
- ดาวเทียม EDC-08 ได้ขึ้นสู่อวกาศพร้อมภารกิจ Transporter-17 ของ SpaceX ในขณะที่ EarthDaily เผยแพร่ภาพถ่ายชุดแรกจากดาวเทียม EDC-02 ถึง EDC-07 โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปลายปีนี้แวนคูเวอร์, บริติชโคลัมเบีย, July 10, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ EarthDaily ได้ประกาศความสำเร็จในการติดต่อกับดาวเทียม EDC-08 ได้เป็นครั้งแรกหลังจากที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศพร้อมภารกิจ Transporter-17 ของ SpaceX เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นภารกิจการปล่อยดาวเทียมครั้งที่ 3 ของกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ทำให้ระบบมีจำนวนดาวเทียมครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ดาวเทียม EDC-08 นั้นติดตั้งกล้องบันทึกภาพจำนวน 16 ตัวที่สามารถเก็บข้อมูลได้ละเอียดถึง 22 ช่วงแสง เหมือนกับดาวเทียมดวงอื่นๆ ในกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ซึ่งช่วยให้ระบบมีช่วงสเปกตรัมที่ลึกและมีขีดความสามารถในการถ่ายภาพมากพอที่จะรองรับการวัดค่าที่สม่ำเสมอและนำมาเปรียบเทียบกันได้ในทุกภูมิภาค ทุกฤดูกาล และทุกช่วงเวลา การประกาศความสำเร็จนี้นับเป็นการต่อยอดจากการส่งดาวเทียม EDC-02 ถึง EDC-07 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบและเริ่มส่งภาพถ่ายชุดแรกกลับมาแล้ว ภาพถ่ายดังกล่าวได้รับการเผยแพร่พร้อมกับการประกาศในวันนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของดาวเทียมหลายๆ ดวงตั้งแต่เนิ่นๆ Don Osborne ประธานกรรมการบริหารของ EarthDaily กล่าวไว้ว่า “การที่ EDC-08 ขึ้นสู่วงโคจรและสามารถติดต่อสื่อสารได้เป็นครั้งแรกถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรตามแผนของ EarthDaily Constellation” "ขณะนี้มีดาวเทียมจำนวน 8 ดวงที่อยู่ในวงโคจร โดย 7 ดวงอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบ และเริ่มส่งภาพถ่ายชุดแรกกลับมาจากภารกิจการปล่อยดาวเทียมเมื่อเดือนพฤษภาคมแล้ว แสดงให้เห็นว่าระบบทั้งหมดทำงานได้ดีตามที่คาดไว้" ภาพถ่ายที่เพิ่งเผยแพร่ให้รับชมสดๆ ร้อนๆ นี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation สามารถให้ข้อมูลที่สม่ำเสมอและมีรายละเอียดในระดับที่ถูกต้องตามที่ได้รับการออกแบบมา แม้ยังต้องดำเนินการปรับเทียบและตรวจสอบความถูกต้องต่อไป แต่ภาพถ่ายที่ได้ก็แสดงให้เห็นว่าดาวเทียมหลายดวงมีส่วนช่วยในระบบการวัดค่าทั่วไปที่สร้างขึ้นเพื่อการตรวจสอบพื้นที่เป็นวงกว้างได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมถึงการวิเคราะห์ซ้ำได้ในทุกระดับ โดยใช้ AI และการเรียนรู้ของเครื่อง Osborne กล่าวเสริมอีกว่า “กลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อมอบข้อมูลที่มีความสม่ำเสมอ” "ความแปรปรวนของสภาพบรรยากาศ, มุมมอง (Viewing Geometry) […]
- หลังจากพัฒนามานานถึง 5 ปี Autheo ได้ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการแบบกระจายศูนย์บน Mainnet อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ยอดการใช้งานบนเครือข่ายทดสอบสาธารณะพุ่งทะลุ 1.8 ล้านวอลเล็ต มีการติดตั้งสมาร์ตคอนแทร็กต์เกือบ 1 ล้านสัญญา และมีการทำธุรกรรมสูงถึง 8.8 ล้านรายการเชอริแดน รัฐไวโอมิง, July 01, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ในวันนี้ Autheo ได้ประกาศเปิดตัว Mainnet ของระบบปฏิบัติการแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นเลเยอร์การประสานงานที่ช่วยให้ Web, Web3, เอเจนต์ AI และแอปพลิเคชันคริปโตทำงานร่วมกันได้แบบเนทีฟ พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยยุคหลังควอนตัมสำหรับอัตลักษณ์ดิจิทัล โทเคน สมาร์ตคอนแทร็กต์ และ agentic AI เลเยอร์ประสานงานที่อินเทอร์เน็ตไม่เคยมีมาก่อน ภูมิทัศน์ของบล็อกเชนในปัจจุบันยังคงมีความกระจัดกระจาย กล่าวคือ Web2, Web3, เอเจนต์ AI และแอปพลิเคชันคริปโตไม่สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเนทีฟ ขณะที่บริดจ์ข้ามเชนทำงานอยู่เพียงในเลเยอร์การเชื่อมต่อเท่านั้น Autheo เข้ามาส่งมอบเลเยอร์สำหรับการประสานงานและเลเยอร์การดำเนินการ ที่ซึ่งบริการบนเว็บ เครือข่ายบล็อกเชน และเอเจนต์ AI สามารถประสานงานร่วมกันได้โดยกำเนิดบนระบบอัตลักษณ์ การรับส่งข้อความ และการประมวลผล โดยมีเลเยอร์ความน่าเชื่อถือและอัตลักษณ์บนเครือข่ายที่ต้านทานควอนตัม คอยเป็นรากฐานความปลอดภัยให้แก่ agentic AI “เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างแค่เครือข่ายอื่นขึ้นมาอีกเครือข่ายหนึ่ง” Scott Bayless กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง Autheo กล่าว “แต่เราตั้งเป้าที่จะค้นหาความสัมพันธ์ที่เหมาะสมระหว่างเครือข่ายต่าง ๆ ที่เรามีอยู่แล้วในปัจจุบัน” ร่างกายประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ มากมาย เมืองหนึ่งประกอบด้วยอาชีพหลากหลาย อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันก็ประกอบขึ้นจากระบบมากมาย ซึ่งต่างคนต่างทำหน้าที่ของตน โดยไม่มีระบบใดที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกันเป็นหนึ่งเดียว ทว่า Mainnet ที่เปิดใช้งานแล้วในเวลานี้ Autheo จะทำหน้าที่เป็นเลเยอร์ที่ช่วยให้ทั้งเว็บ เครือข่ายบล็อกเชน และเอเจนต์ AI สามารถทำงานร่วมกันได้ในที่สุด” ก่อตั้งโดยผู้ร่วมงานที่ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน Autheo ก่อตั้งขึ้นใน กรกฎาคม 2021 โดย Todd Mortenson และ Scott Bayless โดยตัวระบบถูกสร้างขึ้นบนรากฐานทางสถาปัตยกรรม 4 ประการ […]
- กลุ่มบริษัทผู้อยู่เบื้องหลัง Shop Circle เปิดตัว Circeus ในฐานะแบรนด์บริษัทโฮลดิ้งของกลุ่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนการลงทุนในหุ้นทุนรอบใหม่จาก EBRD Shop Circle ยังคงดำเนินงานในฐานะแผนกซอฟต์แวร์เพื่อการค้าปลีกและการพาณิชย์ของกลุ่มบริษัทต่อไป การลงทุนในครั้งนี้จะเร่งการปรับใช้ AI ในบริษัททั้งหมดที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมทั้งให้เงินทุนสำหรับการเดินหน้าต่อในการเข้าซื้อกิจการธุรกิจซอฟต์แวร์ที่เป็นแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน ลอนดอน, June 29, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Circeus บริษัทโฮลดิ้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลักสำหรับซอฟต์แวร์ที่สำคัญต่อภารกิจอย่างยิ่งยวด ประกาศเปิดตัวในวันนี้พร้อมกับการลงทุนในหุ้นทุนจากธนาคารเพื่อการบูรณะและการพัฒนาแห่งยุโรป (EBRD) โดยมีนักลงทุนรายอื่น ๆ เข้าร่วมด้วย การเปิดตัวนี้ถือเป็นการแนะนำ Circeus ในฐานะแบรนด์บริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มบริษัท โดยสะท้อนให้เห็นถึงพอร์ตโฟลิโอซอฟต์แวร์แบบ B2B ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มบริษัทดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันด้วยการฝังเทคโนโลยี AI ไว้ในทุกส่วน การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยขยายขีดความสามารถด้านวิศวกรรม AI ส่วนกลางของกลุ่มบริษัท และสนับสนุนการเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง บริษัทโฮลดิ้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก Circeus ได้เข้าซื้อกิจการมาแล้ว 18 ครั้งในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา และให้บริการธุรกิจมากกว่า 200,000 แห่งทั่วโลก กลุ่มบริษัทกำลังขยายตัวพร้อมมีกำไร และมีรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้มากกว่ารายได้ในช่วงสองปีก่อนหน้ารวมกัน โดยคาดว่าการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมจะแล้วเสร็จในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากกลยุทธ์สู่ผลลัพธ์ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา AI ได้เปลี่ยนผ่านจากการทดลองไปสู่การปรับใช้เป็นวงกว้างทั่วทั้งพอร์ตโฟลิโอ ปัจจุบันเห็นได้อย่างชัดเจนในผลการดำเนินงาน: สัดส่วนยอดการจองใหม่สุทธิเติบโตในระดับเลขสองหลัก โดยขับเคลื่อนด้วยคุณสมบัติที่ใช้ AIระบบอัตโนมัติในการสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าพุ่งสูงถึงประมาณ 80% ในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ผลิตภาพของนักพัฒนาเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ผ่านกระบวนการทำงานที่มี AI ช่วยเหลือ ผลลัพธ์เหล่านี้เกิดขึ้นสอดคล้องกันในหลายธุรกิจ โดยแสดงให้เห็นถึงโมเดลที่สามารถทำซ้ำได้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ EBITDA หลังการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งมากกว่าที่จะเป็นเพียงความสำเร็จที่เกิดขึ้นแค่เฉพาะจุด โมเดลการเติบโตแบบต่อยอดโดยมี AI เป็นระบบปฏิบัติการ Circeus เติบโตผ่านโมเดลที่สามารถทำซ้ำได้ นั่นคือการเลือกเข้าซื้อกิจการธุรกิจซอฟต์แวร์ แล้วนำธุรกิจเหล่านั้นมาเชื่อมต่อกับขีดความสามารถด้าน AI ส่วนกลาง โดยสร้างเอเจนต์และทักษะต่าง ๆ ขึ้นมาเพียงครั้งเดียว แล้วสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกบริษัทที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ Circeus ฝังเทคโนโลยี AI ลงในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปโดยระบบอัตโนมัติ […]
- โครงการ MeeC ได้รับการยกย่องว่าประหยัดพลังงานได้มากถึง 65% ในเครือข่ายหลัก 5G ของ Deutsche Telekomบอนน์ ประเทศเยอรมนี, June 27, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir บริษัทซอฟต์แวร์ผู้สร้างเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบโดยมี AI เป็นแกนหลัก ประกาศในวันนี้ว่าได้รับรางวัล Deutsche Telekom Partner of the Year ในสาขา Best Network Innovation รางวัลนี้มอบโดยผู้บริหารระดับสูงของ Deutsche Telekom ในงาน Telekom Campus Fair 2026 รางวัลนี้ตอกย้ำบทบาทสำคัญของ Mavenir ในโครงการริเริ่ม Most Energy Efficient Core (MeeC) ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับเรือธงกับ Deutsche Telekom ที่พัฒนาบน Horizontal TelCo Cloud ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมคลาวด์ของบริษัทที่เป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม MeeC ได้กำหนดนิยามใหม่ให้กับประสิทธิภาพพลังงานของเครือข่าย 5G Core โดยลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 65% ในช่วงเวลาที่มีปริมาณการใช้งานต่ำ ขณะเดียวกันยังคงรักษาประสิทธิภาพและคุณภาพบริการไว้ได้โดยไม่ลดหย่อน MeeC ซึ่งเปิดตัวในปี 2025 ใช้การวิเคราะห์ปริมาณการรับส่งข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงและการเพิ่มประสิทธิภาพภาระงานเชิงคาดการณ์ เพื่อระบุและขจัดความสิ้นเปลืองพลังงานในฟังก์ชัน 5G Core โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของเครือข่ายหรือคุณภาพการบริการ โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญในเชิงพาณิชย์ในสภาพแวดล้อมเครือข่ายการใช้งานจริง Pardeep Kohli ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mavenir กล่าวว่า "การได้รับรางวัล Deutsche Telekom's Partner Award ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับทีมงาน Mavenir ทั้งหมด MeeC แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงสิ่งที่เป็นไปได้เมื่อสถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟ ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI และความร่วมมือที่แท้จริงมาผสานรวมกัน เครือข่ายที่ยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายในอนาคต แต่เป็นความจริงในการปฏิบัติงาน และเราภูมิใจที่ได้ช่วยให้ Deutsche Telekom พิสูจน์สิ่งนี้ในระดับขนาดใหญ่ รางวัล Telekom […]
- กรอบการทำงานแบบหลายเอเจนต์ที่สอดคล้องกับ TM Forum IG1251/IG1453 ซึ่งเรียนรู้จากความเชี่ยวชาญของ NOC เพื่อส่งมอบระบบอัตโนมัติแบบวงปิดที่ปรับขนาดได้ในเครือข่ายหลายผู้จำหน่ายและหลายโดเมน AI ตรวจจับ วินิจฉัย แนะนำ และแก้ไขปัญหาเครือข่ายได้เร็วขึ้น ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของผู้ให้บริการและเปิดทางสู่การปฏิบัติการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ ริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, June 23, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟ ประกาศในวันนี้ถึง Agentic Service Assurance Framework ของบริษัท ซึ่งเป็นระบบหลายเอเจนต์ที่สอดคล้องกับ TM Forum IG1251/IG1453 และทำให้การปฏิบัติการเครือข่ายที่ซับซ้อนในหลายโดเมนเป็นระบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนทดแทนระบบเดิม กรอบการทำงานนี้จับคู่ Intent Orchestrator เข้ากับระบบนิเวศแบบเอเจนต์หลายชั้น ซึ่ง AI ช่วยตรวจจับ วินิจฉัย แนะนำ และแก้ไขความขัดข้องของเครือข่ายได้เร็วขึ้น ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของผู้ให้บริการอย่างวัดผลได้ และเร่งเส้นทางสู่การปฏิบัติการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ การปฏิบัติการเครือข่ายในโดเมน 5G แบบคลาวด์เนทีฟ และ IP มีค่าใช้จ่ายสูง กระจัดกระจาย และยากต่อการบริหารจัดการมากขึ้นเมื่อขยายขนาด ระบบรับประกันบริการส่งสัญญาณเตือน แต่แทบไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงได้ วิศวกรที่มีประสบการณ์เกษียณอายุไป พร้อมนำความรู้ขององค์กรที่สั่งสมมาหลายทศวรรษไปด้วย สภาพแวดล้อมแบบหลายผู้จำหน่ายสร้างข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในไซโล ซึ่งไม่มีเครื่องมือใดเพียงเครื่องมือเดียวสามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กันได้ เครื่องมือ AI ที่วิเคราะห์และประมวลผลจากโมเดลข้อมูลแบบคงที่เพียงอย่างเดียว ไม่อาจตอบโจทย์หรือปิดช่องว่างนี้ได้ คำตอบของ Mavenir อยู่ที่สถาปัตยกรรม กล่าวคือ กรอบการทำงานหลายชั้นและหลายเอเจนต์ที่เรียนรู้จากวิธีการปฏิบัติการเครือข่ายจริง และทำให้สิ่งที่วิศวกรผู้เชี่ยวชาญทำเป็นอัตโนมัติ แกนหลักของกรอบการทำงานนี้คือเอนจิน Intent Ops ซึ่งเป็นระบบที่สังเกตวิธีการทำงานจริงของทีม NOC เรียนรู้รูปแบบเบื้องหลังการแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จ และแปลงเวิร์กโฟลว์ของมนุษย์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วให้เป็นเทมเพลตระบบอัตโนมัติที่ทำซ้ำได้ อธิบายได้ และมีกลไกควบคุมในตัว Intent Ops จะเก็บรวบรวมความเชี่ยวชาญขององค์กรอย่างต่อเนื่องจากการปฏิบัติการจริงของ NOC และจากทีมผู้จำหน่ายภายนอก โดยเผยแพร่ระบบอัตโนมัติที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปยังแค็ตตาล็อกการประสานงานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากแนวทางที่วิเคราะห์หรือประมวลผลจากโมเดลข้อมูลแบบคงที่เท่านั้น ทุกเวิร์กโฟลว์จะได้รับการตรวจสอบเทียบกับเกณฑ์พื้นฐานของมนุษย์ก่อนดำเนินการแบบอัตโนมัติ ผลลัพธ์คือ เครือข่ายทำงานบนองค์ความรู้ที่ดีที่สุดของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ภาพข้อมูล ณ จุดเวลาใดจุดเวลาหนึ่งที่หยุดนิ่งขององค์ความรู้นั้น กรอบการทำงานนี้ช่วยส่งมอบการเฝ้าติดตามข้ามโดเมน การเชื่อมโยงข้อมูลโดยคำนึงถึงบริบท และการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงข้ามโดเมนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกเฉพาะโดเมน พร้อมการแก้ไขแบบวงปิดบนผลิตภัณฑ์ของ Mavenir การผสานรวมกับเอเจนต์ AI […]
- แอป My ENet รวบรวมบริการทั้งหมดสำหรับผู้ใช้บริการ การเปิดใช้ eSIM และการชำระเงินไว้บนแพลตฟอร์มเดียว พร้อมกระเป๋าเงินดิจิทัลในตัวที่จะปลดล็อกแหล่งรายได้ใหม่ให้กับ ENetริชาร์ดสัน, เท็กซัส, June 19, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟ ในวันนี้ได้ประกาศเปิดตัวแอป My ENet ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจรที่พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ให้บริการมัลติเซอร์วิสของกายอานา ENet แอปนี้รวบรวมบริการเสียงบนมือถือ, SMS, อินเทอร์เน็ตมือถือ, บรอดแบนด์, โทรศัพท์บ้าน และ IPTV เข้าไว้ในประสบการณ์ดิจิทัลเดียวที่ราบรื่นสำหรับลูกค้าทั้งรายบุคคลและองค์กรของ ENet โดยแทนที่แอปพลิเคชันหลายรายการที่แยกจากกันด้วยแพลตฟอร์มแบบบูรณาการเดียวที่ครอบคลุมการเริ่มต้นใช้งาน การบริการตนเอง การชำระเงิน และการเปิดใช้ eSIM ENet เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของกายอานา ให้บริการลูกค้ารายบุคคลและองค์กรทั่วประเทศด้วยบริการมือถือ บรอดแบนด์ โทรศัพท์พื้นฐาน และ IPTV การเปิดตัวแอป My ENet ถือเป็นหนึ่งในการรวมบริการดิจิทัลที่ครอบคลุมที่สุดโดยผู้ให้บริการในภูมิภาคแคริบเบียน ก่อนหน้านี้ ลูกค้าของ ENet ต้องสลับใช้งานหลายแอปจากแพลตฟอร์ม BSS ต่าง ๆ เพื่อจัดการบริการของตน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่กระจัดกระจาย และแอปใหม่นี้ได้ขจัดปัญหานั้นไปอย่างสิ้นเชิง ประสบการณ์ดิจิทัลแบบครบวงจรนี้มอบช่องทางดิจิทัลเพียงช่องทางเดียวให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน การเปิดใช้ eSIM การบริการตนเอง ระบบสะสมแต้มและรางวัล การชำระเงิน และการเพิ่มบริการผ่านร้านค้าดิจิทัลของ ENet Vishok Persaud ซีอีโอของ ENet กล่าวว่า “แอป My ENet ใหม่มอบประสบการณ์แบบบูรณาการที่เรียบง่ายให้กับลูกค้าของเรา พร้อมสร้างโอกาสสำหรับบริการดิจิทัลและนวัตกรรมในอนาคต ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของเรากับ Mavenir ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของ ENet ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลในกายอานา” จุดเด่นสำคัญของแอป My ENet คือกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนกลาง ซึ่งเป็นบัญชีเงินสดกลางบัญชีเดียวที่ครอบคลุมการใช้งานทุกบริการของ ENet นอกเหนือจากการชำระค่าบริการและการเติมเงิน กระเป๋าเงินดิจิทัลยังเป็นรากฐานให้ ENet สามารถประมวลผลการชำระเงินจากบุคคลที่สาม เปิดโอกาสสู่แหล่งรายได้ใหม่ในรูปแบบฟินเทคและความร่วมมือดิจิทัล แอปนี้พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Mavenir Digital Enablement (MDE) และส่งมอบแอปผ่านโมเดล Agile Delivery […]
- แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโดยเฉพาะ ช่วยให้สามารถให้บริการ AI แบบ Sovereign ภายในองค์กร มี SLM ที่พัฒนาโดยผู้ให้บริการเครือข่ายเอง ควบคุมการเข้าถึงโมเดล AI ระดับแนวหน้าด้วยนโยบายที่กำหนดไว้ และเสริมความปลอดภัย AI ตามหลัก Zero Trust ทั้งหมดนี้บนแพลตฟอร์มเดียวที่รองรับการคิดค่าบริการตามโทเค็นและการรับประกันคุณภาพการให้บริการริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, June 18, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ประกาศเปิดตัว Integrated AI Platform ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Red Hat เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างรายได้จาก AI ได้เช่นเดียวกับที่สร้างรายได้จากบริการข้อมูลในปัจจุบัน ผ่านรูปแบบการใช้งานที่คิดค่าบริการตามจำนวนโทเค็น โดยเรียกเก็บค่าบริการผ่านบิลค่าโทรศัพท์ พร้อมมอบการควบคุมอย่างเต็มรูปแบบในด้านการกำหนดราคา ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) และโมเดลที่ใช้ขับเคลื่อนทุกการโต้ตอบ Integrated AI Platform จะรองรับการดำเนินงานใน 3 รูปแบบ ได้แก่ บริการ AI ภายใต้แบรนด์ของผู้ให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการของตนเอง การเป็นชั้นโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับการติดตั้งใช้งาน AI Grid ของผู้ให้บริการ และการเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบบริหารจัดการที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอความสามารถด้าน AI แก่ลูกค้าองค์กรโดยคิดค่าบริการตามการใช้งานโทเค็น ด้วยการใช้ Red Hat AI เป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่รวบรวมความสามารถด้าน AI ซึ่งทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes ที่ขับเคลื่อนโดย Red Hat OpenShift ทำให้ Integrated AI Platform ของ Mavenir มอบสถาปัตยกรรมที่มีความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับอธิปไตยทางข้อมูลเป็นอันดับแรกแก่ผู้ให้บริการเครือข่าย แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้งานโมเดลที่ติดตั้งภายในองค์กรและ Small Language Models (SLM) ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งสามารถรองรับกรณีการใช้งานที่หลากหลาย ขณะเดียวกันยังได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อกับโมเดล AI ระดับแนวหน้าแบบคัดเลือกภายใต้การกำกับดูแลด้วยนโยบาย สำหรับงานที่ต้องการความสามารถด้านการให้เหตุผลขั้นสูง ผู้ให้บริการสามารถกำหนดได้ว่าโมเดลใดจะเป็นผู้ประมวลผลคำขอแต่ละรายการ ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และจะเรียกเก็บค่าบริการในรูปแบบใด การสร้างรายได้จาก AI: โอกาสสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ตลาดบริการ AI […]
- Workvivo HQ ผสานการสื่อสาร องค์ความรู้ และพลังของ AI ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้พนักงานค้นหาคำตอบ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อกับองค์กรได้อย่างไร้รอยต่อคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์, June 18, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ในวันนี้ Workvivo by Zoom เปิดตัว Workvivo HQ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ดิจิทัล (Digital Headquarters) ที่สร้างขึ้นบนแนวคิด AI-Native โดยผสานรวมการสื่อสาร ความรู้ และการดำเนินงานเข้าไว้ด้วยกันในแพลตฟอร์มอัจฉริยะเดียว Workvivo HQ ออกแบบมาเพื่อรองรับพนักงานทุกกลุ่ม ตั้งแต่พนักงานด่านหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าไปจนถึงพนักงานในสำนักงาน จึงช่วยให้ทุกองค์กรทำงานทุกอย่างได้ในแพลตฟอร์มเดียว การเปิดตัว Workvivo HQ ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่องค์กรทั่วโลกกำลังลงทุนด้าน AI และมองหาแนวทางที่เชื่อถือได้ในการนำศักยภาพของ AI มาสู่พนักงานทุกคน ด้วยเทคโนโลยี AI ของ Zoom แพลตฟอร์มนี้เปรียบเสมือนสำนักงานใหญ่ดิจิทัลอัจฉริยะ ที่รวมทุกสิ่งที่พนักงานต้องใช้ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การเริ่มต้นวันทำงาน การค้นหาข้อมูล การดำเนินงาน ไปจนถึงการติดตามข่าวสาร ช่วยให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาสลับใช้งานหลายระบบ พร้อมนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เกิดผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้จริง “พนักงานทุกคนควรมีสำนักงานใหญ่ของตัวเอง” John Goulding ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Workvivo กล่าว “อนาคตของการทำงานไม่ใช่การมีอีกหนึ่งเครื่องมือ AI แต่คือประสบการณ์การทำงานที่การสื่อสาร ความรู้ และ AI หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ Workvivo HQ คือสำนักงานใหญ่ดิจิทัลสำหรับยุค AI ที่ช่วยให้พนักงานทุกคนค้นหาคำตอบ ลงมือทำงาน และเชื่อมต่อกับสิ่งสำคัญได้ในที่เดียว” ก้าวใหม่ของประสบการณ์พนักงาน: เมื่อการทำงานมี “บ้าน” ของตัวเอง การเปิดตัว Workvivo HQ ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญที่สุดของแพลตฟอร์ม Workvivo นับตั้งแต่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Zoom ในปี 2023 และเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์พนักงานในยุค AI แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากแพลตฟอร์มที่เคยเน้นด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของพนักงาน ไปสู่การเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ ความรู้ […]
- เมืองบ็อน ประเทศเยอรมนี, June 16, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ผู้สร้างเครือข่ายมือถือแบบคลาวด์เนทีฟที่ทำงานด้วย AI ตั้งแต่ต้น ประกาศในวันนี้ว่า ทางบริษัทได้ขึ้นเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมระดับ Tier-1 รายแรกที่ผ่านการรับรอง BSI NESAS สำหรับฟังก์ชันเครือข่าย 5G Packet Core แล้ว ใบรับรองดังกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันว่าฟังก์ชันคลังข้อมูลเครือข่าย (Network Repository Function หรือ NRF) ของ Mavenir มีคุณสมบัติครบตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อนำใช้งานเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครือข่ายโทรคมนาคมสาธารณะของประเทศเยอรมนี Fabian Hodouschek ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายการตรวจรับรองจาก Federal Office for Information Security (BSI) กล่าวว่า "การออกใบรับรองความปลอดภัยทางไซเบอร์ BSI NESAS ฉบับแรกให้แก่ผู้ผลิต Mavenir ถือเป็นการมีส่วนร่วมที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายโทรคมนาคมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศเยอรมนี โดยใบรับรองที่ว่านี้ออกให้เป็นครั้งแรกสำหรับส่วนประกอบเครือข่าย 5G Core ที่สำคัญ ซึ่งใช้งานโดยผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ 5G สาธารณะรายต่างๆ ในประเทศเยอรมนี ใบรับรองเป็นเครื่องยืนยันว่าฟังก์ชันคลังข้อมูลเครือข่ายของ Mavenir รวมถึงกระบวนการพัฒนาและวงจรการใช้งานของฟังก์ชันดังกล่าว มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานของกรอบการทำงานด้านความปลอดภัย NESAS ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล เราจึงขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ Mavenir ในครั้งนี้ และขอชื่นชมความมุ่งมั่นของผู้ผลิตที่ต้องการขอรับการรับรองส่วนประกอบเครือข่ายแกนหลักที่สำคัญนี้เพื่อให้ตรงตามมาตรฐาน BSI NESAS" ความสำเร็จก้าวแรกนี้ของ Mavenir เป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลังจากที่เยอรมนีมีการบังคับใช้ข้อกำหนดเรื่องการตรวจรับรอง BSI NESAS ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 ตามกฎหมายด้านโทรคมนาคมของเยอรมนี (TKG) และกฎหมาย BSI (BSIG) ขณะนี้ Mavenir กำลังดำเนินการขอรับการรับรองผลิตภัณฑ์ Packet Core และ IMS ทั้งหมด โดยตั้งเป้าว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 การดำเนินการนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้งานสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ มีความปลอดภัย และเป็นแบบคลาวด์เนทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพในวงกว้าง Omar Shahdad […]
- O2 ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้ลูกค้าที่มีมีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถสนทนาทางโทรศัพท์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นการทดลองนี้ดำเนินการร่วมกับ Mavenir โดยสร้างโปรไฟล์การได้ยินเฉพาะบุคคลให้กับผู้เข้าร่วมแต่ละคน ทำให้เครือข่ายสามารถปรับปรุงคุณภาพการโทรได้โดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์เทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างราบรื่นอยู่ในเบื้องหลัง ช่วยลดปัญหาความหงุดหงิดในชีวิตประจำวันที่เกิดจากการฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์ได้ไม่ชัดเจน เรดดิ้ง สหราชอาณาจักร, June 11, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — O2 ได้ดำเนินการทดสอบแนวคิดโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงคุณภาพการสำหรับลูกค้าที่มีปัญหาความบกพร่องทางการได้ยิน ผู้ให้บริการได้ร่วมมือกับ Mavenir ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟ เพื่อทดสอบความสามารถของเทคโนโลยีที่ทำงานอย่างไร้รอยต่ออยู่เบื้องหลัง ผู้เข้าร่วมยังคงใช้โทรศัพท์และหมายเลขเดิมตามปกติ โดยมีเทคโนโลยีทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อปรับเสียงสนทนาให้เหมาะกับความต้องการด้านการได้ยินของแต่ละคนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การโทรมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมเริ่มจากการทำแบบทดสอบการได้ยินอัตโนมัติแบบสั้น ๆ ก่อน เพื่อระบุว่าพวกเขารับรู้ความถี่เสียงต่าง ๆ อย่างไร ข้อมูลนี้ถูกนำไปสร้างโปรไฟล์การได้ยินเฉพาะบุคคล ซึ่งเชื่อมโยงกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ได้อย่างปลอดภัย ทำให้เทคโนโลยีสามารถปรับการออกเสียงระหว่างการโทร ส่งผลให้การสนทนาชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายขึ้น แตกต่างจากฟีเจอร์การช่วยการเข้าถึงที่อยู่บนอุปกรณ์หรือแอปของบุคคลที่สาม การปรับคุณภาพเสียงนี้เกิดขึ้นภายในเครือข่ายของ O2 ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถโทรออกและรับสายได้ตามปกติ พร้อมได้รับประโยชน์จากเสียงที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น หลังจากการทดลอง ผู้เข้าร่วมเกือบ 90% รายงานว่าคุณภาพเสียงในการโทรดีขึ้น ทำให้การสนทนารู้สึกเข้าใจง่ายขึ้นและลดความเข้าใจผิดลง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังพบว่าการใช้ความพยายามในการฟังลดลง และประสบการณ์ในการโทรเป็นธรรมชาติมากขึ้น แม้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่การทดสอบแนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ทำงานบนเครือข่ายสามารถช่วยยกระดับการเข้าถึงและการสื่อสารในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้อย่างไร Mary Higgins มีภาวะหูหนวกอย่างรุนแรงและเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดสอบ กล่าวว่า “โดยปกติแล้วฉันรู้สึกว่าการโทรศัพท์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและสร้างความเครียด แม้จะใช้เครื่องช่วยฟังก็ตาม การโทรโดยไม่ใช้เครื่องช่วยฟังนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย การใช้เทคโนโลยีนี้เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะฉันได้ยินอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง และไม่ต้องคอบขอให้คนอื่นพูดซ้ำอีกต่อไป” Jorge Ribeiro ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายหลักของ Virgin Media O2 กล่าวว่า “สำหรับหลายคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน การโทรศัพท์อาจเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบากและสร้างความหงุดหงิด การทดลองครั้งนี้มุ่งใช้ศักยภาพอัจฉริยะภายในเครือข่ายของเราเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การโทร โดยไม่ต้องให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานใด ๆ เรารู้สึกยินดีกับผลลัพธ์เบื้องต้นจากการทดสอบแนวคิดนี้ และตื่นเต้นที่จะสำรวจต่อว่าเทคโนโลยีลักษณะนี้จะช่วยสนับสนุนบริการที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับลูกค้าของเราในอนาคตได้อย่างไร” Brandon Larson รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจคลาวด์, AI และ IMS ของ Mavenir กล่าวว่า “เครือข่ายหลักเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับการสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ และการส่งมอบมูลค่าใหม่ให้กับลูกค้า ความร่วมมือของเรากับ Virgin Media O2 ในการปรับปรุงประสบการณ์การโทรสำหรับลูกค้าที่มีความบกพร่องทางการได้ยินถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้” เกี่ยวกับ MavenirMavenir ช่วยสร้างเครือข่ายอัจฉริยะ อัตโนมัติ และตั้งโปรแกรมได้เกิดขึ้นได้จริง ผ่านการพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์ที่เน้นโทรคมนาคมเป็นหลัก ทำงานบนคลาวด์ และออกแบบโดยใช้ AI […]
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









