SDC Day 2026: คนที่เข้าใจหน้างาน คือคำตอบของการพา AI สู่การใช้งานจริง [Guest Post]

การนำ AI มาใช้ให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเครื่องมือหรือโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความพร้อมของข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และทีมงานที่เข้าใจการใช้งานจริง SDC Day 2026: Ambitiously Continue รวมผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีมาแลกเปลี่ยนแนวทางเตรียมองค์กรให้พร้อม ตั้งแต่การพัฒนา AI สู่การใช้งานจริง การออกแบบระบบประมวลผลและคลาวด์ ไปจนถึงการปกป้องข้อมูลและบริหารเครือข่ายด้วย AI พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับโจทย์ของธุรกิจ

แล้วองค์กรควรเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีเดินหน้าจากโครงการทดลองไปสู่การใช้งานที่ตอบโจทย์ธุรกิจ? บทความนี้เรียบเรียงประเด็นจากทั้ง 8 เซสชัน พร้อมภาพรวมโซลูชันและกิจกรรมภายในงาน

SDC กับ 8 Capabilities 45 Offerings ภายใต้แนวคิด “Human Touch”

ท่ามกลางบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI และ Automation สิ่งที่ SDC ให้ความสำคัญควบคู่กันคือ “Human Touch” หรือการนำความเชี่ยวชาญของทีมงานมาเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับบริบทของธุรกิจ สะท้อนบทบาท Trusted Partner ที่ดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษา ผ่านขีดความสามารถ 8 ด้าน ครอบคลุม 45 บริการ ภายใต้หลักการเดียวกันคือ One contract. One SLA. One number to call — 24/7

คุณธนา กังวานพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสเต็มส์ ดอท คอม จำกัด กล่าวว่า “การลงทุนด้าน AI จะสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้จริง ต่อเมื่อองค์กรมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ ตั้งแต่ระบบประมวลผล เครือข่าย ความปลอดภัย ไปจนถึงความสามารถในการกู้คืนระบบ สิ่งที่เราเห็นจากการทำงานร่วมกับลูกค้าคือ โจทย์ของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน เทคโนโลยีเดียวกันจึงให้ผลลัพธ์ต่างกัน บทบาทของ SDC คือการนำประสบการณ์ของทีมวิศวกรเข้าไปช่วยออกแบบให้เหมาะกับหน้างานจริง ไม่ใช่เพียงส่งมอบอุปกรณ์”

โดย 8 Capabilities ของ SDC ประกอบด้วย

1. AI & High-Density Infrastructure — ออกแบบและติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงาน AI และ High-Density Computing โดยพิสูจน์ผลบน Pilot Rack ก่อนขยายเต็มสเกล เพื่อให้เห็นภาระงานจริงทั้งด้านพลังงานและการระบายความร้อน

2. Data Center Modernization — ปรับปรุงศูนย์ข้อมูลเดิมให้รองรับงานยุคใหม่ โดยมองความพร้อมใช้งาน (Availability) เป็นระบบเดียวทั้งศูนย์ ไม่ใช่การเปลี่ยนอุปกรณ์ทีละชิ้น

3. Hybrid Infrastructure — เชื่อมโยง On-premises, Colocation และ Cloud ให้ทำงานร่วมกัน ภายใต้เส้นทางการ Escalate ปัญหาเพียงเส้นทางเดียว ลดภาระการประสานงานหลายผู้ให้บริการ

4. Multi-Site & Branch Continuity — วางมาตรฐานการติดตั้งชุดเดียวกันสำหรับทุกสาขา พร้อมทีมตอบสนองในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานของสาขาต่อเนื่อง

5. Cyber Resilience & Ransomware — เตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามและ Ransomware โดยเน้นความสามารถในการกู้คืนที่พิสูจน์ได้จริงด้วยการทดสอบ ไม่ใช่การสันนิษฐานว่ากู้คืนได้

6. Managed Infrastructure & Cloud — ดูแลระบบและคลาวด์แบบ 24×7 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ SDC องค์กรจึงได้การเฝ้าระวังตลอดเวลาโดยไม่ต้องจัดกำลังคนกะกลางคืนเอง

7. Professional & Deployment Services — บริการออกแบบ ติดตั้ง และส่งมอบระบบ พร้อมการ Commissioning และเอกสารประกอบที่ครบถ้วน เพื่อให้ทีมขององค์กรรับช่วงดูแลต่อได้ทันที

8. Infrastructure Maintenance & Support — ดูแลอุปกรณ์หลายแบรนด์ภายใต้สัญญาเดียว ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ที่หมดระยะสนับสนุนจากผู้ผลิต (Post-EOSL) เพื่อยืดอายุการใช้งานสินทรัพย์ที่ลงทุนไปแล้ว

“สิ่งที่องค์กรต้องการไม่ใช่ผู้ขายหลายราย แต่คือผู้รับผิดชอบรายเดียวที่ตอบได้ทุกคำถาม เมื่อระบบมีปัญหา ลูกค้าจะโทรหาเบอร์เดียว ภายใต้สัญญาเดียวและ SLA เดียว นี่คือสิ่งที่เราหมายถึงคำว่า One Accountability” คุณธนา กล่าวเสริม

ไฮไลต์ 8 เซสชัน: เชื่อมโยง AI กับความพร้อมของ Enterprise IT

1. IBM Thailand | ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลระบบและการพัฒนาซอฟต์แวร์

Computer Union ร่วมกับ IBM นำเสนอ IBM Concert ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ IT ให้องค์กรมองเห็นความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญตามผลกระทบทางธุรกิจ ควบคู่กับ IBM Bob ผู้ช่วย AI สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยลดงานซ้ำในวงจรการพัฒนา สะท้อนแนวทางใช้ AI เสริมขีดความสามารถของทั้งทีมดูแลระบบและทีมพัฒนา

2. Lenovo | วางแผน AI จากการทดลองสู่การใช้งานจริง

Ingram Micro ร่วมกับ Lenovo นำเสนอแนวทาง AI Adoption Blueprint โดยเริ่มจากคำถามที่องค์กรมักข้ามไป นั่นคือจะติดตั้ง AI ไว้ที่ใดระหว่าง Edge, Data Center และ Cloud พร้อมย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานคือรากฐานสำคัญ ผ่านพอร์ตโฟลิโอ ThinkSystem และ ThinkEdge ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Edge ไปจนถึงเครื่องรองรับ GPU และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว Neptune สำหรับงานความหนาแน่นสูง

3. AMD Thailand | พัฒนา Data Center ให้พร้อมรองรับภาระงานยุค AI

AMD นำเสนอ AMD EPYC รุ่นที่ 5 ตระกูล 9005 ที่รองรับสูงสุด 192 คอร์ต่อซ็อกเก็ต และ AMD Instinct MI350 Series พร้อมยกตัวอย่างการรวมศูนย์ระบบที่ทดแทนเซิร์ฟเวอร์เดิม 40 เครื่องด้วยเครื่องรุ่นใหม่เพียง 17 เครื่อง ช่วยลดพื้นที่ การใช้พลังงาน และ TCO ควบคู่กับซอฟต์แวร์สแตกแบบเปิด ROCm 10 ที่รองรับเฟรมเวิร์กหลักอย่าง PyTorch และ vLLM

4. Dell Technologies | เพิ่มประสิทธิภาพการสำรองและปกป้องข้อมูล

Dell Technologies นำเสนอ PowerProtect Data Domain พร้อม DD Boost ที่ช่วยลดข้อมูลซ้ำในอัตราโดยทั่วไปถึง 75:1 ลดปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งผ่านเครือข่ายและจัดเก็บ โดยชี้ว่าการสำรองข้อมูลควรเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องหลายชั้น ตั้งแต่การทำ Immutability ไปจนถึง CyberSense ที่ใช้ Machine Learning ตรวจจับร่องรอยการถูกโจมตี เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่จะนำมากู้คืนนั้นสะอาดจริง

5. VMware by Broadcom | สร้างความพร้อมสำหรับ Private AI

VMware by Broadcom นำเสนอ VMware AI Factory ภายใต้แนวคิด One Platform, from Metal to Model ให้องค์กรสร้าง Private AI Cloud บนแพลตฟอร์ม VCF ได้ในรูปแบบเดียวกับที่ดูแลระบบเดิม ครอบคลุมการติดตั้งอัตโนมัติ การแบ่งปันทรัพยากร GPU และ Model-as-a-Service ภายใต้นโยบายขององค์กร พร้อมชี้ประเด็นต้นทุนการใช้งาน AI หรือ Tokenomics ที่ทำให้หลายองค์กรย้ายงาน Inference กลับมาไว้ในระบบของตนเอง

6. HPE Networking | ก้าวสู่ Self-Driving Network

HPE Networking นำเสนอแนวคิด Self-Driving Network ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเครือข่าย ค้นหาสาเหตุของปัญหา และแก้ไขปัญหาบางประเภทโดยอัตโนมัติ ภายใต้การกำกับดูแลของทีม IT เพื่อลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเองและยกระดับประสบการณ์การเชื่อมต่อ โดยผู้ดูแลระบบยังมีบทบาทในสถานการณ์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ

7. Cisco Systems (Thailand) | ใช้ AIOps ขับเคลื่อนการดูแลเครือข่ายเชิงรุก

Cisco นำเสนอเส้นทางสู่ Autonomous Network ผ่าน AIOps โดยแบ่งระดับความพร้อมเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่การทำงานด้วยตนเองทั้งหมดไปจนถึงระบบอัตโนมัติแบบปิดวงจร พร้อมอ้างอิงข้อมูลว่าเหตุขัดข้องในเครือข่ายองค์กรกว่า 80% มีสาเหตุจากการตั้งค่าที่ผิดพลาด ทั้งนี้ Cisco ย้ำหลักการว่าองค์กรมอบหมายงานให้ AI ได้ แต่ไม่สามารถมอบหมายความรับผิดชอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Human Touch ที่ SDC ยึดถือ

8. SDC Infrastructure | Beyond Deployment: ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังเส้นทาง AI

SDC เปิดเซสชันด้วยรูปแบบความล้มเหลว 5 ประการที่พบบ่อยในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การซื้อเทคโนโลยีโดยไม่มีสถาปัตยกรรมรองรับ โครงการนำร่องที่ไม่เคยขึ้น Production ไปจนถึงการมีผู้ขายหลายรายจนไม่มีใครรับผิดชอบภาพรวม พร้อมเสนอโมเดลการทำงาน 4 เฟส คือ Assess, Design, Build และ Operate ภายใต้หลักการว่าไม่มีการจัดซื้อก่อนการออกแบบ และปิดท้ายด้วย Managed Services พร้อม NOC 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ SDC ยังนำเสนอ Edge-First Architecture ผ่าน Micro Data Center ที่รวมระบบไฟฟ้าแบบ 2N และเครือข่าย OT ที่แบ่งส่วนอย่างปลอดภัย พร้อมยกเคสจริงทั้งโรงงานที่ถูกน้ำท่วม เพลิงไหม้ และถูก Ransomware โจมตี ซึ่งกู้ระบบกลับมาได้จากสำเนาสำรองแบบ Immutable ที่ผู้โจมตีเข้าไม่ถึง สะท้อนว่าความสามารถในการกู้คืนที่พิสูจน์ได้จริงคือสิ่งที่แยกแผนบนกระดาษออกจากการดำเนินธุรกิจที่ไม่หยุดชะงัก

Solution Hall: พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ เชื่อมโยงโซลูชันกับโจทย์ธุรกิจ

นอกจากเวทีสัมมนา พื้นที่ Solution Hall  ยังรวบรวมโซลูชันจากพันธมิตรเทคโนโลยี 11 แบรนด์ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการปกป้องข้อมูล เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความต้องการและข้อจำกัดขององค์กรกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ขณะที่บูธ SDC นำเสนอบทบาทของ System Integrator ในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากหลายด้านให้ทำงานร่วมกันตามโจทย์ธุรกิจ พร้อมกิจกรรมภายในงานที่เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหาร ทีม IT และพันธมิตรได้สร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนมุมมองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

AI ที่พร้อมใช้งานจริง เริ่มจากรากฐาน IT ที่พร้อมทั้งระบบ

SDC Day 2026 สะท้อนว่า การสร้างคุณค่าจาก AI ต้องเชื่อมโยงเป้าหมายธุรกิจเข้ากับข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และกระบวนการดูแลระบบ โดยมีทีมงานที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและการใช้งานจริงเป็นกำลังสำคัญ

“เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความต้องการให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่อง เราจึงตั้งใจเดินไปกับลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่วางแผน จนถึงวันที่ระบบต้องดูแลกันไปอีกหลายปี” คุณธนา กล่าวทิ้งท้าย

การเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับ AI จึงเริ่มต้นก่อนการใช้งานเครื่องมือ — เริ่มจากรากฐานด้าน IT และความร่วมมือกับทีมงานที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและธุรกิจ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่:

SDC Marketing | Line: @sdc_executive

Email: marketing@systems.co.th

About Suphasin Sueklab

Check Also

Sangfor Athena SASE: การเข้าถึงที่ปลอดภัยสำหรับยุค Cloud และ AI [Guest Post]

ขอบเขตความปลอดภัยแบบเดิมขององค์กรกำลังหายไป เมื่อพนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ แอปพลิเคชันกำลังย้ายไปสู่ SaaS และ Cloud ขณะที่ Generative AI เช่น ChatGPT, Gemini, Claude และ DeepSeek …

GitLab เดินหน้าคุมทราฟฟิก บีบ Rate Limit ควบคุม AI Coder กระทบกลุ่มผู้ใช้ฟรีและการใช้ที่ไม่ยืนยันตัวตน

GitLab ยกระดับมาตรการ Rate Limit ให้มีความเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการจำกัดการประมวลผลมหาศาลที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องมือประเภท AI Coding Assistant และระบบ Automation ซึ่งมาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป โดยมีผลกับกลุ่มผู้ใช้ฟรี และผู้ใช้ที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนก่อน สะท้อนให้เห็นถึงภาระที่มากขึ้นของระบบหลังการมาถึงของ …