WatchGuard เปิดตัว Cloud Detection & Response – หยุดความเสี่ยงบน Cloud ก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤต

ในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วย Cloud ภัยคุกคามไม่ได้มาจากแฮ็กเกอร์เจาะระบบอีกต่อไป แต่ส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าที่ผิดพลาด บัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมย และปัญหา Shadow IT – WatchGuard ผู้ให้บริการ Unified Security Platform ชื่อดังจึงได้เปิดตัวโซลูชัน Cloud Detection & Response ที่จะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงและปิดช่องโหว่เหล่านี้ เพื่อให้ธุรกิจของเรามั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริง

Security Breach ในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการโจมตีโดยตรงจากแฮ็กเกอร์อีกต่อไป แต่ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความเสี่ยงหรือสิ่งที่เรามองไม่เห็น เปิดเป็นช่องทางเชื้อเชิญให้เหล่าแฮ็กเกอร์เจาะเข้ามาในระบบได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าที่ผิดพลาด บัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมย และการใช้แอปพลิเคชันนอกเหนือการควบคุม (Shadow IT) โดยเฉพาะบน Cloud Apps ยอดนิยมในปัจจุบันอย่าง Microsoft 365, Google Workspace, Salesforce หรือเครื่องมือ AI ต่างๆ ก็เริ่มตกเป็นเป้าหมายของเหล่าแฮ็กเกอร์มากขึ้น ที่น่าเป็นห่วงคือ Network & Endpoint Security แบบดั้งเดิมมักขาดความสามารถในการมองเห็นและติดตามการใช้ Cloud Apps เหล่านี้ ทำให้เมื่อรู้ตัวอีกที ระบบก็ถูกเจาะเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย

เพื่อปกป้องการใช้ Cloud Apps ที่เพิ่มมากขึ้น WatchGuard จึงได้เปิดตัว Cloud Detection & Response (CloudDR) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยี AI-Native และทำงานแบบ Agentless ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการมองเห็นและติดตาม (Visibility) การตรวจจับ (Detection) และการตอบโต้ (Response) ภัยคุกคามบนระบบ Cloud และ SaaS Apps โดยเฉพาะ ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มเดียว

WatchGuard CloudDR มุ่งเน้นการจัดการความเสี่ยงใน 3 ด้านสำคัญที่มักนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล ได้แก่

  • Identity Threats –  ตรวจจับบัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมย การใช้ Session Token ในทางที่ผิด การบายพาส MFA และบัญชีที่มีสิทธิ์เกินความจำเป็น
  • Misconfigurations – เฝ้าระวังการตั้งค่าที่หละหลวม โดยเฉพาะค่าพื้นฐานจากโรงงาน (Default Settings) หรือการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าที่ทำให้ระบบเกิดช่องโหว่โดยไม่ตั้งใจ
  • Shadow IT & AI – ค้นหาแอปพลิเคชันและเครื่องมือ AI ที่พนักงานนำมาเชื่อมต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรรั่วไหลสู่ภายนอก

จุดเด่นที่สำคัญของ WatchGuard CloudDR คือการเชื่อมต่อโดยตรงกับแพลตฟอร์ม SaaS ผ่าน API ซึ่งช่วยมอบประสิทธิภาพและปกป้องการใช้ SaaS และ Cloud Apps ดังนี้

  • ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ – ไม่มีการติดตั้ง Agent ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงาน ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์
  • พร้อมใช้งานอย่างมั่นคงปลอดภัยทันที – สามารถเชื่อมต่อและเริ่มทำงานได้ภายในไม่กี่นาที ระบบจะเริ่มตรวจสอบการตั้งค่าต่างๆ ติดตามการใช้งาน และบังคับใช้แนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ดีที่สุดให้โดยอัตโนมัติ
  • แก้ไขปัญหาอัตโนมัติ – เมื่อตรวจพบความเสี่ยง ระบบจะดำเนินการแก้ไขให้โดยอัตโนมัติ เช่น ยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึง หรือปรับการตั้งค่าให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะใช้ SaaS หรือ Cloud Apps ใด WatchGuard CloudDR ก็พร้อมให้การปกป้องอย่างครอบคลุม โดยรองรับแอปพลิเคชันมากกว่า 40 รายการ ตัวอย่างเช่น

  • CRM & HR – BambooHR, HiBob, Hubspot, Salesforce, Zendesk
  • Collaboration – Google Workspace, Microsoft 365, Slack, Teams, Zoom
  • File Sharing – Box, Dropbox, SharePoint, Docusign
  • DevOps – Bitbucket, Datadog, Github, Gitlab, MongoDB, Sentry
  • Identity & Access Management – Atlassian Guard, Duo, EntraID, JumpCloud, Okta, OneLogin

นอกจากนี้ WatchGuard CloudDR ยังมีมีนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยที่อ้างอิงตามมาตรฐานสากล เช่น CIS, NIST CSF, SOC 2 กว่าร้อยรายการมาให้เลือกบังคับใช้งานได้ทันที ช่วยยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย SaaS และ Cloud Apps ให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก รวมถึงสามารถจัดทำรายงานการตรวจสอบ (Audit) ตามมาตรฐานดังกล่าวได้อีกด้วย

หากคุณกำลังมองหาวิธีปกป้อง Cloud Apps ที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่าย และไม่เพิ่มภาระให้ฝ่าย IT โซลูชัน WatchGuard CloudDR คือคำตอบที่ดีที่สุด สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ inquiry.sea@watchguard.com

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ไขความลับ! อัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 สู่ SAP S/4HANA on Cloud แล้วองค์กรดีขึ้นอย่างไร โดย NTT DATA Business Solutions

จากประกาศอย่างเป็นทางการของ SAP ที่จะเริ่มหยุคดการสนับสนุน SAP ECC 6.0 ตั้งแต่สิ้นปี 2027 เป็นต้นไป ทำให้ธุรกิจองค์กรที่เคยใช้ SAP ECC 6.0 มาอย่างยาวนานต้องเร่งตัดสินใจอัปเกรดระบบครั้งใหญ่ในปี 2026 …

IBM จับมือกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ทุ่มงบ 2 พันล้านเหรียญ ตั้ง Anderon โรงงานผลิตชิปควอนตัมแห่งแรกของอเมริกา

IBM ประกาศลความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดตั้ง Anderon บริษัทใหม่ที่จะดำเนินธุรกิจเป็นโรงงานผลิตชิปควอนตัมแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุน 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ผ่านนโยบายจูงใจ CHIPS Act ผสานกับเม็ดเงินลงทุนจาก IBM อีก 1 …