
- แพลตฟอร์มเชิงปฏิบัติของ Instruqt มอบสภาพแวดล้อม Vertex AI ที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับผู้เข้าร่วมแต่ละราย ซึ่งถือเป็นการสาธิตรูปแบบการดำเนินงานแบบใหม่เพื่อช่วยลดช่องว่างในการนำ AI มาปรับใช้ในระดับงานประชุมขนาดใหญ่อัมสเตอร์ดัม, May 26, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Instruqt ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์แบบลงมือปฏิบัติจริงที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำอย่าง MongoDB, Elastic, Google และ SUSE ได้ประกาศในวันนี้ว่า ทีม Google Cloud Security ได้เลือกใช้แพลตฟอร์ม Instruqt เพื่อฝึกอบรมบุคลากรผู้ปฏิบัติงานกว่า 150 ราย เกี่ยวกับขีดความสามารถของ Agentic AI ภายในงาน Google Next 2026 เซสชันนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า Agentic SOC Experience ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน Agentic AI ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการจัดขึ้น ณ งานประชุมระดับอุตสาหกรรมชั้นนำในปีนี้ ด้วยการใช้งาน Instruqt ผู้เข้าร่วมได้สร้างสภาพแวดล้อม Google Cloud Vertex AI ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยลงมือสร้าง Agent ของตนเองขึ้นจากศูนย์ และสำรวจขีดความสามารถด้าน Agentic ของ Google ภายในสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox ที่แยกตัวออกมาอย่างอิสระ แทนที่จะเป็นเพียงการรับชมการสาธิตผ่านสไลด์นำเสนอเท่านั้น "ในด้านของ AI นั้น Instruqt ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะช่วยให้เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อม Vertex แบบเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้เข้าร่วมแต่ละคนขึ้นมาใช้งาน" Keith Manville วิศวกรฝ่าย Pre-Sales ในทีมดูแลลูกค้าของ Google Cloud Security ซึ่งเป็นผู้นำการบรรยายในครั้งนี้กล่าว "ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจว่า Agent คืออะไร ฟีเจอร์พื้นฐานต่างๆ ที่เราสร้างฝังไว้ใน Agent มีอะไรบ้าง และจะใช้งานฟีเจอร์เหล่านั้นได้อย่างไร ทุกคนเรียนรู้แตกต่างกันไป เนื่องจากเทคโนโลยีมีความซับซ้อน หากคุณไม่เคยเห็นมาก่อน คุณจะไม่รู้เลยว่าจะต้องคลิกตรงไหนหรือต้องทำอย่างไร Instruqt ช่วยให้เรานำพาผู้ใช้งานก้าวผ่านเส้นทางการเรียนรู้วิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ […]
- ความสำเร็จครั้งสำคัญในการย้ายไปสู่ IMS บน AWS เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ผู้ให้บริการกำลังเปลี่ยนฐานสมาชิกโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังโซลูชัน IMS ระดับ Web-Scale ของ Mavenir ริชาร์ดสัน เท็กซัส, May 18, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir บริษัทซอฟต์แวร์ที่สร้างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Cloud-Native และออกแบบโดยมี AI เป็นแกนหลัก ประกาศในวันนี้ว่า Telefónica Germany ได้ย้ายกลุ่มลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 100,000 รายแรกไปยังบริการเสียง 4G/5G บนโซลูชัน IMS แบบ Cloud-Native ของ Mavenir ซึ่งสร้างบน Amazon Web Services (AWS) Cloud ได้สำเร็จแล้ว ขณะนี้ Telefónica Germany เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายแรกในยุโรปที่ปรับใช้ความสามารถดังกล่าวกับสมาชิกที่ใช้งานจริงในระบบคลาวด์สาธารณะ ความสำเร็จครั้งสำคัญในการโยกย้ายนี้บรรลุผลในไตรมาส 1 ปี 2026 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเปลี่ยนผ่านระยะหลายปี ซึ่งครอบคลุมทั้งเครือข่าย IMS โทรศัพท์ประจำที่และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้สัญญาขยายระยะเวลาแบบหลายปีที่ประกาศร่วมกับ Telefónica Germany ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Mavenir ได้เริ่มการตรวจสอบยืนยันอย่างครอบคลุมในห้องปฏิบัติการ ก่อนที่จะย้ายบริการเสียง 4G/5G ของผู้ให้บริการในเยอรมนีจาก IMS แบบเวอร์ชวลไลซ์ (vIMS) ของ Mavenir ไปยังแพลตฟอร์ม IMS แบบ Cloud-Native ของ Mavenir ทั้งสองบริษัทกำลังพัฒนากรอบการทำงานอัตโนมัติที่ครอบคลุม ซึ่งคาดว่าจะช่วยปรับปรุงการดำเนินงานให้คล่องตัวและเร่งการส่งมอบคุณสมบัติใหม่และการอัปเดตต่าง ๆ ในระหว่างปี 2026 Mavenir คาดว่าจะย้ายลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มแรกจำนวนไม่กี่ล้านรายไปยังโซลูชันใหม่ที่ทำงานบน AWS Cloud การย้ายระบบทั้งหมดมีกำหนดในปีหน้า โดยทุกไซต์จะปรับใช้โดยใช้ระบบอัตโนมัติ Matthias Sauder ผู้ดูแลด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อแบบครบวงจรที่ Telefónica Germany แสดงความคิดเห็นว่า "ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเครือข่ายหลักและเวิร์กโหลดด้านโทรคมนาคมของเราไปสู่โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สาธารณะ กลยุทธ์คลาวด์ของ Telefónica Germany สร้างขึ้นบนความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ของเราในด้านความคล่องตัว […]
- ฮิวสตัน, May 13, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Persona AI ประกาศความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับ Under Armour (NYSE: UAA) เพื่อศึกษาว่าวัสดุประสิทธิภาพสูงจะช่วยสนับสนุนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายได้อย่างไร หุ่นยนต์ที่พัฒนาโดย Persona AI จะปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้แรงกายอย่างหนักและมีความเสี่ยงสูง เช่น งานเชื่อม การผลิตขนาดใหญ่ การเผชิญความร้อนระดับสุดขั้ว และการจัดการวัสดุอันตราย ระบบอัตโนมัตินี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความปลอดภัยให้กับมนุษย์ผู้ปฏิบัติงาน ภายใต้ความร่วมมือนี้ Persona AI มุ่งพัฒนามาตรฐานระดับสากลสำหรับอุปกรณ์ใช้งานเฉพาะสำหรับหุ่นยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นต่อไปจะได้รับการปกป้อง มีความคล่องตัว และความทนทานในระดับเดียวกับมนุษย์ที่หุ่นยนต์ทำงานสนับสนุน ขณะที่ Persona AI เดินหน้าพัฒนาและทดสอบระบบสำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม บริษัทกำลังประเมินว่าชั้นวัสดุภายนอกอาจช่วยเพิ่มความทนทาน การควบคุมอุณหภูมิ และประสิทธิภาพโดยรวมของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างไร ความร่วมมือนี้ผสานความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ของ Persona AI เข้ากับแนวคิดของ Under Armour ที่เป็นนวัตกรรม ในการสร้างวัสดุเพื่อสร้างโซลูชันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการใช้งานสมรรถนะสูง ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การวิจัยและการทดสอบในระยะเริ่มต้น โดยศึกษาว่าวัสดุสิ่งทอประเภทต่าง ๆ มีพฤติกรรมอย่างไรภายใต้สภาวะ เช่น ความร้อน แรงเสียดทาน การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และปัจจัยอื่น ๆ “เราเลือกร่วมงานกับ Under Armour เพราะพวกเขามีประวัติที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมเกี่ยวกับวัสดุประสิทธิภาพสูงประเภทนี้” Nicolaus Radford ซีอีโอของ Persona AI กล่าว “ในขณะที่เรากำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงและอาจเป็นอันตราย ความร่วมมือนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าวัสดุขั้นสูงสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือในระยะยาวได้อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่โซลูชันที่ช่วยปกป้องพนักงานภาคสนามได้ดียิ่งขึ้น” “นี่เป็นโอกาสที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของเราไปประยุกต์ใช้ในบริบทใหม่” Kyle Blakely รองประธานอาวุโสฝ่ายนวัตกรรม สตูดิโอออกแบบ การพัฒนา และการทดสอบของ Under Armour กล่าว “เทคโนโลยีหุ่นยนต์มีความท้าทายด้านการออกแบบใหม่ที่น่าสนใจ และเรามุ่งมั่นที่จะมีบทบาทนำในการกำหนดโซลูชันด้านประสิทธิภาพสำหรับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ เมื่อระบบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้องรับบทบาทที่ใช้แรงกายมากขึ้น เรามองเห็นศักยภาพที่แท้จริงในการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และเรากำลังสำรวจว่าแนวคิดต่าง ๆ เช่น การจัดการความร้อน ความทนทานต่อการเสียดสี และความยืดหยุ่น จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ไกลกว่าวงการกีฬาได้อย่างไร” เกี่ยวกับ Persona AI, Inc. Persona AI, Inc. […]
- Mavenir ได้รับเลือกเป็นพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ด้าน Small Cell หลังการทดสอบประสบความสำเร็จริชาร์ดสัน รัฐเทกซัส, May 12, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir บริษัทซอฟต์แวร์คลาวด์เนทีฟผู้พัฒนาเครือข่ายมือถือที่ออกแบบด้วย AI ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับเลือกให้เป็นพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี Small Cell โดย MagtiCom ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในจอร์เจีย สำหรับโครงการติดตั้ง Small Cell ทั่วประเทศ โดย Mavenir จะส่งมอบเทคโนโลยี Small Cell แบบครบวงจรทั้งระบบ 4G และ 5G รวมถึงฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบจัดการ และโซลูชันการประสานงานแบบออร์เคสเตรชัน MagtiCom ยืนยันเลือก Mavenir เป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยี Small Cell หลังการทดสอบที่ประสบความสำเร็จเมื่อต้นปีนี้ การปรับใช้ทั่วประเทศมีแผนจะเริ่มในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยเริ่มจากการทดสอบเบต้าสำหรับลูกค้าบ้านพักอาศัย สำนักงานขนาดเล็ก และลูกค้าองค์กรที่อยู่ในกลุ่มสำคัญ ก่อนขยายสู่การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปีนี้ MagtiCom ให้บริการหลากหลายครอบคลุมโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ IPTV และ VoIP แก่ผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านราย และยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทให้บริการเชื่อมต่อความเร็วสูง โดยอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลกสำหรับความเร็วอินเทอร์เน็ตมือถือ 5G ตามผลการทดสอบของ Ookla¹ Vasil Melikidze ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ MagtiCom กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของประเทศ MagtiCom คือมาตรฐานของการเชื่อมต่อระดับเวิลด์คลาส อินเทอร์เน็ตมือถือที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันในปัจจุบัน ทำให้เรามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ที่ทำงาน หรือระหว่างการเดินทาง การร่วมมือกับ Mavenir ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่วางใจได้สำหรับการติดตั้ง Small Cell ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พันธกิจของเราอย่างมาก ทำให้เราสามารถเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย เพิ่มคุณภาพสัญญาณภายในอาคาร และรองรับความต้องการใช้งานดาต้าความเร็วสูงที่เติบโตขึ้นได้อย่างเชี่ยวชาญ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลให้กับลูกค้าของเรา และตอกย้ำบทบาทของ MagtiCom ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมมือถือยุคถัดไปของจอร์เจีย Sachin Karkala รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย IMS […]
- เมเปิล โกรฟ, มินนิโซตา, May 06, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — EarthDaily Analytics (EarthDaily) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับเลือกจากสำนักงานลาดตระเวนแห่งชาติของสหรัฐฯ (U.S. National Reconnaissance Office – NRO) เพื่อสนับสนุนการใช้ภาพถ่ายสังเกตการณ์พื้นผิวโลกแบบหลายแถบคลื่นความถี่เชิงพาณิชย์ ภายใต้กรอบข้อตกลงการเสริมสร้างขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์พาณิชย์ (Strategic Commercial Enhancements – SCE) และโครงการเปิดรับโซลูชันเชิงพาณิชย์ (Commercial Solutions Opening – CSO) สัญญาฉบับนี้มีมูลค่า 1.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้ให้บริการภาคเอกชนในการสนับสนุนภารกิจสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ EarthDaily จะส่งมอบภาพถ่ายแบบหลายแถบคลื่นความถี่ที่ผ่านการปรับจูนค่าความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์และขีดความสามารถด้านการสำรวจระยะไกลผ่านกระบวนการสร้างแบบจำลอง การจำลองสถานการณ์ และการประเมินผลข้อมูล โดยจะใช้ประโยชน์จากกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ที่อยู่ในวงโคจรปัจจุบัน รวมถึงดาวเทียมเพิ่มเติมที่จะถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศตลอดปี 2026 นอกจากนี้ EarthDaily จะสาธิตขีดความสามารถผ่านกระบวนการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับมอบหมายภารกิจ (tasking) การจัดเก็บข้อมูล (collection) ไปจนถึงการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ข้อมูล (product dissemination) พร้อมทั้งตอบสนองต่อการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และการร้องขอการส่งมอบข้อมูลจาก NRO และหน่วยงานพันธมิตร “การได้รับเลือกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ที่มุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลการสังเกตการณ์พื้นผิวโลกเชิงพาณิชย์ที่มีคุณภาพสูง เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจในระดับปฏิบัติการ” Eric von Eckartsberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ EarthDaily กล่าว “เป้าหมายของเราคือการส่งมอบข้อมูลการตรวจวัดที่สม่ำเสมอและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจในสภาวะแวดล้อมที่มีความซับซ้อนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น” การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสัญญา (contracting framework) ที่สามารถขยายขอบเขตได้ (scalable) เพื่อรองรับความต้องการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในอนาคต ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ EarthDaily อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะสนับสนุนภารกิจที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในขณะที่ข้อมูลการสังเกตการณ์โลกเชิงพาณิชย์กำลังถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานด้านความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง การได้รับเลือกในครั้งนี้มีความสอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ซึ่งเป็นระบบสังเกตการณ์พื้นผิวโลกด้วยระบบแสงรุ่นถัดไปที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบข้อมูลภาพถ่ายที่ครอบคลุมทั่วโลกเป็นประจำทุกวัน ผ่านแถบคลื่นความถี่ถึง 22 แถบ โดยคาดว่าจะมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบภายในช่วงปลายปีนี้ กลุ่มดาวเทียมนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่กว้าง ช่วยให้สามารถทำการตรวจวัดซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอในระดับสากล และรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI สำหรับทั้งหน่วยงานภาครัฐและลูกค้าภาคธุรกิจ จากการได้รับรางวัลในครั้งนี้ EarthDaily ยังคงเดินหน้าขยายบทบาทในฐานะผู้ให้บริการข้อมูลการสังเกตการณ์พื้นผิวโลกและการวิเคราะห์เชิงพาณิชย์ที่ได้รับความไว้วางใจ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติและภารกิจสำคัญอื่น ๆ […]
- เมเปิล โกรฟ, มินนิโซตา, May 05, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — EarthDaily Analytics (EarthDaily) ประกาศในวันนี้ถึงความสำเร็จในการส่งดาวเทียมในกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation จำนวน 6 ดวง ขึ้นสู่ห้วงอวกาศผ่านภารกิจ Rideshare ของจรวด SpaceX Falcon 9 พร้อมยืนยันการติดต่อสื่อสารเบื้องต้นกับดาวเทียม EDC-02 ถึง EDC-07 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันเป้าหมายของบริษัทให้รุดหน้ายิ่งขึ้น ในการส่งมอบข้อมูลการตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของดาวเคราะห์ที่แม่นยำและสม่ำเสมอในระดับโลกเป็นรายวัน ภารกิจการส่งดาวเทียมซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2026 ได้นำส่งดาวเทียมทั้ง 6 ดวงเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลกได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ข้อมูลการตรวจวัดระยะไกลยืนยันว่าการปล่อยดาวเทียมออกจากตัวจรวดเป็นไปอย่างราบรื่น ดาวเทียมทำงานได้อย่างเสถียร มีการกางแผงโซลาร์เซลล์สมบูรณ์ และมีสถานะพลังงานเป็นบวก ดาวเทียมแต่ละดวงได้เข้าสู่โครงสร้างการทำงานตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดของ EarthDaily ในการตรวจสอบความถูกต้องขณะอยู่ในวงโคจร เช่นเดียวกับที่เคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วครั้งแรกในดาวเทียม EDC-01 การส่งดาวเทียมครั้งที่สองนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการเตรียมความพร้อมใช้งานของดาวเทียมดวงแรกของ EarthDaily และเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของบริษัทในการติดตั้งและบริหารจัดการระบบสังเกตการณ์โลกที่มีการปรับจูนความแม่นยำและพร้อมสำหรับการประมวลผลด้วย AI ด้วยจำนวนดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นในวงโคจรขณะนี้ กลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation เตรียมจะก้าวเข้าสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ของ EarthDaily ที่มีอยู่เดิม ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและลูกค้าภาคธุรกิจในกลุ่มเกษตรกรรม การทำเหมืองแร่ การประกันภัย และการป้องกันประเทศ เมื่อเครือข่ายดาวเทียมขยายตัวขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะได้รับการยกระดับด้วยกระแสข้อมูลการตรวจวัดที่แม่นยำและสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขยายระบบ ความแม่นยำ และการสร้างระบบอัตโนมัติ ตลอดกระบวนการทำงานของลูกค้า วิวัฒนาการในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการลงทุนของ EarthDaily ในด้าน AI และโมเดลพื้นฐาน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนข้อมูลการตรวจวัดระดับโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้กลายเป็นปัญญาประดิษฐ์เชิงพยากรณ์ (Predictive Intelligence) โมเดลเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลอนุกรมเวลาที่มีคุณภาพสูงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างข้อมูลเชิงลึกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มความเชื่อมั่นในผลลัพธ์ และช่วยในการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับภารกิจสำคัญที่มีความฉุกเฉิน ขีดความสามารถนี้เกิดขึ้นได้จากการออกแบบของกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation เอง ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่กว้าง ด้วยการรวมความสามารถในการกลับมาถ่ายภาพซ้ำที่ความถี่สูง การครอบคลุมพื้นที่กว้าง และการตรวจวัดที่สม่ำเสมอ โดยดาวเทียมแต่ละดวงติดตั้งระบบถ่ายภาพ 16 ระบบ ครอบคลุมแถบคลื่นความถี่ถึง 22 แถบ ทำให้ดาวเทียมทั้งหมดทำงานร่วมกันเสมือนเป็นแพลตฟอร์มการตรวจวัดขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์ “ระบบสังเกตการณ์โลกส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจับภาพถ่าย” Don […]
- สิงคโปร์, May 05, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Gauth ผู้นำระดับโลกด้านผู้ช่วยการเรียนรู้ที่ใช้ AI ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ Live Tutor ในระดับภูมิภาค โดยมีเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เป็นกลุ่มประเทศแรกที่ให้บริการฟีเจอร์นี้ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตในระดับสากลของ Gauth โดยระบุว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์กลางหลักของนวัตกรรมด้านการศึกษาแบบดิจิทัล Gauth เปิดตัว Live Tutor โดยมุ่งมั่นที่จะมอบการสนับสนุนทางวิชาการคุณภาพสูงและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เชิงโต้ตอบที่ราบรื่นแก่เหล่านักเรียนทั่วทั้งภูมิภาค ฟีเจอร์ Live Tutor ใหม่ของ Gauth ปรับแต่งเซสชันการเรียนการสอนให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน โดยผสานรวมขีดความสามารถด้าน AI ทางเทคนิคของบริษัทเข้ากับประสบการณ์อันยาวนานในด้านการศึกษาของทีมงาน นักเรียนสามารถพูดคุยโต้ตอบกับ AI ได้เหมือนกับการโต้ตอบกับครูผู้มีประสบการณ์ โดยการถามคำถาม และรับคำแนะนำทีละขั้นตอนที่ปรับให้เหมาะสมกับจังหวะการเรียนรู้ของตนเอง ทั้งในส่วนของบทเรียนประจำวันและการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบ ในขณะที่เครื่องมือ AI เพื่อจุดประสงค์ทั่วไปหลายๆ ตัวนั้นให้คำอธิบายที่จำกัด แต่ Live Tutor จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริง ฟีเจอร์นี้มุ่งเน้นการทำความเข้าใจเชิงลึกของเนื้อหา ปรับให้เข้ากับระดับการศึกษาที่หลากหลาย และช่วยให้นักเรียนสร้างแผนการเรียนรู้ระยะยาว แทนการให้คำตอบแบบสั้นๆ แบบครั้งเดียว ด้วยฐานผู้ใช้ทั่วโลกและฐานที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกา Gauth ได้ปรับแต่งโมเดลของตนให้สามารถรองรับคำถามที่ซับซ้อนและเฉพาะด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ Live Tutor สามารถรองรับความต้องการทางวิชาการที่หลากหลาย ตั้งแต่การช่วยทำการบ้าน การทบทวนเนื้อหา ไปจนถึงการฝึกทำข้อสอบในหลายสาขาวิชา ตามที่ Gauth กล่าว แอปพลิเคชันนี้ได้รับการออกแบบตั้งแต่ต้นเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา Gauth เปิดตัว Live Tutor โดยมุ่งมั่นที่จะทำให้โอกาสทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงและเป็นธรรมนั้นเข้าถึงได้สำหรับนักเรียนจำนวนมากขึ้น โดยไม่คำนึงถึงภูมิหลังของนักเรียน Gauth ยังคงเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีสามารถปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของนักเรียนได้ บริษัทมุ่งที่จะมอบเครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนในชุมชนที่ขาดโอกาส ด้วยการจัดหาแหล่งข้อมูลที่เป็นนวัตกรรมและปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้พวกเขาสามารถพัฒนาผลการเรียนให้ดีขึ้นและเสริมโอกาสในอนาคต การขยายธุรกิจนี้เป็นองค์ประกอบหลักของวิสัยทัศน์ระดับโลกของ Gauth ที่มุ่งทำให้การศึกษาคุณภาพสูงเข้าถึงได้สำหรับผู้เรียนทุกคน หลังจากการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จในสามตลาดหลักดังกล่าว Gauth คาดว่าจะเดินหน้าปรับบริการให้สอดคล้องกับแต่ละประเทศ และขยายสู่พื้นที่อื่น ๆ ทั่วภูมิภาคต่อไป เกี่ยวกับ Gauth Gauth เป็นแอป AI ด้านการเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Gauth ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาโดยเฉพาะ มอบความเข้าใจเชิงลึกในเนื้อหา และเชื่อมต่อผู้ใช้กับแหล่งความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับมือกับความท้าทายทางวิชาการที่ซับซ้อน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม […]
- จาการ์ตา อินโดนีเซีย, April 28, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ในการประชุมAI Forward: Southeast Asia Policy Summit ครั้งแรก ซึ่งจัดโดย Grab และ ASEAN BAC ที่จาการ์ตา คุณ Kong Chinang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโตของ IceKredit ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปฏิวัติ AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรียกร้องให้มีการประสานงานระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในด้านนโยบาย อุตสาหกรรม และการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ การประชุมสุดยอดครั้งนี้จัดขึ้นควบคู่ไปกับงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลักชื่อ GrabX ของ Grab ที่โรงแรม Shangri-La Jakarta เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 โดยรวบรวมผู้กำหนดนโยบายระดับสูง ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดอนาคตของการพัฒนาและการใช้งาน AI ทั่วอาเซียน ในระหว่างช่วงเสวนาหัวข้อ "เสริมศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ในระยะต่อไปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" คุณ Kong Chinang ได้เข้าร่วมกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ คุณ Timothy Yap (McKinsey), คุณ Dau Anh Tuan (หอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม), คุณ Gunish Chawla (Amazon) และคุณ Yann AitBachir (Google) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางในอนาคตของการนำ AI มาใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเน้นย้ำว่า แม้ว่าอาเซียนจะมีศักยภาพมหาศาลในการเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก แต่การพัฒนาอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์นั้นจำเป็นต้องมีการประสานงานกันในทุกภาคส่วน ในคำกล่าวของเขา คุณ Kong ได้ระบุว่า: "อาเซียนกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่น่าตื่นเต้นสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้บรรลุศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ เราจำเป็นต้องมีการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการประสานงานระหว่างสามเสาหลัก ได้แก่ นโยบาย อุตสาหกรรม และการศึกษา ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการผนวกความยั่งยืนและความรับผิดชอบเข้ากับทุกขั้นตอนของการนำ AI มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คน […]
- ฮานอย, เวียดนาม, April 28, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — การประชุมพันธมิตรไปรษณีย์เอเชียระดับภูมิภาค (RAPA) ครั้งที่ 3 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยธีมการประชุมรอบนี้คือ “การเปลี่ยนแปลงธุรกิจค้าปลีกผ่านความร่วมมือข้ามพรมแดน” ตัวแทนจากหน่วยงานไปรษณีย์ของเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย ได้พบปะหารือเกี่ยวกับการพัฒนา RAPA ในอนาคตและโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคในด้านโลจิสติกส์ การค้าดิจิทัล และการเชื่อมต่อค้าปลีก ผลการประชุมที่สำคัญข้อหนึ่งคือ การส่งมอบตำแหน่งประธาน RAPA จากไปรษณีย์เวียดนามให้แก่ไปรษณีย์ไทยอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้ทบทวนโครงการริเริ่มหลายโครงการที่มุ่งปรับปรุงการบูรณาการระหว่างเครือข่ายไปรษณีย์และสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดนทั่วอาเซียน การประชุมเริ่มต้นด้วยสุนทรพจน์ของคุณ Nguyen Truong Giang ประธานไปรษณีย์เวียดนาม ตามด้วยนายรัฐพล ภักดีภูมิ ประธานไปรษณีย์ไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำความร่วมมือระดับภูมิภาคไปลงมือปฏิบัติจริง ไปรษณีย์ไทยจะดำรงตำแหน่งผู้นำ RAPA แบบหมุนเวียนไปจนถึงสิ้นปี 2026 หนึ่งในผู้ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมคือ IceKredit ซึ่งเข้าร่วมในฐานะผู้มีส่วนร่วมด้านเทคโนโลยี ดร. Gu Lingyun ผู้ก่อตั้ง IceKredit ได้นำเสนอหัวข้อ “ปลดล็อกคุณค่าของข้อมูลไปรษณีย์: การเดินทางสู่โลกดิจิทัลและ AI” โดยบรรยายว่าการวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์สามารถสนับสนุนความพยายามในการปรับปรุงให้ทันสมัยในภาคไปรษณีย์ได้อย่างไรบ้าง ในระหว่างการนำเสนอ ดร. Gu ได้กล่าวถึงหลายด้านที่มีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้: การปรับข้อมูลให้เป็นมาตรฐาน – การจัดโครงสร้างข้อมูลไปรษณีย์จากหลายแหล่งให้เป็นรูปแบบดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอัจฉริยะ – การประยุกต์ใช้โมเดล AI เพื่อปรับปรุงข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินงาน การบูรณาการบริการ – การจัดชุดความสามารถทางดิจิทัลเข้าเป็นแพ็คเกจบริการแบบโมดูลาร์สำหรับพันธมิตรภายนอก หลังการประชุม คณะผู้แทนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ เช่น ระบบอัจฉริยะเชิงพื้นที่ การเรียนรู้แบบกระจายศูนย์ กราฟความรู้ โซลูชันด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ และบริการเสริมสำหรับเครือข่ายจัดส่งสินค้าระยะสุดท้ายถึงปลายทาง คุณ Kong Chinang ได้นำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ RAPA Shop ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกข้ามพรมแดนของพันธมิตร ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเชื่อมโยงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศสมาชิกกับผู้บริโภคในภูมิภาคผ่านช่องทางไปรษณีย์และดิจิทัล ไปรษณีย์ไทยได้ทบทวนความคืบหน้านับตั้งแต่การประชุมที่กรุงเทพในปี 2025 ซึ่งรวมถึงการดำเนินงานด้านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซ การกระจายสินค้า การประสานงานด้านค่าธรรมเนียมการจัดส่ง และเรื่องการกำกับดูแล นอกจากนี้ เหล่าสมาชิกยังได้ยืนยันที่จะสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ RAPA Shop […]
- เซินเจิ้น จีน, April 27, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Bodor Laser ครองอันดับ 1 ของโลกด้านยอดขายเครื่องตัดเลเซอร์ (1,000 วัตต์ขึ้นไป) เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย Qianzhan Industry Research Institute ในเดือนมีนาคม 2026 ในปี 2025 บริษัทมียอดขายต่อปีเกิน 10,000 หน่วยอีกครั้ง และยังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่บรรลุเป้าหมายนี้ได้ติดต่อกันถึงเจ็ดปี Bodor Laser สร้างช่วงเวลาแห่งหมุดหมายสำคัญ มีการประกาศรางวัลนี้ในงาน ITES 2026 ที่เซินเจิ้น ซึ่ง Bodor Laser ยังได้เน้นย้ำถึงความก้าวหน้าด้านการผลิต นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการขยายธุรกิจไปทั่วโลกอีกด้วยอันดับ 1 เจ็ดปี: ยืนยันความเป็นผู้นำระดับโลกอีกครั้งในงานนี้ Bodor Laser รายงานว่าสุดยอดโรงงาน DreamSpace ของบริษัทได้ส่งมอบเครื่องจักรกว่า 10,000 เครื่องในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ขณะที่สำนักงานใหญ่ในภาคใต้ของจีนซึ่งตั้งอยู่ในเซินเจิ้นได้เริ่มเข้าสู่การดำเนินงานแล้ว ซึ่งช่วยเสริมสร้างโครงสร้างฐานคู่ของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น บริษัทระบุว่าหมุดหมายสำคัญครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในการก้าวไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ นวัตกรรม และความแข็งแกร่งของแบรนด์Chen Like ผู้ก่อตั้ง Qianzhan Industry Research Institute กล่าวว่าความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถของ Bodor Laser ตลอดห่วงโซ่นวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการผลิต การวิจัยและพัฒนา การออกแบบอุตสาหกรรม และการดำเนินงานอัจฉริยะกลยุทธ์และนวัตกรรมในฐานะตัวขับเคลื่อนหลักความเป็นผู้นำของ Bodor Laser ได้รับการสนับสนุนจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นและการลงทุนระยะยาวในด้านเทคโนโลยี ตลอดห้าปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐในด้านการวิจัยและพัฒนา สร้างขีดความสามารถภายในองค์กรในส่วนประกอบหลัก ตลอดจนพัฒนาผลงานด้านสิทธิบัตรจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติมากมาย รวมถึงรางวัล Red Dot และ iF Design Awardsกลุ่มผลิตภัณฑ์และการผลิตอัจฉริยะในปี 2025 ทาง Bodor Laser ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไปสู่ระบบความเร็วสูง ความแม่นยำสูง และสายการผลิตอัจฉริยะ โซลูชันของบริษัทได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการใช้งานต่าง ๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์และการแปรรูปโลหะแผ่น […]
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







