เทรนด์ของ AI PCs กำลังมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่ง IDC คาดการณ์ว่าความต้องการของ AI PCs จะมีแต่ถูกเร่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะ AI ได้แทรกเข้าไปในแทบทุกส่วนของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การสร้างคอนเท้นต์ รวมถึงงานทั่วไปในชีวิตการทำงาน ซึ่ง Dell Pro คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ถูกออกแบบมาเพื่อสอดรับการทำงาน AI โดยเฉพาะ
ในบทความนี้เราขอพาทุกท่านไปอัปเดต Portfolio ของ Dell Technologies ที่มีการปรับชื่อรุ่นพร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายในปี 2026 นี้ด้วย

“การก้าวเข้ามาของ AI ในวันนี้เทียบได้กับช่วงเวลาที่โลกได้รู้จักกับอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้า เราเห็นแล้วว่า AI ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้จริง ซึ่งทั้งโลกตอบรับด้วยเสียงเดียวกันว่าจากนี้ไป PC จะต้องพร้อมสำหรับงาน AI นั่นยังทำให้เกิดปัญหา Supply Chain รุนแรงขึ้น สินค้าไอทีบนเทรนด์ของ AI ตามไม่ทันความต้องการของตลาด โดย Dell Technologies รู้ดีว่าการ Modernization คือสิ่งที่สำคัญกับท่าน เราพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำส่งอุปกรณ์ทรงพลังสำหรับงาน AI ให้ทันต่อความต้องการ” — คุณ ฐิตพล บุญประสิทธิ์, กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย ของบริษัท เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดฉากแรกของงานเปิดตัว Dell Pro ให้ผู้เข้าฟังได้ตระหนักถึงพลังของ AI
ถ้าพูดถึง Dell Technologies ภาพแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร? เชื่อว่าหลายคนยังคงนึกถึงยุคบุกเบิกที่ Dell ครองตลาด PC จนกลายเป็นแบรนด์ทรงอิทธิพลระดับโลก แต่รู้ไหมว่าวันนี้ Dell ย้ายตัวเองไปอยู่ “เบื้องหลัง” ความสำเร็จของระบบไอทีระดับสากลแล้ว ในฐานะ “Infrastructure Provider” หรือผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีแบบครบวงจร เปรียบเหมือนวิศวกรผู้สร้างเมืองดิจิทัล ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกธุรกิจ 5 ด้าน คือ Modern Workplace, Data Center, AI, Cyber Resilience และ Services
จุดประกายไอเดียสู่นวัตกรรมผ่าน Dell Modernize Workforce

รู้หรือไม่ว่า AI PC สามารถช่วยลดการทำงานของผู้ปฏิบัติงานลงได้กว่า 2.17 ชั่วโมงต่อวัน โดยการมี AI PC จะช่วยลดการเคลื่อนย้อยข้อมูล ต้นทุนในการพึ่งพาคลาวด์ และ ให้ประสบการณ์ทำงานที่ดีมากขึ้น “แม้ว่า PC เครื่องเก่าในองค์กรอาจจะยังทำงานต่อไปได้ แต่จะดีกว่าไหมเราคืนต้นทุนเวลาให้กับพนักงานเหล่านั้นได้ไปใช้กับสิ่งอื่น? เช่น การย่นระยะเวลาทำเอกสารนำเสนอได้เพียง 5 นาที จากเดิมที่ใช้เวลาข้ามคืน” – คุณอำภา ตุงคเศรวงศ์, Field Product Marketing ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยให้เห็นถึงมุมมองสำคัญที่ว่านวัตกรรมย่อมเกิดจากไอเดีย ซึ่งเมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้นเราย่อมมีเวลาไปสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆเช่นกัน
หนึ่งไฮไลต์ของงานเปิดตัวในครั้งนี้คือการประกาศอัปเดต Portfolio ครั้งใหญ่ จากเดิมที่ท่านอาจเคยเห็น Dell Pro, Dell Pro Plus และ Dell Pro Max ปัจจุบัน Dell ได้ปรับโครงสร้างการตั้งชื่อให้เรียบง่ายขึ้น โดยแบ่งเป็น Dell สำหรับกลุ่ม Consumer และ Dell Pro สำหรับกลุ่ม Commercial ซึ่ง ณ ปัจจุบันชื่อรุ่นย่อยของ Notebook รุ่นใหม่ในปีนี้จะเป็น Dell Pro 3, 5, 7 และ Premium (ยังไม่มีการเปลี่ยนชื่อรุ่นในฝั่ง Desktop) และนอกจากนี้ยังได้นำ Dell Precision หรือ Workstation สินค้าเรือธงเข้ามาอยู่ภายใต้แบรนด์ Dell Pro ในชื่อ Dell Pro Precision
ยังมีการประกาศอีกมากมายที่ Dell Technologies ได้ยกระดับความเป็น Modernized Workforce ให้ผู้ทำงานได้แข็งแกร่งมากขึ้นในปี 2026 เช่น
- ประกาศรองรับแนวทาง Post-Quantum Cryptography (PQC) ด้วยการเตรียมความพร้อมเทคโนโลยีเข้ารหัสขั้นสูงตามมาตรฐาน NIST และ CNSA 2.0 เพื่อปกป้องข้อมูลขององค์กรจากภัยคุกคามในยุค Quantum Computing
- เพิ่มทางเลือก Dell Pro Essential กับกลุ่มสินค้า Notebook และ Desktop สำหรับกลุ่มลูกค้า SMB ที่มองหาการใช้งานระดับเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงได้ โดยมาพร้อม Security และ Manageability ขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก
- รองรับความแรงทะลุขีดจำกัดของเทคโนโลยี RAM แบบเก่าสู่ LPCAMM2 ที่ให้ทั้งความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการอัปเกรดที่ยืดหยุ่นกว่าชิปออนบอร์ด
ก้าวถัดไปของ Dell Workstations

จากการปรับ Portfolio ครั้งใหญ่ในปีนี้ Dell Workstation Laptop ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อ Dell Pro Max ได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Dell Pro Precision 5 และ Dell Pro Precision 7 โดย Dell Pro Precision 9 จะมีกำหนดเปิดตัวในปี 2027
ซึ่งในหัวข้อนี้ถูกขยายความต่อโดย คุณพงศพัฒน์ ศุขไพบูลย์, Product and Solutions Sales Specialist บริษัทเดลล์ เทคโนโลยีส์

ด้วยความเป็น Workstation ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสำหรับการทำงานเฉพาะทาง Dell Pro Precision ทุกรุ่นมาพร้อมกับหน้าจอ 14 และ 16 นิ้ว โดยในปีนี้มีการเปิดตัว Dell Pro Precision 5S (Dell Pro Precision 5 Series) รุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ LPDDR5x 8533 MT/s ผ่าน LPCAMM2 slot โดยรุ่น 5S เน้นกราฟิกแบบ Integrated เหมาะสำหรับงานเฉพาะทางทั่วไป ในขณะที่รุ่น Precision 5 สามารถเลือกเพิ่ม Discrete GPU ได้สูงสุดถึง NVIDIA RTX PRO 3000 Blackwell สำหรับงานที่ต้องการพลังกราฟิกสูง องค์กรสามารถเลือกระหว่างหน่วยประมวลผลได้ 2 แพลตฟอร์ม ได้แก่
- Intel Core™ Ultra Series 3 บนสถาปัตยกรรม Panther Lake มาพร้อมกับ NPU ขนาด 50 TOPS และกราฟิก Intel Arc™ Pro Graphics
- AMD Ryzen™ AI PRO 400 Series (Gorgon Point) โดยรุ่นสูงสุดคือ Ryzen™ AI 9 HX PRO 475 มาพร้อมกับ NPU สูงสุด 60 TOPS และกราฟิก AMD Radeon™ Pro Graphics แบบ Integrated
นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนาให้แกร่งขึ้นแต่คงความบางเบาด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียม ทำให้ Precision 5 Series มีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.40 kg. พร้อมกับ Chassis ที่ออกแบบใหม่ให้มีพื้นที่ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น และแบตเตอรีที่อึดทนมากขึ้นในขนาดที่กะทัดรัดกว่าเดิม
ยิ่งเมื่อมาพร้อมกับหน้าจอ OLED คมชัด, กล้อง 8MP IR พร้อม Privacy Shutter และความยืดหยุ่นในการอัปเกรดหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลตามความต้องการขององค์กร ก็ยิ่งทำให้ Dell Pro Precision 5 Series เป็น Workstation รุ่นเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่าสำหรับทุกองค์กร

ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องงานความสามารถที่หนักหน่วงมากขึ้น Dell Pro Precision 7 ที่เน้น ประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่โดดเด่น มาพร้อมกับ Tandem OLED แป้นพิมพ์แบบ Zero-lattice กับระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อม Smart Amps และ Dolby Atmos
แถมยังถูกออกแบบมาให้ซ่อมบำรุงได้ง่ายๆ เช่น การถอดเปลี่ยนแบตได้เอง หรือ I/O Board ที่แยกกันก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างดี ซึ่งรุ่น 16 นิ้วผู้ใช้สามารถดันกราฟฟิคการ์ดได้สูงถึง NVIDIA RTX PRO 3000 Blackwell เลยทีเดียว
ช่วงสุดท้าย คุณพงศพัฒน์ ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Dell Pro Precision Fixed (Tower หรือ Rack) ที่เผยว่าในปี 2026 มีการออกโฉมใหม่ Dell Pro Precision 7 T1 (Tower) ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นในตระกูล Precision Tower และ Dell Pro Precision 7 R1 (Rack) สำหรับลูกค้าที่เน้นความแรงแบบสุดขีดปรับปรุงได้ตามต้องการ แต่จุดสังเกตคือการเปลี่ยนชื่อและอัปเกรตความสามารถใหม่ควบคู่กัน เช่น
- Precision 5860 Tower สู่ Dell Pro Precision 9 T2
- Precision 7960 Tower สู่ Dell Pro Precision 9 T4
- Precision 7875 Tower สู่ Dell Pro Precision 9 T6
ผู้ใช้ต้องการเครื่องที่จัดการง่าย แต่ IT Admin ต้องการเครื่องที่บริหารจัดการได้

ความต้องการของผู้ใช้และไอทีต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายแรกเน้นที่ความง่ายในการใช้งาน ส่วนผู้ดูแลระบบไอทีมักมองถึงเครื่องที่ต้องถูกควบคุมและจัดการ โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัย ซึ่งในหัวข้อของ คุณภรัณยู มั่นคง, WSG Product Specialist บริษัทเดลล์ เทคโลโนยีส์ ได้ฉายภาพให้ผู้ฟังได้รู้จักกับความสามารถในการจัดการโซลูชันของ Dell Technologies มากขึ้นด้วย
- Dell Display and Peripheral Manager (DDPM)– เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าและปรับแต่งอุปกรณ์ต่อพ่วง Dell ของตนได้จากแอปพลิเคชันเดียว ครอบคลุมอุปกรณ์ทุกประเภทบนโต๊ะทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Mouse, Keyboard, ปากกา (Stylus), Webcam, หูฟัง, หน้าจอ, ลำโพง และ Dock โดยโปรแกรมจะช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งฟีเจอร์ของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างครบครัน
- Dell Device Management Console (DDMC) – เครื่องมือ Cloud-based สำหรับทีม IT เพื่อบริหารจัดการ Peripheral ขององค์กรจากศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็น Dock, หน้าจอ, Keyboard, Mouse, หูฟัง และ Webcam ได้มากกว่า 300 รุ่น ช่วยให้ IT ทราบว่าองค์กรมี Peripheral ใช้งานอยู่เท่าไหร่ ติดตามสถานะอุปกรณ์ อัปเดต Firmware แบบ Fleet-wide และจัดทำรายงานได้อย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนผ่านสู่ AI PCs ไม่เป็นอุปสรรคเมื่อมี Dell Services

“การไม่เปลี่ยน = เสียโอกาส” วลีเด็ดที่ทุกธุรกิจต้องจำให้ขึ้นใจจาก คุณณัฐ ศุขประเสริฐ, Services Account Executive บริษัทเดลล์ เทคโนโลยีส์ เพราะเราทุกคนคงมิอาจปฏิเสธความจริงที่ว่า AI คือของจริง ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ประเด็นก็คือทุกอย่างเปลี่ยนผ่านมักทิ้งร่องร่อยความเจ็บปวด ด้วยเหตุนี้เองการเข้ามาของ Dell Services คือการการันตีว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ AI PC ของท่านครั้งนี้จะเป็นไปได้อย่างราบรื่น
Dell Services มีขั้นตอนเพื่อช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ AI PCs ใน 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.) ศึกษาและประเมินการใช้งานของลูกค้า เพื่อเข้าใจว่าความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าคืออะไร ให้สามารถออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างแท้จริง
2.) ทำแผนเสนอขั้นตอนการอัปเกรตระบบอย่างเป็นลำดับ พร้อมทางแก้ไขหากพบปัญหา
3.) เปิดให้ลูกค้าออกแบบ image ที่ต้องการ พร้อมติดตั้งได้จากโรงงาน
นอกจากนี้ Dell ยังมีบริการ SOC ที่ช่วยในเรื่องการตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามสำหรับองค์กรอีกด้วย รวมไปถึง ณ วันที่ลูกค้าต้องการยกเลิกการทำงาน Dell ยังมีบริการรับซื้อซากและทำลายข้อมูลให้สูญหายไปแบบปลอดภัยไร้กังวล
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อทีมงานได้ที่อีเมล์ DellEvent@aspirecreation.co.th
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







