ยกระดับการรูปแบบการทำงานขององค์กรผ่านบริการ VDI จาก Cloud HM

Virtual Desktop Infrastructure (VDI) เป็นเทคโนโลยีที่หลายท่านอาจรู้จักกันมานานแล้ว ซึ่งในอดีตขีดความสามารถของฮาร์ดแวร์ภายในองค์กรอาจจะยังไม่สนับสนุนให้บริการนี้เกิดขึ้นได้จริง ต่อมาเมื่อบริการคลาวด์ในประเทศไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้นผู้ให้บริการหลายรายก็ได้นำเสนอบริการนี้ในรูปแบบ as a Service เฉกเช่นเดียวกับบริการคลาวด์ทั่วไป

Cloud HM เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยที่นำเสนอบริการ VDI เช่นกัน ซึ่งตัว VDI เองได้นำเสนอความสามารถที่ทำให้องค์กรเกิดความยืดหยุ่นในการทำงาน เพิ่มความมั่นคงปลอดภัย และ ง่ายต่อการบริหารจัดการ ทั้งนี้ด้วยความสามารถของ VMware Horizon องค์กรจะได้รับขีดความสามารถสูงขึ้นจากฟังก์ชันต่างๆ โดยเมื่อประกอบกับทีมงานจาก Cloud HM ที่ช่วยบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้ลูกค้าและการเป็น Sovereign Cloud ทำให้ข้อเสนอเหล่านี้น่าสนใจไม่น้อย

ในบทความนี้ท่านจะได้ทราบว่าเหตุใดจึงควรเริ่มต้นยกระดับการทำงานขององค์กร ให้ยืดหยุ่นทันสมัยมากกว่าเดิม ด้วยความสามารถจาก VMware Horizon และข้อดีจากการที่ทุกอย่างได้รับการดูแลโดยทีมงานของ Cloud HM เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นมาติดตามกันได้เลยครับ

VDI เป็นเทคโนโลยีที่ถือกำเนิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในหมวดของ Desktop Virtualization ที่แบ่งกันเข้าใช้งานฮาร์ดแวร์ เช่น Remote Desktop Service (RDS) ด้วยความสามารถของ Windows ที่มีมายาวนาน อย่างไรก็ดีในมุมของ VDI ได้อาศัยความสามารถของ Hypervisor ทำให้แต่ละผู้ใช้สามารถมี แอปพลิเคชัน และทรัพยากรเครื่อง แตกต่างได้ตามความต้องการ นั่นคือความโดดเด่นที่ทำให้ VDI น่าสนใจ

แม้ VDI จะเป็นเทคโนโลยีที่ดูตอบโจทย์ในหลายแง่มุม แต่ที่ผ่านมาการใช้งานในระดับองค์กรอาจจะประสบปัญหาในการวางแผนเรื่องฮาร์ดแวร์ เพราะในอดีตการเพิ่มฮาร์ดแวร์ใหม่ทำได้ไม่ง่ายนัก ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เทคโนโลยี HCI ได้ทำให้การเพิ่มทรัพยากรเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย ทั้งนี้ในกรณีของ VDI ที่นำเสนอโดยผู้ให้บริการคลาวด์เช่น Cloud HM ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะธุรกิจไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องฮาร์ดแวร์ อีกทั้งยังเพิ่มลดทรัพยากรได้ตามความต้องการ

อนึ่งแม้ VDI จะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อนสถานการณ์ของโควิด ทำให้บริษัทจำนวนไม่น้อยรู้จักกับ Cloud VDI เพิ่มขึ้น เพราะการที่พนักงานไม่สามารถเดินทางเข้าบริษัทได้ ทำให้องค์กรต้องจัดหาเครื่องสำหรับทำงานอย่างเร่งด่วน ในกรณีของฮาร์ดแวร์อาจไม่ทันกับสถานการณ์และยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้อัตราการใช้งานบริการ Cloud VDI จึงทะยานสูงขึ้น แม้กระทั่งผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกยังต้องเพิ่มทรัพยากรคลาวด์ของตนเช่นกัน

เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแม้สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่กลับยังคงไว้ซึ่งเทรนด์การทำงานจากทุกที่ ไอทีของธุรกิจไม่สามารถติดตามดูแลอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้อีกต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ โดย VDI เป็นทางเลือกอันดีที่ช่วยให้ไอทีสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบองค์กรได้ และไม่กระทบต่อการทำงานของพนักงาน เพราะสามารถเข้าถึงจากอุปกรณ์ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น แท็ปเล็ต มือถือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือบริษัท ขอเพียงแค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น VDI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์อีกต่อไป แต่ยังคงกลายเป็นช่องทางที่ลดค่าใช้จ่ายเรื่อง DR Site ให้ทุกคนยังพร้อมทำงานได้ ไม่ว่าเกิดสถานการณ์ใดก็ตาม โดยไม่ติดขัดเรื่องของทรัพยากร เนื่องจากผู้ใช้แต่ละรายสามารถได้รับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไปตามความจำเป็นเช่น หน่วยกราฟฟิคอาจได้เครื่องที่มีศักยภาพสูงกว่าทีมอื่น เป็นต้น รวมไปถึงเลือกติดตั้งแอปพลิเคชันได้ตามหน้าที่ของพนักงาน

นอกจากนี้ VDI ยังสามารถนำไปใช้งานในลักษณะแบบไม่บันทึกข้อมูล(non-persistent) กล่าวคือเมื่อจบการทำงานข้อมูลจะไม่มีการบันทึก ซึ่งในกรณีนี้เหมาะกับงานลักษณะเป็นกะเปลี่ยนกัน เพียงแค่ใช้เครื่องทำงานในเวลาแล้วจบไป โดยรูปแบบนี้ยังมักมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า การมีเครื่องเป็นของตนเอง(Persistent) อีกด้วย และนั่นคือความยืดหยุ่นที่ VDI จะสามารถปรับโฉมการทำงานของท่านให้ตอบโจทย์ยุคใหม่ของการทำงานอย่างแท้จริง

VMware เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Virtualization ระดับโลกที่ได้รับความนิยม ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ยังนำไปสู่โซลูชัน VDI ที่เรียกว่า ‘VMware Horizon’ โดยเริ่มเข้าสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2008 และปัจจุบันได้เดินทางมาถึงเวอร์ชัน 8 แล้ว

จากการสั่งสมประสบการอย่างยาวนานในตลาด VMware Horizon จึงมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้หลายด้าน คือ

  • RESTful API – มี API สำหรับช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรเช่น การติดตามเครื่อง จัดทำรายงานทรัพยากรการใช้งาน การสั่ง Deploy เครื่องและอื่นๆ รวมถึงสถานการณ์ซ่อมบำรุง
  • User Experience – ตอบโจทย์มุมของการใช้งานเช่น รองรับ Smart Card, การต่อขยายแสดงผลได้หลายหน้าจอ, ส่งเอกสารไปยังเครื่องพิมพ์ระดับท้องถิ่นที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ปลายทาง หรือการรองรับฮาร์ดแวร์ที่ตอบโจทย์งานด้านกราฟฟิค ที่ต้องการทรัพยากรสูง
  • Just in time Management Platform (JMP) – การที่สามารถนำส่งเครื่องได้ทันที โดยมีองค์ประกอบสนับสนุน 3 ส่วนคือ
    • Instant Clone – เป็นความสามารถจาก vSphere ที่สร้างเครื่องจำนวนมากในรูปแบบ non-persistent จาก image เดียวกัน ได้แทบจะทันทีเพียงแค่ไม่กี่วินาที พอจบงานก็ถูกลบออกไป รวมถึงสามารถ Clone ส่วนประกอบในองค์ประกอบข้อถัดไป เพื่อสร้างเป็น persistent ได้อีกด้วย
    • App Volume – เป็นส่วนที่เชื่อมต่อแอปพลิเคชันเข้ากับ ผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้ อุปกรณ์ เมื่อทำการล็อกอินเข้ามา สนับสนุนทำให้ Provision เครื่องจำนวนมากได้
    • Dynamic Environment – ทำให้เกิดความเฉพาะตัวของ Policy เป็นโปรไฟล์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น แต่ละคนอาจจะมีแอปไม่เหมือนกัน บางคนอนุญาตทำ Map Drive ได้พิเศษเป็นต้น

นอกจากความสามารถหลักที่ได้รับจาก VMware Horizon 8 แล้ว ผู้ใช้ยังได้รับความเข้ากันได้กับโซลูชันอื่นๆ ของ VMware อีกด้วย เช่น VMware Workspace ONE Access ทำให้เกิดการเชื่อมต่อแบบ On-demand หรือ vSAN และ NSX ที่ตอบโจทย์เรื่อง HCI เครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัย

จากข้อมูลข้างต้นท่านคงจะทราบถึงประโยชน์และความคล่องตัวจาก Cloud VDI มาบ้างแล้ว ซึ่งด้วยประโยชน์และรูปแบบบริการของคลาวด์ทำให้ท่านไม่จำเป็นต้อง ลงทุนกับฮาร์ดแวร์ด้วยตนเอง และสามารถเริ่มการทำงานได้ตามจริง ตลอดจนค่าบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์และการวางระบบสำรอง(HA) แต่นั่นเป็นเพียงมุมเดียวเท่านั้น

นอกเหนือจากเรื่องฮาร์ดแวร์แล้ว VMware Horizon ก็เป็นซอฟต์แวร์ที่มีค่าใช้จ่ายภายใต้เงื่อนไขทางการค้า ซึ่งลูกค้าของ Cloud HM ไม่จำเป็นต้องบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง เช่น การต่ออายุ และอัปเดตซอฟต์แวร์ตามเวอร์ชันใหม่ที่ออกมา ไม่ว่าจะเหตุผลทางประสิทธิภาพหรือด้านความมั่นคงปลอดภัยก็ตาม

นอกจากการได้รับการใส่ใจดูแลเป็นอย่างดีแล้ว Sovereign Cloud หรือ Data Localization ยังเป็นอีกข้อบังคับหนึ่งของหลายธุรกิจที่ไม่สามารถนำข้อมูลออกนอกประเทศได้ ซึ่ง Cloud HM สามารถตอบโจทย์ข้อบังคับนี้ได้ และการที่อยู่ใกล้กับธุรกิจในประเทศยังหมายถึงความรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตเช่นกัน

สนใจบริการ Cloud HM VDI หรือ โซลูชันอื่นๆจาก VMware ติดต่อผู้เชี่ยวชาญและฝ่ายขายได้ที่ โทร (0)2-119-7300 หรืออีเมล์ sales@cloudhm.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Cloud HM ได้ที่ https://www.cloudhm.co.th

ที่มาข้อมูล

  1. https://www.vmware.com/topics/glossary/content/virtual-desktop-infrastructure-vdi.html
  2. https://www.techtarget.com/searchvirtualdesktop/opinion/Why-VDI-5-Reasons-people-really-use-VDI
  3. https://www.vmware.com/top-reasons-vmware-horizon.html
  4. https://docs.vmware.com/en/VMware-Horizon/2303-and-later/horizon-architecture-planning/GUID-BBD4EA8B-4C35-4827-B53B-6267CFCFA2CE.html
  5. https://blog.cloudhm.co.th/terminal-server-rds-vs-vdi/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ฟอร์ติเน็ตเผย องค์กรไทยเจอความซับซ้อนด้านไซเบอร์เพิ่มอีก ภัยคุกคาม AI มาเร็วเกินรับมือได้ทัน [PR]

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศผลการศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดย Forrester Consulting ซึ่งเผยให้เห็นว่า องค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความซับซ้อนด้านความปลอดภัยไซเบอร์และภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่เพิ่มสูงจนทำให้ไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

OpenAI กำลังพิจารณาฟ้อง Apple ปมการผสานรวม ChatGPT กับ Siri

มีรายงานว่า OpenAI Group เกิดความไม่พอใจอย่างมากต่อ Apple เกี่ยวกับการจัดการผสานรวม ChatGPT และ Siri ที่ย่ำแย่ จนถึงขั้นที่ตอนนี้กำลังศึกษาลู่ทางในการดำเนินการทางกฎหมาย