VMware ประกาศเลิกพัฒนา vSphere Client for Windows เน้นให้ผู้ใช้งานใช้ vSphere HTML5 Web Client Fling แทน

สำหรับใครที่เคยใช้งานมาจนชินมือ วันนี้ก็ถึงเวลาต้องบอกลา vSphere Client for Windows กันแล้วนะครับ เพราะ VMware ออกมาประกาศยกเลิก vSphere Client for Windows ใน vSphere รุ่นถัดไปจาก 6.0 และ 5.5 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ใช้งานหันมาใช้ vSphere HTML5 Web Client Fling แทน

vmware_2016-03-07_1741_H5client_-_screenshot0

VMware vSphere Client for Windows ที่พัฒนาด้วย C# นี้ถูกทดแทนด้วยเวอร์ชั่นที่เป็นเว็บมาระยะหนึ่งแล้ว โดยผู้ใช้งาน vSphere รุ่น 6.0 และ 5.5 หรือต่ำกว่านี้จะยังคงใช้งานได้ทั้ง Client for Windows และ Web Client แต่ vSphere รุ่น 6.0 เป็นต้นไปนันจะมีการเปลี่ยนแปลงฝั่ง Backend ครั้งใหญ่ ทำให้ Client for Windows ต้องถูกยกเลิกไป ในขณะที่ vSphere Web Client เองก็จะนำ Flash ออกไปด้วย

VMware ตั้งใจไว้ว่าใน Fling HTML5 Web Client นี้จะมีอัพเดตออกเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ทั้งการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่และแก้บั๊กเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและการรับ Feedback จากผู้ใช้งานมาปรับปรุงด้วย นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ใช้ Plugin ต่างๆ บน VMware vSphere Client for Windows มาก่อน ทาง VMware ก็ได้เริ่มติดต่อเหล่าผู้พัฒนา Plugin เหล่านั้นเพื่อย้ายขึ้นมาทำงานร่วมกับ HTML5 Web Client ได้อยู่อีกด้วย

สำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้ VMware vSphere HTML5 Web Client สามารถเข้าไปทดลองใช้ได้ที่ https://labs.vmware.com/flings/vsphere-html5-web-client เลยนะครับ ส่วนใครที่อยากติดตามข่าวสารว่าฝั่ง vCenter และ vSphere Web Client จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคต ก็เข้าไปดูได้ที่ http://www.vmware.com/products/vcenter-server/future-overview/overview.html เลยครับ

ที่มา: http://blogs.vmware.com/vsphere/2016/05/goodbye-vsphere-client-for-windows-c-hello-html5.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …