ก้าวเข้าสู่ ERP Cloud Platform ด้วย Infor Industrial Manufacturing โดย Reinvention

ระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ได้กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถใช้ในการปรับตัวท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดในปัจจุบันนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นรากฐานสำคัญต่อการเติบโตระยะยาวในอนาคต

อย่างไรก็ดี การมาของวิกฤตครั้งนี้ได้ทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ ต่อธุรกิจโรงงานและการผลิตหลายประการ ในบทความนี้เราจะนำสรุปประเด็นสำคัญจาก Infor ผู้นำด้านระบบ Cloud ERP สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิต และ Reinvention พันธมิตรด้าน ERP Implementer ของ Infor ในประเทศไทย เพื่อให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตได้เห็นถึงประเด็นสำคัญต่างๆ พร้อมโซลูชันเทคโนโลยีที่จะช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในปัจจุบันนี้กันอย่างครบถ้วนดังนี้ครับ

ความท้าทายใหม่ที่ธุรกิจโรงงานและการผลิตต้องเผชิญในช่วงปี 2020 – 2021

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของธุรกิจโรงงานและการผลิตไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป, รูปแบบการจัดจำหน่ายที่เปลี่ยนไป, Supply Chain ที่มีความผันผวนสูง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทาง Infor ได้สรุปความท้าทายใหม่ๆ เหล่านี้เอาไว้ด้วยกัน 5 ประการ ได้แก่

  1. การเสริมนวัตกรรมและการตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลของลูกค้าที่สูงขึ้น ด้วยแนวโน้มในการที่ผู้ผลิตนั้นต้องพัฒนาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะทางที่แตกต่างกันไปของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น ทำให้การวางแผนการขายและการผลิตนั้นมีความซับซ้อนสูงกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตต้องปรับกระบวนการทำงานครั้งใหญ่เพื่อตอบรับต่อความเปลี่ยนแปลงในประเด็นนี้
  2. ความผันผวนของ Supply Chain ทำให้ความต้องการในการตรวจสอบ Supply Chain ให้ได้อย่างแม่นยำอยู่ตลอดเวลาแบบ Real-Time เกิดขึ้น เพื่อให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับ Supply Chain ได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด ลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจจากปัจจัยด้านความไม่แน่นอนของ Supply Chain ลงให้เหลือน้อยที่สุด
  3. การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางกระบวนการการผลิตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน, การลด Downtime ที่อาจเกิดขึ้นในการผลิต ไปจนถึงการบริหารจัดการประสิทธิภาพในการใช้ทรัพย์สินและเครื่องจักรต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น
  4. การก้าวสู่ธุรกิจบริการ เพื่อเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ และปรับธุรกิจจากการขายผลิตภัณฑ์ไปสู่การขายบริการหรือการนำเสนอโซลูชัน ตอบโจทย์ทางธุรกิจให้ครบถ้วนและครบวงจรมากยิ่งขึ้น
  5. การบริหารจัดการวิกฤตและความเสี่ยง เช่น การปรับกระบวนการและรูปแบบการทำงานเพื่อให้พนักงานมีความปลอดภัยในการทำงาน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าโจทย์ของธุรกิจโรงงานและการผลิตนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมาก และมีโจทย์หลายมิติให้ต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อตอบรับต่อแนวโน้มในอนาคตหลายประเด็นด้วยกัน

เป้าหมายในการทำ Digital Transformation ของธุรกิจโรงงานและการผลิตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แรงกดดันจากความท้าทายรูปแบบใหม่ๆ นี้ได้สะท้อนไปยังเป้าหมายของการทำ Digital Transformation ของธุรกิจโรงงานและการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน โดยถึงแม้ว่าภาพรวมในการทำ Digital Transformation ของธุรกิจในอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้จะยังคงเป็นการสร้างผลลัพธ์ในการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้น ในแต่รายละเอียดนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลง เช่น

  • เร่งสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของอุตสาหกรรมในเชิงลึก ทั้งในเชิงของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ได้ลึกยิ่งขึ้น, การปรับกระบวนการคิดค้นวิจัยพัฒนาให้รวดเร็วและปรับสายการผลิตได้ถี่ยิ่งขึ้น ไปจนถึงการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ดียิ่งขึ้นต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูง และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
  • คิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่จะยกระดับของอุตสาหกรรม เช่นการพัฒนา Platform ใหม่ที่จะช่วยเปลี่ยนกระบวนการการดำเนินงานไปอย่างสิ้นเชิง หรือการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เอื้อต่อการคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • เพิ่มความเร็วและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับต่อต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น เช่น การพัฒนา Application สำหรับตอบโจทย์เฉพาะทางของธุรกิจที่สามารถปรับแต่งได้อย่างรวดเร็ว, การปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ได้ถี่ยิ่งขึ้น และการช่วยให้ลูกค้าของธุรกิจก้าวสู่การเป็นผู้นำด้วยความได้เปรียบที่เหนือยิ่งกว่าคู่แข่ง
  • ปรับตัวให้ดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สร้างประสบการณ์ที่เหนือล้ำและแตกต่างให้กับลูกค้าดว้ยการทำความเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการและความคิดเห็นของลูกค้าอย่างแท้จริง นำเสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ และส่งมอบงานต่างๆ ได้อย่างน่าเชื่อมั่น

เป้าหมายใหม่ๆ เหล่านี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นจากการมาของ COVID-19 ที่ทุกธุรกิจโรงงานไม่อาจประมาทและดำเนินธุรกิจได้ด้วยวิธีการเดิมๆ อีกต่อไป ในขณะที่ธุรกิจหลายแห่งเองก็กล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่และปรับเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจสู่เป้าเหล่านี้ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจให้รอดต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตในครั้งนี้ และตอบรับต่อความท้าทายทั้ง 5 ประการที่กล่าวเอาไว้ในข้างต้นได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

Infor CloudSuite: ระบบ ERP ที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิต ขึ้นระบบได้เร็ว มีความสามารถที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

การลงทุนปรับปรุงหรือยกเครื่องระบบ ERP ในกลุ่มธุรกิจโรงงานและการผลิตได้กลายเป็นวาระสำคัญของอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจมีระบบบริหารจัดการการดำเนินการและการผลิตที่มีความยืดหยุ่นคล่องตัวเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่กำลังเกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรม โดยแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงนั้นก็คือการเปลี่ยนจากระบบ ERP แบบดั้งเดิมที่เป็นแบบ General Purpose มาสู่ Cloud-based Industry Specific ERP อย่างเช่น Infor CloudSuite

Credit: Infor

ระบบ Cloud-based Industry Specific ERP นี้กล่าวโดยรวมแล้วคือระบบ ERP บน Cloud ที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถต่างๆ สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะ ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้สามารถเริ่มต้นใช้งานระบบ ERP ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการใช้ระบบ ERP ในรูปแบบ Cloud นั้นไม่ต้องเสียเวลาในการติดตั้งใช้งานหรือเตรียมระบบ IT Infrastructure แต่อย่างใด ในขณะที่ความเป็น Industry Specific ERP นั้นก็ช่วยให้ความสามารถต่างๆ นั้นพร้อมใช้งานได้ทันทีโดยแทบจะไม่ต้องปรับแก้ไขระบบส่วนใหญ่ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาโมดูลต่างๆ ของระบบ ERP อย่างในอดีตอีกต่อไป

แนวทางดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นใช้ระบบ ERP ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ธุรกิจจะยังได้เรียนรู้ Best Practice ในการออกแบบกระบวนการทำงานและการจัดการข้อมูลทางธุรกิจของอุตสาหกรรมได้จากระบบ ERP ด้วย ทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นได้ไปพร้อมๆ กับโครงการอัปเกรดระบบ ERP ใหม่ในเวลาเดียวกัน

โซลูชัน Infor CloudSuite สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตนี้ มีความสามารถที่ครอบคลุมต่อการบริหารจัดการธุรกิจโรงงานและการผลิตด้วยกัน 10 ประการหลักๆ ได้แก่

Credit: Infor
  • Enterprise Resource Planning (ERP) สำหรับการบริหารจัดการธุรกิจในภาพรวมได้อย่างครบถ้วน และมีโซลูชันย่อยให้เลือกใช้งานได้ตามประเภทของธุรกิจโรงงานและการผลิต เพื่อให้เริ่มต้นใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งแบบ On Premise, Cloud และ Hybrid Cloud จึงง่ายต่อการเพิ่มขยายระบบในอนาคต
  • Contract & Program Management บริหารจัดการโครงการและสัญญาต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงยังสามารถจัดการเรื่องการเสนอราคา และการทำ Customer Relationship Management (CRM) ได้ในตัว
  • Manufacturing Execution บริหารจัดการการผลิตได้อย่างครอบคลุมด้วยความสามารถในการติดตามและควบคุมสายการผลิต, การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง, การควบคุมคุณภาพ และการดูแลรักษาสินทรัพย์และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
  • Factory Track บริหารจัดการวัตถุดิบและคลังสินค้าได้อย่างครบวงจร กำหนดการหยิบวัตถุดิบและสินค้า, การรับวัตถุดิบและสินค้า, การเคลื่อนย้ายตำแหน่ง, การสั่งงานแบบอัตโนมัติ และการติดตามพนักงานได้ในระบบเดียว
  • Supply Chain Planning & Execution การวางแผนและจัดการระบบ Supply Chain โดยครอบคลุมกรณีที่มีคลังสินค้าหรือโรงงานหลายแห่ง, บริหารจัดการการจัดซื้อ, การติดตามวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงการบริหารจัดการวัตถุดิบ
  • Product Lifecycle Management การบริหารจัดการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การพัฒนาต่อยอดหรือคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสอบเทียบมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องต่อข้อกำหนดและข้อกฎหมาย
  • Business Intelligence ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจแบบ Real-Time ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน โดยสามารถนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาทำการวิเคราะห์ร่วมกันได้ พร้อมเครื่องมือสำหรับช่วยในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้แบบอัตโนมัติ
  • Enterprise Asset Management ระบบบริหารจัดการทรัพย์สินและเครื่องจักร โดยรองรับการวางแผนสำหรับทำ Preventive Maintenance, การทำนายแนวโน้มปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินและเครื่องจักร ไปจนถึงการลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสินค้าและการดูแลคลังสินค้า
  • Aftermarket Service การบริหารจัดการบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั้งการรับประกัน, การซื้อคืน และการเคลมประกัน ไปจนถึงการให้บริการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า
  • Human Capital/Workforce Management ระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่รองรับได้ทั้งพนักงานทั่วไปและพนักงานในสายการผลิต ช่วยเพิ่มการตรวจสอบ, เสริมประสิทธิภาพการทำงาน และรองรับการพัฒนาทักษะของบุคลากรได้อย่างเป็นอัตโนมัติ

ความสามารถทั้งหมดเหล่านี้ของ Infor CloudSuite สามารถใช้งานได้ผ่าน Web ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้จากทุกๆ อุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น PC, Notebook, Smartphone หรือแม้แต่ Tablet โดยหากใช้งานบนระบบ Cloud ผู้ใช้งานก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลธุรกิจภายในระบบเหล่านี้ได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างมั่นคงปลอดภัย

Credit: Infor

วางรากฐานระบบ Cloud ERP ที่มั่นคงสำหรับปัจจุบัน พร้อมรองรับการต่อยอดสู่อนาคตด้วย Infor

Infor ได้ให้คำแนะนำว่าสำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตที่มีแผนการใช้งานระบบ Cloud-based Industry Specific ERP อย่างเช่น Infor CloudSuite นั้น การติดตั้งใช้งานระบบควรแบ่งออกเป็น 3 เฟสด้วยกัน ได้แก่

  • Phase 1: Core การใช้ความสามารถพื้นฐานที่มี Best Practice ให้พร้อมใช้งานบนระบบ Cloud ERP ได้ทันที เช่น ระบบการเงิน, บัญชี, การจัดซื้อ หรืออื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นงาน 60% ที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ต้องทำอยู่แล้ว
  • Phase 2: Configured ปรับแต่งระบบบางส่วนที่สำคัญเพื่อให้การทำงานของระบบ Cloud ERP สอดคล้องต่อการทำงานที่เป็นปัจจุบันของธุรกิจ เช่น การปรับแต่งบาง Workflow, การปรับแต่งรูปแบบของเอกสารหรือรายงาน และการปรับแต่งหน้าจอการทำงานของระบบ ซึ่งมักจะเป็นงาน 30% ของระบบงานทั้งหมด
  • Phase 3: Unique พัฒนาระบบส่วนสำคัญที่สร้างความแตกต่างอันใหญ่หลวงระหว่างธุรกิจของเรากับธุรกิจของคู่แข่ง ให้เกิดเป็นความโดดเด่นและขีดความสามารถในการแข่งขันหลัก ซึ่งมักจะเป็นงาน 10% ของระบบงานทั้งหมด

แนวทางนี้จะช่วยให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถใช้งาน Cloud ERP ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยใช้เวลาอันรวดเร็วในการขึ้นระบบ ในขณะที่ยังคงมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งการทำงานของระบบสูงอยู่ และสามารถสร้างความโดดเด่นในเชิงกระบวนการและการบริหารจัดการให้เหนือกว่าคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

Infor CloudSuite นี้มีจุดเด่นด้านการเป็นระบบ Cloud ERP ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะ และมีความสามารถที่จำเป็นอย่างเช่นการทำ Quality Control, Supply Chain Management และอื่นๆ อย่างครบถ้วนให้พร้อมใช้งาน รวมถึงยังสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้ในตัว ทำให้ธุรกิจสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชันใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ไม่เพียงเท่านี้ ภายใน Infor CloudSuite ยังมีความเป็น Digital Platform ที่จะเปิดให้ธุรกิจสามารถทำการพัฒนาความสามารถหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การก้าวไปสู่ Industry 4.0 นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ภายในระบบเดียวกัน และโดดเด่นเหนือล้ำกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน

Credit: Infor

สนใจโซลูชัน Cloud ERP จาก Infor ติดต่อ Reinvention ได้ทันที

สำหรับธุรกิจองค์กรใดที่สนใจโซลูชัน Cloud ERP จาก Infor สามารถติดต่อทีมงาน Reinvention ได้ทันทีที่

REINVENTION CO., LTD.
Tel. 02-026-6367, 063-619-5669
Email: sales@reinvention.online
Website: https://reinvention.online/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] Aruba เปิดตัววิวัฒนาการขั้นถัดไปของสถาปัตยกรรมระบบสวิตช์

Aruba CX 10000 Series Switch พร้อมกับ Pensando จะส่งมอบระบบเครือข่ายที่มีความสามารถสูง พร้อมสำหรับการเพิ่มขยาย เสริมบริการด้านความปลอดภัย สำหรับศูนย์ข้อมูลของธุรกิจในระดับองค์กร

[Video] “ดูโฮม” สามารถปฏิวัติรูปแบบในการบริหารธุรกิจในการจัดการสินค้าและดูแลมาตรฐานได้อย่างไร

การนำโซโลชันจาก SAP มาใช้ และการให้ Atos มาเป็นผู้ดูแลและพัฒนาจัดการระบบ ช่วยให้ “ดูโฮม” สามารถปฏิวัติรูปแบบในการบริหารธุรกิจในการจัดการสินค้าและดูแลมาตรฐานได้อย่างไร