AWS เปิดตัว Amazon WorkSpaces Core รองรับระบบ 3rd-party VDI แล้ว

AWS เปิดตัว Amazon WorkSpaces Core รองรับการนำระบบ 3rd-party VDI มาทำงานบน AWS แล้ว

Amazon Web Services (AWS) ประกาศเพิ่มบริการใหม่ Amazon WorkSpaces Core เพื่อรองรับการนำระบบ Virtual Desktop Infrastucture (VDI) ยี่ห้ออื่นมาทำงานบน Cloud ของ AWS แล้ว ก่อนหน้าให้บริการบนระบบ VDI ของตนเองเป็นหลัก ที่มีระบบบริหารจัดการ Desktop และสามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทาง Web Browser

Amazon WorkSpaces Core ช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้ระบบ VDI อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับการย้ายระบบ On-premise VDI มายัง Cloud ได้ทันที และรองรับการใช้งานแบบ Hybrid Environment ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการได้จากหน้าจอ Console เดียว บริการนี้คิดค่าบริการแบบ Pay-as-you-go มีให้เลือกทั้งแบบ Monthly subscription หรือตามการใช้งานรายชั่วโมง และรองรับการนำ License ระบบ VDI หรือ OS ที่มีอยู่แล้วมาใช้งานได้ทันที ปัจจุบัน Amazon WorkSpaces Core เปิดให้ใช้งานแล้วในทุก Region ยกเว้น Africa (Cape Town)

นอกจากนี้ AWS ยังเปิดตัวบริการ Ubuntu Desktops บน Amazon WorkSpaces อีกด้วย เพื่อรองรับการนำระบบ VDI มาใช้สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์หรือประมวลผลงานทางวิศวกรรม โดยใช้ Ubuntu เวอร์ชัน 22.04 LTS (Jammy Jellyfish) ที่มีการปรับแต่ง Base image สำหรับใช้งานบน Cloud มาแล้ว รองรับการใช้งานสูงสุด 8 vCPU และ 32 GB RAM

ที่มา: https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2022/09/aws-announces-amazon-workspaces-core/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ