หลักคิดการเลือกระบบขึ้น OutSystems Low-code Platform

No Code/Low-code Platform เป็นเรื่องที่ถูกนำมาใช้งานจริงในองค์กรอย่างจริงในหลายปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ทีมไอทีสามารถนำส่งแอปพลิเคชันได้รวดเร็วมากขึ้น แม้กระทั่งผู้ใช้งานฝั่งธุรกิจอาจพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการใช้ภายในของตนเองได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกระบบในองค์กรที่สามารถทดแทนด้วย Low-code Platform ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้ประสบการณ์จริงของ ไทยรุ่ง พาร์ทเนอร์ กรุ๊ป และวิธีการเลือกระบบสู่ OutSystems

ไทยรุ่ง พาร์ทเนอร์ กรุ๊ป เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และเป็น โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ครบวงจรมากที่สุด ได้รับความไว้วางใจจากหลายค่ายรถยนต์ ให้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อป้อนแก่โรงประกอบจำนวนมาก ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ประสิทธิภาพดี ในราคาที่เหมาะสม พวกเขาจึงเป็นธุรกิจไทยที่สร้างชื่อเสียงในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศได้อย่างโดดเด่น

ด้วยความซับซ้อนของธุรกิจและความหลายหลายของบริการ ทำให้ทีมไอทีจึงต้องดูแลระบบจำนวนมาก จากหน่วยงานที่ใช้กันภายในองค์กรและภาคส่วนการให้บริการกับลูกค้า ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงเริ่มต้นประสบการณ์บนแพลตฟอร์ม No Code/Low-code Platform จาก OutSystems หนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระดับโลก อย่างไรก็ดีจากประสบการณ์การปฏิบัติการที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาตระหนักว่าแม้แพลตฟอร์มจะง่าย แต่ก็ต้องคัดสรรงานอย่างสำหรับการใช้อย่างเหมาะสม โดยในวีดีโอนี้ทุกท่านะจะเรียนรู้กับหลักคิดนั้นของ ไทยรุ่ง พาร์ทเนอร์ กรุ๊ป

ติดต่อทีมงานของ OutSystems เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโซลูชันได้ที่ chatlada.boonkanist@outsystems.com

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …