AWS ขึ้นรั้งกลุ่ม Leader จากการจัดอันดับด้าน Desktop as a Service โดยการ์ทเนอร์ประจำปี 2024

โซลูชัน DaaS ของ AWS ได้ตีตื้นขึ้นมารั้งอยู่ในกลุ่ม Gartner Magic Quadrant ประจำปี 2024 แล้ว

AWS ชี้ว่าตนมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอทางเลือกที่หลายหลายในบริการ Virtual Desktop ที่สามารถย้าย License ได้ โดยมุ่งเน้นเพื่อปรับต้นทุนให้ธุรกิจและความเป็นอัตโนมัติ ที่สำคัญคือต้องใช้งานง่ายด้วย โดยไม่ต้องพึ่งโซลูชันจาก 3rd Party

Amazon WorkSpaces Family ออกมาตั้งแต่ปี 2024 โดยนำเสนอบริการ Desktop ที่รองรับทั้ง Microsoft Windows, Ubuntu, Amazon Linux หรือ Red Hat Enterprise Linux in the cloud ตอบโจทย์ผู้ใช้งานรีโมต นักพัฒนา หรือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจำลอง โดยมีให้บริการถึง 16 Regions ใน 6 ขนาด ทั้งมี GPU หรือแบบเครื่องส่วนตัว แม้กระทั่งกรณีที่ไม่ต้องการใช้เป็นเครื่องถาวรที่ไม่มีการเก็บไฟล์ก็สามารถเลือกเป็นทรัพยากรแบบรวมได้ นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับ VDI จาก Vendor อื่นได้ด้วย WorkSpaces Core เช่น Citrix, Leostream, Omnissa และ Workspot

Amazon WorkSpaces Client รองรับทั้ง Desktop และ Tablet หรือผ่านเว็บ ตลอดจนมี Thin Client ให้บริการด้วย และถ้ามี Windows 10/11 License อยู่แล้วก็ย้ายมาบนคลาวด์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการแนะนำถึง Amazon AppStream 2.0 หรือตัวช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากแอปบน Desktop สู่บริการ SaaS โดยไม่ต้องมีการเขียนโค้ดใหม่ หรือปรับปรุงแอปพลิเคชัน เพื่อให้บริการได้กว้างขวางมากขึ้น

ที่มา : https://aws.amazon.com/blogs/aws/aws-named-as-a-leader-in-the-2024-gartner-magic-quadrant-for-desktop-as-a-service-daas/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ