ADPT

[Guest Post] Lasting Agility – กรณีศึกษาจากธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี Low-Code

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจได้มุ่งปรับตัวไปสู่การเป็นธุรกิจดิจิทัลกันอย่างเข้มข้น ถ้าหากคุณสนใจรับข้อมูลเชิงลึกและล่าสุดทางด้านธุรกิจดิจิทัลและ IT ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กรุณาดาวน์โหลดรายงาน IDC Infobrief Report ได้ที่นี่ และลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ของเราในวันที่ 21 ตุลาคม 2020 เวลา 10.30น. (เวลาเมืองไทย) เพื่อพบกับ VP ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเราและนักวิเคราะห์จาก IDC

วิกฤตโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ได้ทำให้ธุรกิจองค์กรส่วนใหญ่ต้องเร่งปรับตัวกันอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และมุ่งไปสู่ภาพของการเป็น “Digital-First” ตัวอย่างเช่น Jamie Dimon แห่ง JP Morgan Chase ที่ได้กล่าวถึงอุตสาหกรรมธนาคารและการเงินเอาไว้ว่า “Silicon Valley กำลังมาแล้ว และถ้าธนาคารไม่สามารถตามพวกเขาได้ทัน บริษัทเทคโนโลยีก็จะเข้ายึดครองธุรกิจในอุตสาหกรรม มีบริษัท Startup หลายร้อยแห่งที่มีทีมงานอันชาญฉลาดและงบประมาณมากมายซึ่งกำลังพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาทดแทนธนาคารแบบเดิม”

ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นได้ชัดเจนว่าสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการในรูปแบบดิจิทัลอย่างรวดเร็วและปลอดภัยนี้คือหนทางเดียวที่จะสามารถแข่งขันได้ ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมใดก็ตาม การดึงความสนใจของผู้ใช้งานนั้นจะยากมากขึ้นในอนาคต ดังนั้นการมีแอปพลิเคชันที่ดีและการมีผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ นำเสนอสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วนั้นจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ

อย่างไรก็ดี ทิศทางเหล่านี้ยังคงไม่จบเพียงแค่การเปิดตัว Mobile App หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ที่พลิกโฉมวงการเท่านั้น แต่การปรับปรุงระบบเบื้องหลังอย่างต่อเนื่องให้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำนำคู่แข่งอยู่เสมอก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึงความแตกต่างและไม่ตัดสินใจหันไปหาคู่แข่งได้นั้น การที่เราจะต้องขึ้นเป็นผู้นำอยู่เสมอนั้นจึงมีความหมายมากกว่าการเป็นผู้นำคนแรกของวงการ ธุรกิจองค์กรจึงต้องเป็นผู้นำในการแข่งขันให้ได้

บางทีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ การแย่งชิงตลาดขนาดใหญ่ด้วยบริการหรือแอปพลิเคชั่นที่ง่ายดายนั้นก็อาจเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ที่ผ่านมาการเป็นธุรกิจแรกที่มีบริการแบบ Digital-First หรือ Digital Only นั้นก็อาจเพียงพอต่อการเป็นผู้นำของตลาดแล้ว (ถ้าหากโชคดีเพียงพอ) แต่ในปี 2020 นี้ ธุรกิจที่จะขึ้นเป็นผู้นำของตลาดนั้นทำเพียงแค่คอยจับตาดูว่าผู้ที่เป็นผู้นำในตลาดเพียงคนเดียวนั้นทำอะไรบ้างและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ธุรกิจ Startup ที่เสนอบริการทางด้านการเงินนั้นได้แย่งชิงจากผู้ที่เริ่มสร้างนวัตกรรมทางดิจิทัลเป็นรายแรกๆ อย่างเช่น Mastercard, แอปเดินทางที่นอกเหนือจาก Grab ก็ขึ้นเป็นผู้นำในหลายประเทศ และผู้ให้บริการขนส่งอาหารต่างก็กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ในทุกวันนี้ ส่วนแบ่งตลาดนั้นอาจถูกแย่งชิงได้ในระดับหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ระดับไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์อย่างในอดีต และแนวทางในการพัฒนาแอปพลิเคชันนั้นก็สามารถสร้างความแตกต่างได้

การพัฒนาแอปพลิเคชั่นแบบเดิมนั้นไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ถูกพลิกโฉมด้วยเทคโนโลยี ในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยนั้น ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำทางด้าน IT โดย IDC และ OutSystems ได้ระบุว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาในอีก 18 เดือนนับถัดจากนี้ คือการฝึกอบรมและการจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT เพิ่มเติม

การศึกษานี้ได้แสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สอดคล้องและการจัดลำดับความสำคัญที่คล้ายคลึงกันทั้งภูมิภาค อย่างไรก็ดี ก็มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในแง่ของแนวทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านความเร็วและวิธีการในการก้าวสู่การทำ Digitization และการพัฒนาระบบ

ตัวอย่างเช่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 25% ของผู้นำทางด้านธุรกิจองค์กรนั้นต้องการค้นหาแนวทางที่จะส่งมอบระบบรุ่นใหม่และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเป็นลำดับแรกๆ สถิตินี้เพียงเรื่องเดียวชี้ให้เห็นถึงความต้องการในแนวทางใหม่ที่จะทำให้สามารถส่งระบบแอปพลิเคชั่นหรือบริการใหม่ๆ ไปสู่การใช้งานจริงให้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว

อย่างที่หลายคนคงเห็นกันแล้วว่า แนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปได้นั้นก็คือการใช้ Low-Code Application Development Platform อย่างเช่นระบบจาก OutSystems ซึ่งวิธีการเหล่านี้ก็มีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ ระบบอย่างเช่น OutSystems นี้จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเร่งการทำ DevOps ให้รวดเร็วขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการกำจัดภาระที่ยิ่งใหญ่ทางด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของระบบ

ประการถัดมา ระบบเหล่านี้จะทำให้ผู้จัดการในแต่ละส่วนของธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการการพัฒนาระบบได้ แทนที่จะต้องมีช่องว่างระหว่างผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ (หรือบริการ) และทีมที่มีหน้าที่ในการพัฒนา ก็กลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ทันที

ทั้งหมดนี้หมายถึงการที่แอปพลิเคชั่นจะสามารถส่งมอบได้ทันเวลา แก้ไขปัญหาที่ผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจทั้งจากฝั่งลูกค้าหรือภายในองค์กรเองที่ต้องเผชิญทุกวัน นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์เหล่านี้เองก็จะถูกสร้างมาให้พร้อมทำการปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัปเดตที่สำคัญสามารถถูกเสริมเข้าไปได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยระบบของ OutSystems นี้ ก็ทำให้การส่งมอบระบบใหม่สามารถทำได้จากศูนย์กลางทั้งสำหรับ Mobile, Cloud และ Desktop และทำให้แอปสามารถถูกส่งไปยัง App Store ได้โดยอัตโนมัติหรือสามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างง่ายดายแบบ Progressive Web App

การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลนี้ทำให้ประเด็นด้านสิทธิบัตรและความเป็นส่วนตัวมีความสำคัญมาก การปฏิบัติตนตามข้อบังคับด้านข้อมูลตามที่กฎหมายระบุเอาไว้นั้นย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่การปกป้องข้อมูลให้มั่นคงปลอดภัยนี้ก็ควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับทุกวันนี้ โดยในการศึกษาของ IDC และ OutSystems นั้นก็ได้ระบุว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 58% ของผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ที่ถูกสำรวจนั้นรู้สึกว่าความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดก็คือการผสานความมั่นคงปลอดภัยและการพัฒนาระบบเข้าด้วยกัน

ด้วยระบบ Low-Code Platform ของ OutSystems ประเด็นเหล่านี้จะถูกจัดการโดยตัวระบบอยู่แล้ว ด้วยการผสานความมั่นคงปลอดภัยและความปลอดภัยเข้าไประหว่างการพัฒนาระบบโดยตรง โดยที่นักพัฒนานั้นไม่สามารถฝ่าฝืนแนวทางที่ระบบวางเอาไว้เพื่อให้การพัฒนาแอปพลิเคชันมีความมั่นคงปลอดภัยตามแนวปฏิบัติที่กำหนดเอาไว้ได้

ถ้าหาก 39% ของผู้นำทางด้าน IT ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังใช้งานระบบ Low-Code อยู่หรือวางแผนที่จะใช้งานอยู่ การที่ธุรกิจจะรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้ได้นั้นก็ต้องมีแนวทางในการใช้งานระบบ Low-Code เช่นเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะต้องการปรับให้กระบวนการพัฒนาแบบเดิมที่เคยทำอยู่มีความง่ายดายยิ่งขึ้น, เร่งความเร็วในการพัฒนาแอปพลิเคชันให้เร็วยิ่งขึ้น หรือทำให้ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจภายในองค์กรของคุณทำงานได้มากขึ้น คุณก็ยิ่งต้องศึกษาในเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นไปอีก และวิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือการเริ่มต้นอ่านรายงานจาก IDC และ OutSystems จากที่นี่ นอกจากนี้ คุณก็ยังสามารถเข้าร่วมกับวิทยากรรับเชิญผู้เป็นนักวิเคราะห์จาก IDC คุณ Linus Lai ที่จะมาแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและลำดับความสำคัญใหม่สำหรับผู้นำทางด้าน IT ในภูมิภาคนี้ใน Webinar ที่นำเสนอประเด็นในทิศทางเดียวกันรายงานฉบับนี้ โดยคุณสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่นี่


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ระบบ IT ด้วย Sophos Managed Threat Response

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยายSophos Webinar เรื่อง “สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ระบบ IT ด้วย Sophos Managed Threat Response” พร้อมอัปเดตแนวโน้มภัยคุกคามล่าสุดและการวางกลยุทธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

Nutanix เพิ่มฟีเจอร์ AI สำหรับทำ Microsegmentation

ในงาน .NEXT ที่กำลังจัดขึ้น ทาง Nutanix ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ AI สำหรับทำ Microsegmentation พร้อมประกาศเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆจำนวนมาก