบับแรกให้แก่ผู้ผลิต Mavenir ถือเป็นการมีส่วนร่วมที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายโทรคมนาคมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศเยอรมนี โดยใบรับรองที่ว่านี้ออกให้เป็นครั้งแรกสำหรับส่วนประกอบเครือข่าย 5G Core ที่สำคัญ ซึ่งใช้งานโดยผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ 5G สาธารณะรายต่างๆ ในประเทศเยอรมนี ใบรับรองเป็นเครื่องยืนยันว่าฟังก์ชันคลังข้อมูลเครือข่ายของ Mavenir รวมถึงกระบวนการพัฒนาและวงจรการใช้งานของฟังก์ชันดังกล่าว มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานของกรอบการทำงานด้านความปลอดภัย NESAS ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล เราจึงขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ Mavenir ในครั้งนี้ และขอชื่นชมความมุ่งมั่นของผู้ผลิตที่ต้องการขอรับการรับรองส่วนประกอบเครือข่ายแกนหลักที่สำคัญนี้เพื่อให้ตรงตามมาตรฐาน BSI NESAS" ความสำเร็จก้าวแรกนี้ของ Mavenir เป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลังจากที่เยอรมนีมีการบังคับใช้ข้อกำหนดเรื่องการตรวจรับรอง BSI NESAS ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 ตามกฎหมายด้านโทรคมนาคมของเยอรมนี (TKG) และกฎหมาย BSI (BSIG) ขณะนี้ Mavenir กำลังดำเนินการขอรับการรับรองผลิตภัณฑ์ Packet Core และ IMS ทั้งหมด โดยตั้งเป้าว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 การดำเนินการนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้งานสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ มีความปลอดภัย และเป็นแบบคลาวด์เนทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพในวงกว้าง Omar Shahdad […]
- O2 ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้ลูกค้าที่มีมีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถสนทนาทางโทรศัพท์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นการทดลองนี้ดำเนินการร่วมกับ Mavenir โดยสร้างโปรไฟล์การได้ยินเฉพาะบุคคลให้กับผู้เข้าร่วมแต่ละคน ทำให้เครือข่ายสามารถปรับปรุงคุณภาพการโทรได้โดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์เทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างราบรื่นอยู่ในเบื้องหลัง ช่วยลดปัญหาความหงุดหงิดในชีวิตประจำวันที่เกิดจากการฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์ได้ไม่ชัดเจน เรดดิ้ง สหราชอาณาจักร, June 11, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — O2 ได้ดำเนินการทดสอบแนวคิดโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงคุณภาพการสำหรับลูกค้าที่มีปัญหาความบกพร่องทางการได้ยิน ผู้ให้บริการได้ร่วมมือกับ Mavenir ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟ เพื่อทดสอบความสามารถของเทคโนโลยีที่ทำงานอย่างไร้รอยต่ออยู่เบื้องหลัง ผู้เข้าร่วมยังคงใช้โทรศัพท์และหมายเลขเดิมตามปกติ โดยมีเทคโนโลยีทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อปรับเสียงสนทนาให้เหมาะกับความต้องการด้านการได้ยินของแต่ละคนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การโทรมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมเริ่มจากการทำแบบทดสอบการได้ยินอัตโนมัติแบบสั้น ๆ ก่อน เพื่อระบุว่าพวกเขารับรู้ความถี่เสียงต่าง ๆ อย่างไร ข้อมูลนี้ถูกนำไปสร้างโปรไฟล์การได้ยินเฉพาะบุคคล ซึ่งเชื่อมโยงกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ได้อย่างปลอดภัย ทำให้เทคโนโลยีสามารถปรับการออกเสียงระหว่างการโทร ส่งผลให้การสนทนาชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายขึ้น แตกต่างจากฟีเจอร์การช่วยการเข้าถึงที่อยู่บนอุปกรณ์หรือแอปของบุคคลที่สาม การปรับคุณภาพเสียงนี้เกิดขึ้นภายในเครือข่ายของ O2 ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถโทรออกและรับสายได้ตามปกติ พร้อมได้รับประโยชน์จากเสียงที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น หลังจากการทดลอง ผู้เข้าร่วมเกือบ 90% รายงานว่าคุณภาพเสียงในการโทรดีขึ้น ทำให้การสนทนารู้สึกเข้าใจง่ายขึ้นและลดความเข้าใจผิดลง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังพบว่าการใช้ความพยายามในการฟังลดลง และประสบการณ์ในการโทรเป็นธรรมชาติมากขึ้น แม้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่การทดสอบแนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ทำงานบนเครือข่ายสามารถช่วยยกระดับการเข้าถึงและการสื่อสารในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้อย่างไร Mary Higgins มีภาวะหูหนวกอย่างรุนแรงและเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดสอบ กล่าวว่า “โดยปกติแล้วฉันรู้สึกว่าการโทรศัพท์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและสร้างความเครียด แม้จะใช้เครื่องช่วยฟังก็ตาม การโทรโดยไม่ใช้เครื่องช่วยฟังนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย การใช้เทคโนโลยีนี้เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะฉันได้ยินอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง และไม่ต้องคอบขอให้คนอื่นพูดซ้ำอีกต่อไป” Jorge Ribeiro ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายหลักของ Virgin Media O2 กล่าวว่า “สำหรับหลายคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน การโทรศัพท์อาจเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบากและสร้างความหงุดหงิด การทดลองครั้งนี้มุ่งใช้ศักยภาพอัจฉริยะภายในเครือข่ายของเราเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การโทร โดยไม่ต้องให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานใด ๆ เรารู้สึกยินดีกับผลลัพธ์เบื้องต้นจากการทดสอบแนวคิดนี้ และตื่นเต้นที่จะสำรวจต่อว่าเทคโนโลยีลักษณะนี้จะช่วยสนับสนุนบริการที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับลูกค้าของเราในอนาคตได้อย่างไร” Brandon Larson รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจคลาวด์, AI และ IMS ของ Mavenir กล่าวว่า “เครือข่ายหลักเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับการสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ และการส่งมอบมูลค่าใหม่ให้กับลูกค้า ความร่วมมือของเรากับ Virgin Media O2 ในการปรับปรุงประสบการณ์การโทรสำหรับลูกค้าที่มีความบกพร่องทางการได้ยินถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้” เกี่ยวกับ MavenirMavenir ช่วยสร้างเครือข่ายอัจฉริยะ อัตโนมัติ และตั้งโปรแกรมได้เกิดขึ้นได้จริง ผ่านการพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์ที่เน้นโทรคมนาคมเป็นหลัก ทำงานบนคลาวด์ และออกแบบโดยใช้ AI […]
- แคมปัสไซเบอร์จายา ผนวกรวมมาเลเซียเข้าสู่เครือข่ายระดับโลกของ Digital Realty ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งระบบ AI และภาระงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล บนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อถึงกันได้ (จากซ้ายไปขวา) Wan Murdani รองประธานอาวุโส Malaysia Digital Economy Corporation (MDEC); Zuaida Abdullah รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการพัฒนาการลงทุน Malaysian Investment Development Authority (MIDA); YB Gobind Singh Deo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล; Serene Nah กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Digital Realty; Billy Lee ประธานกรรมการบริษัท CSF Advisers Sdn Bhd และที่ปรึกษาประจำประเทศมาเลเซียของ Digital Realty; และ Govind Choudhary ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้และอินเดียของ Digital Realty ในพิธีเปิดการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในมาเลเซีย ณ ไซเบอร์จายา กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย, June 09, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Digital Realty (NYSE: DLR) แพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางด้านคลาวด์และผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศจัดตั้งแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลในมาเลเซียในวันนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในแผนการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาและขยายขีดความสามารถของศูนย์ข้อมูลในมาเลเซียให้มีขนาดประมาณ 32 เมกะวัตต์ (MW) พร้อมทั้งบูรณาการมาเลเซียเข้ากับแพลตฟอร์มระดับโลกของบริษัท ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการเชื่อมต่อโครงข่าย ความสามารถในการปรับตัว รวมถึงความสามารถในการขยายระบบ ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ได้รับการเฉลิมฉลองในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก YB Gobind Singh Deo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลแห่งมาเลเซีย, Ms. Zuaida Abdullah รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการพัฒนาการลงทุน Malaysian Investment Development Authority (MIDA), Wan Murdani รองประธานอาวุโส Malaysia Digital […]
- ความร่วมมือที่คว้ารางวัลใหญ่มาได้นี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่พลิกวงการ: การเปิดใช้งาน eSIM พุ่งสูงขึ้นจาก 2% เป็น 94% ในระยะเวลา 6 เดือน และจำนวนผู้ใช้บริการแบบชำระเงินยังเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอีกด้วยริชาร์ดสัน, เท็กซัสและวอเทอร์ลู, ออนแทรีโอ, June 09, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นผู้สร้างเครือข่ายมือถือ และ TextNow หนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายแบบไม่มีค่าใช้จ่ายที่รองรับด้วยโฆษณารายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้จับมือกันคว้ารางวัล "Best MVNO and Industry Collaboration" จากงานประกาศรางวัล MVNOs World Awards ที่จัดขึ้นที่อัมสเตอร์ดัม รางวัลนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมือกันของทั้งสองบริษัทที่ได้ร่วมกันพลิกโฉมหน้าการควบคุมสิทธิ์แบบเรียลไทม์สำหรับการให้บริการมือถือแบบ Freemium, แบบให้บริการฟรี แลกกับการแสดงโฆษณา และแบบจ่ายเงินในระดับขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา TextNow ให้บริการผู้ใช้งานประจำแบบรายเดือนมากกว่า 10 ล้านคน โดยมีผู้ใช้งานหลายคนที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการใช้บริการไปมาระหว่างแบบ Freemium, แบบใช้บริการฟรี แลกกับการแสดงโฆษณา แบบกำหนดเวลา และแบบจ่ายเงินได้อย่างลื่นไหลภายในวันเดียวกัน การรักษาระดับความยืดหยุ่นที่รองรับการขยายตัว และการควบคุมจัดการบริการแบบเรียลไทม์ที่มีความสม่ำเสมอ จำเป็นต้องอาศัยรูปแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรม MVNO ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง การรวม BSS ที่มีการผสานรวมระบบ, ระบบคิดค่าบริการแบบรวม (CCS), เครือข่ายหลัก (Core), Packet Core และ IMS ของ Mavenir เข้าด้วยกันเป็น Unified Control Plane เป็นการยกระดับ CCS จากเดิมที่เป็นแค่ระบบหลังบ้านด้านบัญชีและการคิดค่าบริการ ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้งานที่ควบคุมพฤติกรรมเครือข่ายได้แบบเรียลไทม์ ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้งาน ซึ่งรวมถึงการโต้ตอบกับโฆษณา, การเปิดใช้งาน SIM, การอัปเกรดแผน และการใช้โควต้าจะได้รับการจัดการในเครือข่ายโดยทันที โดยที่ไม่ต้องกระทบยอดด้วยตนเอง และไม่ต้องรอรอบเวลาเพื่ออัปเดตข้อมูลข้ามระบบอีกต่อไป ผลทางธุรกิจที่เกิดขึ้นนั้นพลิกโฉมวงการไปอย่างสิ้นเชิง: การเปิดใช้งาน eSIM พุ่งสูงขึ้นจาก 2% เป็น 94% ของของการเปิดใช้งานใหม่ทั้งหมดภายในเวลาเพียง 6 เดือนหลังเปิดตัว ในขณะที่จำนวนผู้ใช้งานเครือข่ายไร้สายแบบจ่ายเงินได้เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว CEO ของ TextNow – Derek […]
- นวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์, June 07, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Yuno แพลตฟอร์มตลาดการคาดการณ์ที่กำลังเติบโต ซึ่งมุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกสำหรับการซื้อขายตามเหตุการณ์และการมีส่วนร่วมทางสังคม ได้ให้ข้อมูลที่ปรับปรุงเป็นปัจจุบันของบริษัทในวันนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จครั้งสำคัญที่บรรลุก่อนการเปิดตัว รวมถึงการขยายทีมผู้นำ ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ตลาดต่างประเทศ และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎระเบียบ ข้อมูลที่ปรับปรุงเป็นปัจจุบันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตทั่วโลกที่เร่งตัวขึ้นในตลาดการคาดการณ์ ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่ดึงดูดผู้ซื้อขายรายย่อย ความสนใจจากสถาบัน ผู้มีส่วนร่วมในสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ชมกระแสหลักที่แสวงหารูปแบบใหม่ของการค้นหาข้อมูลเชิงลึกและการซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ Yuno กำลังพัฒนาสิ่งที่ฝ่ายบริหารอธิบายว่าเป็นระบบนิเวศตลาดการคาดการณ์ยุคถัดไป ซึ่งออกแบบมาเพื่อรวมสัญญาอ้างอิงเหตุการณ์ การมีส่วนร่วมทางสังคม โครงสร้างพื้นฐานตลาดที่ขับเคลื่อนโดยผู้สร้าง และประสบการณ์การซื้อขายแบบเรียลไทม์ไว้ในแพลตฟอร์มเดียวที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการขยายตัวในระดับสากล บริษัทเชื่อว่าตลาดการคาดการณ์ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำไปใช้ทั่วโลก แม้ภาคส่วนนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา "ตลาดการคาดการณ์กำลังพัฒนาจากผลิตภัณฑ์อินเทอร์เน็ตเฉพาะกลุ่มไปสู่หมวดหมู่ทางการเงินใหม่" Sigmund Holtz ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Yuno กล่าว "เราเชื่อว่าผู้ใช้ต้องการประสบการณ์ที่ผสานการมีส่วนร่วมในตลาด การค้นพบข้อมูล การมีส่วนร่วมทางสังคม และชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อย ๆ เรามุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับพฤติกรรมเหล่านั้นในวงกว้าง" เสริมความแข็งแกร่งให้ทีมผู้นำด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัว Yuno ได้ขยายทีมผู้นำและขีดความสามารถในการดำเนินงานผ่านการเพิ่มบุคลากรระดับอาวุโสและที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานของตลาดแลกเปลี่ยน ตลาดการคาดการณ์ ระบบการเติบโต และการดำเนินงานตลาด บริษัทเพิ่งเพิ่มสมาชิกทีมระดับอาวุโสและผู้ก่อตั้งหลายรายที่มีภูมิหลังครอบคลุมองค์กรต่าง ๆ รวมถึง Binance โดยนำประสบการณ์ด้านการดำเนินงานจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดบางแห่งของโลกเข้ามาเสริม ฝ่ายบริหารเชื่อว่าการผสานความเชี่ยวชาญด้านตลาดแลกเปลี่ยน สภาพคล่อง ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตนี้ ช่วยวางตำแหน่งให้ Yuno สามารถเร่งการดำเนินงานด้านผลิตภัณฑ์ พร้อมกับสร้างระบบการดำเนินงานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับสากล สร้างตลาดการคาดการณ์ด้วยหลักการโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขาย โดยแก่นหลักแล้ว Yuno ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานตลาดตามเหตุการณ์ ซึ่งผู้ใช้สามารถมีส่วนรับกับผลลัพธ์ในสภาพแวดล้อมจริงผ่านการกำหนดราคาแบบไดนามิกที่ขับเคลื่อนโดยตลาด สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มของ Yuno กำลังได้รับการพัฒนาโดยอิงกับกลไกการค้นหาราคาตามตลาด ซึ่งมุ่งสนับสนุนสภาพคล่องที่ลึกขึ้น การปรับราคาที่เร็วขึ้น และการมีส่วนร่วมที่กว้างขึ้นในตลาดหลายหมวดหมู่ โดยต่างจากระบบการคาดการณ์แบบดั้งเดิมที่มีการกำหนดราคาจากศูนย์กลาง อินเทอร์เฟซของบริษัทกำลังสร้างขึ้นตามหลักการที่ให้ความสำคัญกับการซื้อขายเป็นอันดับแรก โดยเน้น: • การกำหนดราคาตลาดแบบเรียลไทม์• โครงสร้างพื้นฐานสมุดคำสั่งซื้อขายแบบสด• การสร้างสัญญาที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์• การมีส่วนร่วมในตลาดเชิงสังคม• ระบบคาดการณ์โดยชุมชน• เครื่องมือค้นพบตลาด• กลไกการมีส่วนร่วมที่ขับเคลื่อนด้วยชื่อเสียง ฝ่ายบริหารเชื่อว่าผู้เข้าร่วมตลาดในปัจจุบันคาดหวังโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานคล้ายระบบซื้อขายทางการเงินมากขึ้น และคล้ายผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมน้อยลงเรื่อย ๆ การพัฒนาเลเยอร์ทางสังคมสำหรับตลาดตามเหตุการณ์ หนึ่งในปัจจัยสร้างความแตกต่างหลักของผลิตภัณฑ์ Yuno คือเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่บริษัทวางแผนไว้ แพลตฟอร์มนี้กำลังสร้างฟังก์ชันชุมชนแบบบูรณาการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้พูดคุยเกี่ยวกับตลาด เผยแพร่มุมมอง สร้างชื่อเสียงด้านการซื้อขายต่อสาธารณะ และเข้าร่วมระบบคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน Yuno เชื่อว่าตลาดตามเหตุการณ์ก่อให้เกิดการสนทนา […]
- รายงาน 2026 State of Developer Adoption Report ของ Instruqt ซึ่งดำเนินการเก็บข้อมูลโดย SlashData พบว่า ห้องปฏิบัติการแบบลงมือปฏิบัติจริงช่วยให้นักพัฒนามีโอกาสเข้าสู่ระดับการทำงานที่มีประสิทธิภาพภายในสองเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 50%อัมสเตอร์ดัม, June 03, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Instruqt แพลตฟอร์มการนำไปใช้แบบลงมือปฏิบัติจริงที่บริษัทซอฟต์แวร์ใช้ในการเริ่มต้นใช้งานให้แก่นักพัฒนา ลูกค้า และผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า ได้เผยแพร่รายงานประจำปีของบริษัทในวันนี้ ได้แก่ The State of Developer Adoption ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานอิสระฉบับแรกที่แสดงให้เห็นว่าทีมการตลาด ฝ่ายขาย และทีมการศึกษากำลังรับมือต่อช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างความเร็วในการเปิดตัวฟีเจอร์ AI กับความเร็วที่ลูกค้าสามารถนำฟีเจอร์เหล่านั้นไปใช้ได้จริงอย่างไร รายงานฉบับนี้ดำเนินการเก็บข้อมูลโดย SlashData ในปี 2026 จากผู้ปฏิบัติงานด้านการตลาด ฝ่ายขาย และการให้ความรู้แก่นักพัฒนาจำนวน 424 รายในบริษัทซอฟต์แวร์ในอเมริกาเหนือ พบว่า 92% ของผู้ตอบแบบสำรวจเผชิญกับความท้าทายสำคัญอย่างน้อยหนึ่งประการในการผลักดันให้นักพัฒนานำไปใช้ สาเหตุที่มีการกล่าวถึงมากที่สุดชี้ให้เห็นว่าเป็นปัญหาด้านการดำเนินงาน ไม่ใช่ปัญหาด้านผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างทีม (27%) ความซับซ้อนของเทคโนโลยี (26%) และความยากในการรักษาความถูกต้องของเนื้อหาในขณะที่ผลิตภัณฑ์มีการเปิดตัวทุกสัปดาห์ (25%) ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในผลลัพธ์ระหว่างองค์กรที่ใช้ประสบการณ์การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง องค์กรที่ใช้ห้องปฏิบัติการแบบลงมือปฏิบัติจริงมีแนวโน้มสูงขึ้นประมาณ 50% ที่จะรายงานว่านักพัฒนาเข้าสู่ระดับการทำงานที่มีประสิทธิภาพภายในสองเดือน เมื่อเทียบกับองค์กรที่ไม่ได้ใช้ "ความเร็วของนวัตกรรม AI ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่บริษัทซอฟต์แวร์มองเรื่องการนำไปใช้โดยพื้นฐาน" Adriaan Knapen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Instruqt กล่าว "องค์กรต่าง ๆ มีเวลาน้อยลงกว่าที่เคยในการช่วยให้ลูกค้าเข้าใจ ประเมิน และนำความสามารถใหม่ ๆ ไปใช้ ก่อนที่นวัตกรรมระลอกถัดไปจะมาถึง บริษัทที่ก้าวนำหน้าไม่ใช่บริษัทที่เปิดตัวฟีเจอร์มากกว่า แต่เป็นบริษัทที่ค้นพบวิธีจัดให้ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย และฝ่ายการให้ความรู้ทำงานสอดประสานกันผ่านประสบการณ์แบบลงมือปฏิบัติจริงชุดเดียวที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริง" ช่องว่างด้านการนำไปใช้กลายเป็นช่องว่างด้านการดำเนินงานแล้วในขณะนี้ รายงานฉบับนี้นำเสนอให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในวิธีที่บริษัทซอฟต์แวร์ B2B จำเป็นต้องดำเนินงาน ฝ่ายการตลาดจัดทำชุดสาธิตหนึ่งชุด ฝ่ายขายจัดทำอีกชุดสำหรับการพิสูจน์แนวคิด ฝ่ายการให้ความรู้จัดทำขึ้นใหม่อีกครั้งสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน ทุกครั้งที่มีการส่งต่องาน บริบทก็สูญหาย ทุกครั้งที่มีการเปิดตัว เนื้อหาก็เสียหาย และลูกค้าทุกรายต้องเริ่มต้นใหม่ ทีมที่สามารถปรับกระบวนการดังกล่าวให้เป็นประสบการณ์แบบลงมือปฏิบัติจริงชุดเดียวที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ คือทีมที่เปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้กลายเป็นการนำ AI ไปใช้จริง […]
- แพลตฟอร์มเชิงปฏิบัติของ Instruqt มอบสภาพแวดล้อม Vertex AI ที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับผู้เข้าร่วมแต่ละราย ซึ่งถือเป็นการสาธิตรูปแบบการดำเนินงานแบบใหม่เพื่อช่วยลดช่องว่างในการนำ AI มาปรับใช้ในระดับงานประชุมขนาดใหญ่อัมสเตอร์ดัม, May 26, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Instruqt ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์แบบลงมือปฏิบัติจริงที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำอย่าง MongoDB, Elastic, Google และ SUSE ได้ประกาศในวันนี้ว่า ทีม Google Cloud Security ได้เลือกใช้แพลตฟอร์ม Instruqt เพื่อฝึกอบรมบุคลากรผู้ปฏิบัติงานกว่า 150 ราย เกี่ยวกับขีดความสามารถของ Agentic AI ภายในงาน Google Next 2026 เซสชันนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า Agentic SOC Experience ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน Agentic AI ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการจัดขึ้น ณ งานประชุมระดับอุตสาหกรรมชั้นนำในปีนี้ ด้วยการใช้งาน Instruqt ผู้เข้าร่วมได้สร้างสภาพแวดล้อม Google Cloud Vertex AI ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยลงมือสร้าง Agent ของตนเองขึ้นจากศูนย์ และสำรวจขีดความสามารถด้าน Agentic ของ Google ภายในสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox ที่แยกตัวออกมาอย่างอิสระ แทนที่จะเป็นเพียงการรับชมการสาธิตผ่านสไลด์นำเสนอเท่านั้น "ในด้านของ AI นั้น Instruqt ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะช่วยให้เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อม Vertex แบบเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้เข้าร่วมแต่ละคนขึ้นมาใช้งาน" Keith Manville วิศวกรฝ่าย Pre-Sales ในทีมดูแลลูกค้าของ Google Cloud Security ซึ่งเป็นผู้นำการบรรยายในครั้งนี้กล่าว "ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจว่า Agent คืออะไร ฟีเจอร์พื้นฐานต่างๆ ที่เราสร้างฝังไว้ใน Agent มีอะไรบ้าง และจะใช้งานฟีเจอร์เหล่านั้นได้อย่างไร ทุกคนเรียนรู้แตกต่างกันไป เนื่องจากเทคโนโลยีมีความซับซ้อน หากคุณไม่เคยเห็นมาก่อน คุณจะไม่รู้เลยว่าจะต้องคลิกตรงไหนหรือต้องทำอย่างไร Instruqt ช่วยให้เรานำพาผู้ใช้งานก้าวผ่านเส้นทางการเรียนรู้วิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ […]
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






