ADPT

รู้จักกับโซลูชัน Cloud-based ITSM สัญชาติไทย ‘Services F1’ ราคาน่าคบ จบทุก Requirement

สาเหตุหนึ่งที่พนักงานในองค์กรอาจเหนื่อยล้าเพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติงานก็คือกระบวนการที่ล้าช้า ตรวจสอบไม่ได้ และมีความผิดพลาดบ่อยครั้ง ทั้งนี้ก็เนื่องจากกระบวนการต่างๆต้องใช้คนเพื่อติดต่อประสานงาน ติดตามและนำส่งงาน ซึ่งแม้ปัญหานี้อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากลองพิจารณาให้ดีจะพบว่า การไร้ซึ่งกระบวนการที่ดีย่อมทำให้องค์กรเกิดสภาวะไม่คล่องตัว ซึ่งบั่นทอนทั้งภาพรวมของทางธุรกิจและผู้ปฏิบัติงาน

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้คิดค้นเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการกระบวนการในกลุ่มของ IT หรือ ITSM (IT Service management) เพื่อกำกับให้องค์กรสามารถให้บริการทาง IT แก่ผู้ใช้งานหรือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดขั้นตอน ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ทำให้งานบริการทางด้านไอทีเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าที่เคย โดยทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ผู้ให้บริการโซลูชัน ‘Services F1’ ที่เป็น Cloud-based ITSM สัญชาติไทย นอกจากราคาจะจับต้องได้ตั้งแต่ระดับธุรกิจขนาดเล็กแล้ว แต่เรายังพบว่าโซลูชันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริการทางไอทีอีกด้วย

เกี่ยวกับ ชล โซลูชัน

คุณสายชล โตเอี่ยม , Managing Director บริษัท ชล โซลูชัน

บริษัท ชล โซลูชัน คือเบื้องหลังของผู้ให้บริการโซลูชัน Services F1 โดยก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2559 จากคุณสายชล โตเอี่ยม ซึ่งทำงานในด้านไอทีและให้บริการปรึกษาทางด้านไอทีมากว่า 15 ทั้งนี้เขาได้เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจว่าช่วงแรกที่เขาทำงานนั้น เขาได้พัฒนาเครื่องมือสำหรับใช้บริหารจัดการบริการไอทีในองค์กรขึ้นมา เพื่อให้การทำงานของทีมงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้น ณ เวลาต่อมาเมื่อตนได้ก้าวมาสู่งานด้านที่ปรึกษาให้หลายบริษัท พบว่าแต่ละบริษัทยังขาดเครื่องมือในการบริหารจัดการบริการทางไอทีเช่นกัน หากจะไปใช้โซลูชันของต่างชาติก็ราคาสูงเกินไปด้วยเหตุนี้ จึงตั้งเป้าว่าจะพัฒนาโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตามมาตรฐานในราคาที่เป็นมิตร และต้องใช้ง่ายเป็นที่สุดด้วย

ในระยะเวลาเพียงไม่นานในปี 2561 ทางชล โซลูชัน ก็ได้นำโซลูชันของตนออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ที่ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำมากมายในกลุ่มธุรกิจของไทยไม่ว่าจะเป็น SCG, ธนาคาร ธกส., Siam Makro, แสนสิริ, WHA Group และอื่นๆ

เหตุใดบริการของ Services F1 จึงตอบโจทย์กับธุรกิจของไทยมากกว่า

เป็นที่ทราบกันที่อยู่แล้วว่าเครื่องมือ ITSM ในท้องตลาดนั้นมีอยู่มากมาย แน่นอนว่าเกือบทั้งหมดเป็นของต่างประเทศ ที่การันตีว่าออกแบบมาตามมาตรฐาน อย่างไรก็ดีปัจจัยสองประการที่คุณสายชลพบว่าเป็นสาเหตุให้หลายองค์กรไม่สามารถปรับตัวหรือใช้งานเครื่องมือเหล่านั้นได้ทันทีก็คือ

แม้เครื่องมือจะอิงกับหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานแต่เชื่อหรือไม่ว่าการทำงานของบริษัทไทยนั้น ไม่ได้อยู่บนฟอร์มมาตรฐาน ทำให้จำเป็นต้องมีการปรับแต่งอย่างมาก และพูดคุยความต้องการที่แท้จริงขององค์กรให้ดีเสียก่อน ซึ่งเครื่องมือสำเร็จรูปส่วนใหญ่ไม่ได้เอื้อให้สามารถปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจของไทยได้สมบูรณ์นัก นี่คือสาเหตุประการแรก

สาเหตุประการที่สอง ที่มักเกิดขึ้นเสมอ นั่นก็คือด้วยความที่ขนาดของตลาดต่างประเทศแตกต่างกับเมืองไทยอย่างมาก ดังนั้นราคาที่ตั้งไว้จึงสูง แถมยังต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ามาปรับแต่งโซลูชันเพิ่มเติม และก็หาได้ยากเสียด้วย ไม่ต้องพูดถึงบริษัทที่เล็กลงมากว่านั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีหวังที่จะเริ่มลงทุนกับเครื่องมือ ITSM

เมื่อเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้แล้ว ด้วยเหตุนี้เองคุณสายชล จึงได้พัฒนาโซลูชัน Services F1 ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจดังนี้

1.) อ้างอิงกับมาตรฐานสากล

แม้กระบวนการทำงานของธุรกิจจะไม่ตรงตามกรอบปฏิบัติของมาตรฐานนัก แต่การอ้างอิงอย่างมีหลักการจาก Framework ที่ได้การยอมรับจากทั่วโลกย่อมดีกว่า ด้วยเหตุนี้เอง Services F1 จึงได้มีการพัฒนาขึ้นตาม Framework มาตรฐาน ISO 20000 ซึ่งครอบคลุมไปในทุกภาคส่วนที่จำเป็นต่อการให้บริการทางไอที เช่น Service Delivery Processes, Control Processes, Release Process, Resolution Processes และ Relationship Processes

Services F1 จึงสามารถให้บริการในระบบที่จำเป็นต่างๆ เช่น Service Management, SLA Management, Request Management, Incident Management, Problem Management, Change Management, Asset Management, CMDB/CI,  และ Knowledge Management เป็นต้น

ภาพตัวอย่างบริการของ Services F1

2.) ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น

อย่างที่ทราบแล้วว่าลักษณะธุรกิจของไทยต้องมีการปรับแต่งตามความต้องการค่อนข้างมาก ซึ่ง Services F1 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการนั้น โดยคุณสายชลเผยว่าตนได้ออกแบบระบบมาให้สามารถพัฒนา Workflow ได้ตามกระบวนการของแต่ละธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งไม่ต้องมีการเขียนโค้ดใหม่เสียด้วยซ้ำ ทำให้การขึ้นโปรเจ็คจึงใช้เวลาน้อยมาก

อย่างไรก็ดีสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่มักต้องการเสมอก็คือ รายงานที่ปรับแต่งได้ ทั้งนี้ Services F1 จึงไม่ได้จำกัดรูปแบบอย่างตายตัว นั่นหมายความว่าหากแบบฟอร์มที่มีไม่สามารถตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้ ก็เพียงแจ้งความประสงค์กับทีมงานเพื่อขอแก้ไขรายงานที่ลูกค้าต้องการได้

3.) ใช้งานง่าย

Service F1 เป็นบริการที่ทำงานแบบ Web-based ผ่านบราวน์เซอร์ จึงกล่าวได้ว่ารองรับกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง รวมไปถึงยังมีในเวอร์ชันสำหรับมือถือทั้ง iOS (เวอร์ชัน 12 ขึ้นไป) และ Android (เวอร์ชัน 6 ขึ้นไป) ที่รองรับภาษาไทยและอื่นๆรวมถึง 10 ภาษา

แม้จะมีระบบรองรับกับอุปกรณ์แล้ว หากระบบไม่รองรับกับวิถีการทำงานของคนด้วย การที่องค์กรจะนำโซลูชันใหม่ๆไปให้พนักงานใช้คงไม่ง่ายแน่ ยิ่งเป็นกระบวนการที่ต้องเกี่ยวพันกับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งจากภาพประกอบจะเห็นได้ว่าหน้าตาการทำงานของผู้ใช้ในแต่ละหน้าที่แทบไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Services F1 สำหรับบริษัทใดๆก็ตาม หรือในกรณีของผู้รับบริการและผู้ร้องขอบริการ ด้วยเหตุนี้เองโซลูชันจึงสามารถเข้าถึงได้กับผู้ใช้งานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ไอทีหรือผู้ใช้งานทั่วไป

อีกฟังก์ชันหนึ่งที่ทำให้ Services F1 สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วไปได้ง่ายก็คือ สามารถสร้าง QR Code ของอุปกรณ์ไปแปะติดไว้บนอุปกรณ์ได้ ดังนั้นหากอุปกรณ์เสียผู้ใช้งานปลายทางก็เพียงใช้แอปแสกนแจ้งข้อมูลอุปกรณ์เพื่อเปิดเคสในระบบได้ด้วยตัวเอง

4.) ออกแบบมาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ในแง่ของการออกแบบ Services F1 ตั้งอยู่บน Google Cloud Infrastructure ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ที่ได้การยอมรับในกลุ่มผู้นำของโลก สาเหตุที่คุณสายชลเลือกใช้บริการจาก Google เนื่องจากว่ามีบริการที่ใช้งานสะดวกไม่ว่าจะเป็น Web Application Firewall, Load Balance, Backup และ Replication

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Services F1 ได้ถูกออกแบบตามแนวทาง Microservices ที่ทำให้การขยาย ปรับปรุงหรือแก้ไข เพื่อรองรับงานที่เพิ่มขึ้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ไม่กระทบต่อกัน ดังนั้นไม่ว่างานจะเพิ่มขึ้นหรือมีการปรับปรุงระบบ ลูกค้าก็มั่นใจได้เสมอว่าจะยังคงได้รับการบริการที่ดีที่สุด และมีสเถียรภาพ

 5.) เริ่มต้นได้เร็ว

ลูกค้าที่ต้องการเริ่มต้นกับ Services F1 ขอเพียงแค่เปิดการเชื่อมต่อกับบริการ IT Asset และฐานข้อมูล User เพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นก็เพียงพอแล้ว โดยคุณสายชลชี้ว่าพร้อมที่จะ Integrate เข้ากับระบบเดิมของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการ Export/Import หรือใช้ API ที่ระบบเดิมมีให้ อย่างไรก็ดีเวลาหลักๆที่ใช้ น่าจะเป็นเรื่องของการเข้าไปพูดคุยเรื่องกระบวนการมากกว่าว่าธุรกิจมีความต้องการอย่างไร จะนำไปใช้ในรูปแบบไหน มีตัวแปรอะไรที่เกี่ยวข้อง เมื่อเรียบร้อยแล้วทีมงานสามารถขึ้นระบบให้ได้ในหลักชั่วโมง ตามแต่ขนาดของธุรกิจ

Services F1 เป็นมากกว่าเพียงแค่บริการ IT Services

มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่าในธุรกิจจริง มีการนำ Services F1 ไปแก้ปัญอะไรขององค์กรบ้าง นอกเหนือจากการนำไปใช้ในงาน IT Services ทั่วไป

  • การนำไปใช้ในการให้บริการซ่อมบำรุงอาคารสถานที่ เช่น ในอาคารนิติบุคคลเพื่อนำไปให้บริการแจ้งซ่อมบำรุงต่างๆ น้ำ ไฟ อาคาร เพื่อเปิดเคสประสานงานระหว่างลูกบ้าน นิติ และช่าง ข้อดีก็คือจากเดิมที่ช่างไม่เคยรักษา SLA ไว้ได้เลยเพราะกว่าจะทราบเหตุเข้ามาเช็คอาการ เตรียมเครื่องมือที่เหมาะสมก็เสียเวลาไปมากแล้ว ซึ่ง Services F1 ทำให้เกิดระบบระหว่าง User, นิติ และช่าง ให้ลูกบ้านสามารถเปิดเคสได้เอง นิติรู้ได้ว่าใครเกิดปัญหาต้องส่งต่อให้ใคร ช่างก็รับทราบได้ทันทีว่าต้องเตรียมเครื่องมืออย่างไร นอกจากระบบยังสามารถรับ Feedback จากผู้รับบริการได้ด้วย
  • การนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าโรงงานนั้นมักมีพื้นที่กว้างขวาง และมีสินทรัพย์จำนวนมาก ที่แตกต่างออกไปคือความเสียหายของระบบหรืออุปกรณ์นั้นสำคัญต่อธุรกิจของโรงงานเป็นอย่างมาก และต้องการ SLA ในระดับสูง เช่นกันระบบของ Services F1 จะช่วยแจ้งข้อมูลของอุปกรณ์และประสานงานระหว่าง บริษัทผู้รับดูแล หรือช่างภายในของโรงงานกับเจ้าหน้าที่โรงงานได้
  • อีกกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้าหลายรายและมีผลโดยตรงต่อเรื่องการจ่ายเงินคือ ใบ PM (การซ่อมบำรุง ตรวจสภาพอุปกรณ์) จากเดิมผู้ให้บริการมักจดเคสไว้ในกระดาษ สุดท้ายพอมีการส่งไปมาหากันหลักฐานหาย ท้ายที่สุดแล้วผู้จ้างไม่สามารถชำระเงินได้ สร้างความเสียหายมากมายจากกรณีนี้ แต่จากซอฟต์แวร์ของ Services F1 ได้ทำให้การใช้กระดาษหายไปเพราะข้อมูลทุกอย่างจบได้ด้วยระบบ บริษัทสามารถใช้เป็นหลักฐานได้ว่ามีเหตุเกิดขึ้น ที่ไหน อย่างไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ 
  • แม้กระทั่งโรงพยาบาลก็สามารถนำ Services F1 ไปใช้ได้ อย่างในกรณีหนึ่งที่ใช้เพื่อติดตามอาการเสียของแอร์นับพันตัวในโรงพยาบาล เพียงแค่นำ QR Code ไปติดไว้ที่แอร์ จากนั้นหากพบปัญหา พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่รายอื่นก็เพียงแค่สแกนและแจ้งอาการตรงสู่ทีมช่างได้ทันทีนั่นเอง
  • ฟีเจอร์หนึ่งที่ทีมงาน Chon Solution พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สำหรับบางธุรกิจที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมอัจฉริยะ ก็คืออุปกรณ์ IoT ซึ่งทำงานร่วมกับ Services F1 เช่น ในกรณีของการวัดอุณหภูมิแล้วสามารถเปิดเคสเองได้อัตโนมัติ เป็นต้น

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่องราวของ ITSM แบบ Cloud-based ที่จะเห็นได้ว่า Services F1 นั้นมีจุดเด่นในเรื่องการปรับแต่งให้เข้ากับภาคธุรกิจไทยได้อย่างซับซ้อน ต้องยกความดีให้กับการออกแบบซอฟต์แวร์ที่ดีไม่ว่าจะเป็นการวางระบบไว้อย่างหลวมๆ ทำให้การเปิดใช้กับธุรกิจใหม่ไม่ต้องมีการแก้ไขโค้ดมากนัก การเปิดโอกาสให้ปรับแต่งแก้ไขรายงาน หรือ Integrate ร่วมกับระบบเดิม ตลอดจนออกแบบโครงสร้างซอฟต์แวร์ไว้อย่างมั่นคงด้วย Microservices ทั้งหมดนี้ ชล โซลูชัน ได้เปิดทางให้ท่านเริ่มต้นด้วยราคาเพียง 4,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น 

หากท่านต้องการติดต่อเพื่อพูดคุยความต้องการที่มากกว่ามาตรฐานทั่วไปในรูปแบบของโปรเจ็ค ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.servicesf1.com/th หรือติดต่อบริษัท โทรศัพท์  085-940-6645 อีเมล saichon@chonsolutions.com


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] ไม่อยากปวดหัวกับ Ransomware ต้องมี!! | Veritas Flex5150 Appliance

ปัญหา #Ransomware เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกที่ทุกองค์กร กำลังได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ยิบอินซอย และ Veritas ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ กับโซลูชั่นสำรองข้อมูล สำหรับลูกค้าองค์กรทุกท่านในการเริ่มต้นใช้งาน NetBackup ได้อย่างง่ายๆ ครบถ้วนทั้ง hardware และ software ในราคาที่จับต้องได้

ค้นพบความพิถีพิถันขั้นสุดตามวิถีของช่างฝีมือญี่ปุ่น จนออกมาเป็น Fujitsu UH-X ซึ่งได้รังสรรค์ทุกรายละเอียดอย่างประณีต

#FujitsuUHX #MadeInJapan #IntelCore