สรุปงาน IBM Tech Day : BOB IN ACTION

การมาถึงของ Agent AI สร้างความตะลึงในความน่าทึ่งของ AI ที่ก้าวขึ้นไปฐานะของผู้ทำงานจริงในอีกระดับ ไม่ได้จำกัดแต่เพียงผู้ให้ข้อมูลถาม-ตอบอีกต่อไป ซึ่งในงานสัมมนาครั้งนี้ “IBM Tech Day : BOB IN ACTION” จะขยายขีดรับรู้ถึงความสามารถของ IBM Bob ผู้ช่วยในทุกขั้นตอนกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อการทำงานระดับองค์กรอย่างแท้จริง รวมถึงไปการผนึกกำลังกับโซลูชันอื่นๆของ IBM ที่มีอยู่เดิม พร้อมมุมมองที่จับต้องได้ผ่านเหล่าพาร์ทเนอร์ นี่คือคำแนะนำสำหรับบทความที่ท่านกำลังจะได้อ่านต่อจากนี้

“IBM Bob เป็น force Multiplier ที่จะช่วยลดงานซ้ำๆ ตลอดทั้ง Cycle การพัฒนาให้ คน เหลือเวลาไปทำงานด้าน Critical Thinking ที่มนุษย์ทำได้ดีกว่า AI” —คุณ อโณทัย กล่าวเปิดงานในช่วงแรก ‘Modernize the SDLC with Agentic AI’

คุณอโณทัย ได้ชี้ให้ทุกคนเห็นว่า AI ไม่ใช่คู่แข่งของมนุษย์แต่เป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระการทำงาน ทำให้มนุษย์ได้มีปลดเปลื้องภาระที่จำเจ ไปทำหน้าที่ ที่ AI ไม่สามารถทำได้ เช่น งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบวิศวกรรมขั้นสูง หรือ การแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรมที่ต้องให้คนตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี IBM Bob ไม่ใช่แค่ AI เพื่อการถาม-ตอบ หรือแค่ช่วยเขียนโค้ด แต่เป็นระบบ Agentic AI Development Partner ที่ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อการเป็นผู้ช่วยสอดแทรกในทุกช่วงเวลาของการพัฒนา (SDLC) อย่างแท้จริง เพราะการเขียนโค้ดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานของการพัฒนา ที่ยังต้องหมายถึง การตรวจสอบความถูกต้อง (Testing) การเขียนโค้ดอย่างปลอดภัย (Security) และ Deployment นั่นทำให้ AI ผู้ช่วยที่ใช้ได้จริง หมายถึงการที่ AI ต้องเข้าใจบริบทของงานพัฒนาทั้งกระบวนการ และนี่คือไอเดียเบื้องหลังของ IBM Bob

3 หลักการที่ IBM Bob ให้ความสำคัญ

  • Enterprise Ready – ต้องสามารถทำงานเชื่อมโยงกับ Specialize Agent ที่องค์กรมีอยู่จัดการงานหลายอย่างที่ซับซ้อน เช่น Legacy App Refactoring ต้องทำได้อย่างถูกต้อง
  • Secure by design – ในการทำงานระดับองค์กรความเร็วและความปลอดภัยต้องไปพร้อมกันผ่านการควบคุมตั้งแต่ต้น (AI Governance)
  • Cost & Transparency – รองรับ Multi Models ทำงานเข้ากันได้กับ Tech Stacks เดิมขององค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ

ในหัวข้อต่อมาความเก่งของ AI แบบก้าวกระโดดที่จะช่วยยกระดับให้ผู้นำไปใช้มีศักยภาพมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงมุมการพัฒนาโค้ด เชื่อหรือไม่ว่าความเร็วนี้กลับไม่ได้ช่วยให้การทำ Software Delivery เร็วขึ้นอย่างที่คิด นั่นก็เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการพัฒนา อย่างการตรวจสอบ (Review) การกำกับดูแล (Governance) การทดสอบ (Testing) และความปลอดภัย (Security) ซึ่งนี่เป็นเรื่องความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญในหน้างานจริงก่อนกลายเป็น Production

ความท้าทายจากข้างต้นอาจส่งผลกระทบไม่มากนักสำหรับทีมพัฒนาขนาดย่อม แต่จะเริ่มส่งผลอย่างชัดเจนกับทีมพัฒนาขนาดใหญ่ หลายสิบ หลายร้อยคน นำไปสู่คำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้ AI ทำงานได้จริงในระดับองค์กร? จึงกลายมาเป็นไอเดียของ IBM Bob ที่ได้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์เรื่อง

1.) Governance & Collaboration

IBM Bob สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กรได้ตั้งแต่ระดับบุคคล เช่น ช่วยให้นักพัฒนาหน้าใหม่เรียนรู้โปรเจ็กต์และข้อมูลต่างๆ ก่อนทำงานได้อย่างรวดเร็ว หรือการสร้าง Document สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ในทีม รวมถึง IBM Bob ยังมี

  • Mode ช่วยกำหนดบริบทได้นะว่า Bob Agent นี้ทำหน้าที่เฉพาะทางอะไร ทำอะไรได้บ้าง เข้าถึงเครื่องมืออะไรได้บ้าง ทำให้ AI Output ให้ผลลัพธ์ได้ตรงกันในคำถามเดียวกัน
  • Skill กำหนดว่า Bob Agent ว่าความสามารถอะไรบ้าง เมื่อไหร่ควรถูกเรียกใช้
  • MCP การเชื่อมต่อไปยัง ข้อมูล บริการ และ ระบบอัตโนมัติ ทำให้การเข้าถึง ขององค์กรเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • Agent Client Protocol ทำให้ Dev สามารถใช้ IDE ตัวไหนก็ได้ที่ตนถนัดผ่าน MCP

2.) Cost Optimization

IBM Bob มีสิ่งที่เรียกว่า Intelligent Model Router ช่วยเลือกโมเดลให้เหมาะสมแก่ปัญหา ลดต้นทุนการประมวลผลที่เกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังมี Bob Analytics ที่ช่วยให้เห็นการใช้งานและกำหนดเพดานการใช้งาน AI ตามหน้าที่ได้ตั้งแต่วันแรก ให้องค์กรสามารถ ปรับปรุง วางแผน ให้การลงทุน AI เป็นไปได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด

3.) Shift-Left Security

ฟีเจอร์ Shift-Left Security บรรจุความสามารถที่ครอบคลุมการพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDLC) ไม่ว่าจะเป็น การบังคับใช้ให้ Workflow เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือมาตรฐาน (Compliance), ทดสอบโค้ดว่าตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่ (Regulatory), สร้างการทดสอบอัตโนมัติพร้อมติดตามการทำงานต่อเนื่อง (Testing & Monitoring) และ ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง ควบคุมโหมดในการปฏิบัติงานสำหรับกิจกรรม และ ย้อนกลับโค้ดไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าได้ (snapshot) ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถสอดแทรกใน CI/CD Pipeline ได้

4.) Modernization at Scale

องค์กรขนาดใหญ่มักมีระบบแอปพลิเคชันเก่าๆซ่อนอยู่ ซึ่ง IBM มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบเมนเฟรมและภาษาโปรแกรม หรือ JAVA เวอร์ชันเก่า ทำให้ IBM Bob ไม่เพียงแต่เข้าใจภาษาแต่ยังช่วยให้ประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโค้ดได้อีกด้วย พร้อมให้ความมั่นใจว่าการปฏิบัติการจะอยู่ใน Guardrail ที่กำหนด พร้อมสำหรับการอัปเกรตสู่โค้ดเวอร์ชันใหม่ หรือ ยกระดับแอปพลิเคชันเดิมเป็นภาษาโปรแกรมที่ทันสมัยสอดรับกับสถาปัตยกรรมแบบใหม่

“ทุกคนคุ้นเคยว่าถ้าเราไม่ Disrupt ตัวเองจะถูก Disrupt สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ และเกิดขึ้นวันนี้ งานหลายตำแหน่งจะหายไป อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและใน KBTG หรือ KBank เราเริ่มมองสิ่งนี้ขึ้นมามาก แต่การที่อะไรหายไป ไม่ได้แปลว่าคนจะตกงาน สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือ คนต้อง Relearn พัฒนา ให้ก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งมากกว่า” คุณศุภกร ฤทธิชัย, Assistant Director, Technology Management, K-Infra ได้เริ่มช่วงของเขา โดยการนำเสนอแนวคิดที่คนทำงานต้องปรับตัวในยุค AI

องค์กรขนาดใหญ่มักมีความซับซ้อนอยู่มากมาย เช่นเดียวกับ KBTG ที่พวกเขามี Use Case มากมายรอการตกผลึกสู่การประยุกต์ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหา แต่ปัจจุบันพวกเขาได้วางแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพจาก AI ใน 3 ด้าน

  • Application – AI สามารถช่วยนักพัฒนาในการเขียนโค้ด จัดทำเอกสาร ที่นักพัฒนาสามารถเรียกใช้ IBM Bob ได้จากเครื่องมือของพวกเขาได้โดยตรง
  • Infrastructure – เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ as Code มากขึ้น แทนการทำงานผ่าน UI หรือ Command Line ซึ่ง AI มีบทบาทสำคัญที่เร่งการเปลี่ยนผ่านนี้
  • Operations – แทนที่จะทำงานผ่าน Excel หรือ Powerpoint แบบเดิมๆ AI สามารถสร้างสื่อช่วยในการคุยกับผู้คนที่ไม่ใช้ไอทีหรือให้ผู้บริหารระดับสูงได้เข้าใจภาพรวม

นอกจาก AI จะตอบโจทย์การทำงานซ้ำๆตามข้างต้นแล้ว แต่ในกระบวนการปฏิบัติจริงเพื่อให้ AI ทำงานได้อย่างมีแบบแผน ได้คำตอบเดียวกัน อยู่ในการควบคุมที่เคร่งครัด องค์กรจะต้องมี Workflow ที่ตรงไปตรงมาและทำวนซ้ำอยู่เสมอ นั่นคือ understand > plan > authorized > execute > validate

ในหัวข้อสุดท้ายของงาน ทีมงาน IBM ได้พาทุกท่านไปเรียนรู้กับ Bob กับ IBM Ecosystem ผ่านบทบาทสมมติ 5 ด้าน คือ DevSecOps, Software Modernization, Platform Engineering, Data Engineering และ Application Integration

1.) DevSecOps

ได้เล่าถึงการสอดแทรกของ IBM Bob ในวงจร CI/CD พร้อมไปกับแนวคิด Shift Left ที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นๆของ IBM แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น IBM Concert, IBM Hashicorp, IBM Guardium, IBM Storage FlashSystem ซึ่งสามารถช่วยจัดการความท้าทายด้าน Security ได้ตั้งแต่ การเขียนโค้ด และ dependencies, Deploy ใช้งาน และ Delivery ที่มั่นใจได้ พร้อมมองอนาคตถึง Quantum Safe บน Storage ที่ปลอดภัย

2.) Software Modernization

ในหน้างานจริงขององค์กรขนาดใหญ่ อาจต้องเผชิญกับซอฟต์แวร์เก่าที่ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งทีมงานปัจจุบันอาจไม่มีความเชี่ยวชาญในส่วนนี้แล้ว โดยหนึ่งในความโดดเด่นของ IBM Bob คือการเข้าใจภาษา RPG บน AS400 หรือภาษาอื่นๆ โดยในช่วงนี้ได้มีการสาธิต IBM Bob for IBM i ช่วยให้นักพัฒนาที่ไม่เชี่ยวชาญได้เห็นภาพของลอจิกและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับโค้ด RPG และทดสอบโค้ดได้แบบ Native กับ IBM i นอกจากนี้เราสามารถกำหนด Workflow การทำงานให้มีการกำกับดูแลตามข้อกำหนดองค์กรได้

3.) Platform Engineer

ความซับซ้อนของ IT Infrastructure ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายหลักที่องค์กรต่างต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น สภาพแวดล้อม ความสามารถในการควบคุมต้นทุน ความมั่นคงปลอดภัย กระบวนการที่ไม่ต่อเนื่อง โดยในหัวข้อนี้ได้ยกตัวอย่างการเชื่อมต่อ Bob เข้ากับ IBM Instana แพลตฟอร์ม Observability เพื่อติดตามการทำงานของระบบ IT ขยายความสามารถให้ Bob ช่วยเหลือในหน้าที่ของ Operation อย่างไรก็ดี IBM ยังมีเครื่องมืออื่นๆภายใต้โซลูชัน Concert Platform เช่น Turbonomic, Cloud Pak for AIOps, SevOne และอื่นๆ

4.) Data Engineering

ในหัวข้อนี้ได้นำเสนอโซลูชัน Confluent หรือโซลูชัน Kafka ในระดับองค์กร Enterprise ที่มีกลไกในการแก้ปัญหาการประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time โดยสิ่งที่เหนือกว่าการบูรณาการโซลูชันอำนวยความสะดวกเข้ามาแบบพร้อมใช้ตอบโจทย์การทำงานแบบ End-to-End อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ยังคงหลงเหลือในภาคปฏิบัติการเกี่ยวกับทีม Data Engineering ก็คือการสร้าง SQL Code, Data Pipeline, Configuration และ Governance ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ IBM Bob สามารถเข้ามาช่วยเหลือผู้ปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่าน MCP ได้นั่นเอง

5.) Application Integration

หัวข้อนี้ได้ขยายผลความกังวลของการเชื่อมต่อ AI เข้าสู่ระบบขององค์กร ว่าสิทธิ์ในการเชื่อมต่อมีความท้าทายหากไร้การควบคุม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ที่สูงเกินไปและ AI มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้หรือถูกผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จากการควบคุมที่ไม่มากพอ ซึ่ง IBM webMethods จะช่วยเตรียมความพร้อมให้เกิดการควบคุม AI Application & API  ให้ปลอดภัย และจัดการได้แบบรวมศูนย์

นอกเหนือจากการให้ความรู้บนเวทีหลักแล้ว อีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจภายในงานก็คือการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเหล่าพันธมิตรสำคัญของ IBM ที่ขนทัพโซลูชัน มาจัดแสดงในงานใหญ่ครั้งนี้ ประกอบด้วย :

  1. AI-Driven IT Operations with IBM Power, Bob & IBM Concert สเถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งจาก IBM Power ที่ถูกยกระดับจาก AI-Driven Insights จาก IBM Concert และ Agentic-AI SDLC จาก IBM Bob เป็นการผนึกทุกความลงตัว โดย Datapro Computer Systems
  2. Secure Coding with AI: Protect Secrets from Code to Runtime with IBM Bob & Vault การจัดการ Secrets เป็นความท้าทายในการพัฒนาแอปพลิเคชันมาช้านาน ด้วยเหตุนี้การผสานผลังของ IBM Vault ส่วนการจัดการของ Secrets กับ IBM Bob ผู้มองเห็นโค้ดจึงปิดช่องว่างที่มีอยู่ได้ โดย Datapro Computer Systems
  3. Accelerating Time to Value for Enterprise Transformation with webMethods, Concert, and Bob ในการทำงานระดับองค์กรแอปพลิเคชันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่อยู่โดดๆ แต่ต้องมีการจัดการเรื่อง Certificate, ช่องโหว่ และ Workflow ร่วมถึงการประกอบแต่ละแอปพลิเคชันเข้าด้วยกันผ่าน API ซึ่ง IBM Concert, IBM webMethods และ IBM Bob ที่ช่วยคิดวิเคราะห์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ จึงเข้ามาเติมเต็มลูปการทำงานของซอฟต์แวร์ระดับองค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ โดย Metro Systems
  4. IBM Planning Analytics + Bob แพลตฟอร์มวางแผนทรัพยากรในองค์กร เช่น ค่าใช้จ่าย การขาย ความต้องการ ฯลฯ แทนการใช้ Excel ด้วยความรวดเร็วระดับ In-memory เพิ่มพูนความสามารถด้วย IBM Bob ทำให้งานวิเคราะห์สร้างโมเดลเพื่อถามคำถามเชิงธุรกิจจากข้อมูลใน Planning Analytics เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดย Amind Group
  5. AI-Driven Cyber & Operational Resilience with IBM FlashSystem แอปพลิเคชันและข้อมูลต้องมั่นใจได้ว่าจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยเสมอ ซึง IBM FlashSystem มีคุณสมบัตินั้นอย่างเต็มเปี่ยมมี AI ช่วยตรวจจับแรนซัมแวร์ได้อย่างรวดเร็วก่อนเกิดปัญหา พร้อมฟังก์ชันการรักษาข้อมูลให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกแก้ไข นำเสนอโดย Systems Dot Com
  6. Build More with Maximo. Build Faster with Bob. โซลูชัน Ai-driven Asset Management จาก IBM Maximo ช่วยยกระดับประสิทธิภาพผู้ปฏิบัติงาน ทำนายปัญหาที่จะเกิดแบบล่วงหน้า โดย IBM Bob จะช่วยให้แต่ละองค์กรปรับปรุงกระบวนการภายให้เข้ากับตนเองได้อย่างความรวดเร็ว นำเสนอโดย Triple Dot Consulting
  7. Accelerating time to value for Enterprise Agentic AI transformation with IBM watsonx orchestrate + Bob การพัฒนา AI Agent เพื่อใช้ในองค์กรโดย IBM watsonx จะช่วยให้เกิดความเป็นมาตรฐาน บนข้อมูลที่ถูกต้อง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดย Greenmoons
  8. Agentic Storage Management with IBM FlashSystem.AI เปลี่ยนการจัดการแบบ การตั้งรับ สู่ เชิงรุก เป็นภาพการทำงานใหม่ที่เราจะได้เห็นใน IBM FlashSystem ที่วันนี้การบริหารจัดการได้มี AI เข้ามาเป็นแกนหลักสำคัญของ Storage operation ได้อย่างลงตัวผ่าน IBM FlashSystem.AI นำเสนอโดย QuickServ
  9. Stream Smarter with Confluent. Secure Better with Guardium. Build Faster with Bob. เตรียมตัวรับมือกับยุคหลังการมาถึงของควอนตัม ซึ่งองค์กรต้องรู้ถึงการมีของการอยู่ของการเข้ารหัสแบบเดิมเสียก่อน ด้วยความสามารถของ IBM Guardium นอกจากนี้ยังมีโซลูชัน Confluent หรือ Data Streaming ระดับ Enterprise ที่สามารถทำงานร่วมกับ IBM Bob ให้การปรับแต่ง Data Workflow ตามบริบทขององค์กรและทำได้รวดเร็วขึ้น นำเสนอโดย MFEC

ซึ่งเราก็มีคลิปสัมภาษณ์พูดคุยตามบูธต่างๆ มาให้ทุกท่านได้รับชมกันดังนี้

ในงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฉายให้เราเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของ IBM Bob ซึ่งเป็นโซลูชันเรือธงใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ AI Coding Assistant แต่คือผู้ช่วยที่การทำงานทั้งวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDLC) ตั้งแต่การ วางแผนงานกับลูกค้า การสื่อสารภายในทีม การเขียน ทดสอบ แก้ไขบั๊ก และ ปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยในซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ทีมงานพวกเขายังพูดบทบาทของ IBM Bob ในการทำงานร่วมกับโซลูชันที่ IBM มีอยู่เดิมเพื่อกรณีศึกษาด้านอื่นๆ เช่น IBM Concert, IBM Hashicorp, IBM Guardium, IBM Storage FlashSystem, IBM Instana, IBM watsonx, IBM webMethods ฯลฯ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยเสียงสะท้อนจากลูกค้าสำคัญในธนาคารชั้นนำของไทยอย่าง KBTG ที่ได้นำ IBM Bob ไปใช้งานจริง นอกจากนี้ภายในบูทจัดแสดงเหล่าพาร์ทเนอร์ยังขนทัพโซลูชันแบบจัดเต็ม พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตอบข้อสงสัยให้ผู้มาเยี่ยมเยือนในงานครั้งนี้ด้วย

รับชมเนื้อหาการบรรยายทั้งหมดย้อนหลังของงาน IBM Tech Day: BOB IN ACTION สำหรับท่านที่สนใจรับชมเนื้อหาการบรรยายทั้งหมดภายในงานครั้งนี้ สามารถรับชมได้ที่ https://go.techtalkthai.com/2026/09/ibm-tech-day-2026-bob-in-action-replays/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Palo Alto Networks Webinar: Securing Every Identity in the Frontier AI Era – ปกป้องทุกตัวตนในยุค Frontier AI [27 ต.ค. | 14:00 น.]

Palo Alto Networks ขอเชิญผู้บริหารไอที, CISO, และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Securing Every Identity in the Frontier AI Era …

ก้าวข้ามการลงทุน AI: หัวเว่ยชี้แนวทางสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของไทยในยุค AI [PR]

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถต่อยอดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กลายเป็นความสามารถในการใช้ AI ที่สร้างประโยชน์ได้จริงต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างไร