AIS 5G for Business พร้อมเดินหน้าธุรกิจไทยสู่ Thailand Industry 4.0

แม้จะเผชิญกับวิกฤตหนักขนาดไหน ทว่าการพัฒนาประเทศต้องไม่หยุดยั้ง และวันนี้ AIS ในฐานะผู้ให้บริการ 5G พร้อมแล้วที่จะช่วยขับเคลื่อนเร่งให้เกิด Digital Transformation และเพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปสู่ Thailand Industry 4.0

ทิศทางการเตรียมความพร้อมด้าน 5G Digital Infrastructure เป็นอย่างไรและ AIS ร่วมกับคู่ค้าทางธุรกิจจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยี 5G อย่างไร? ร่วมหาคำตอบได้จากบทความนี้

5G กับการสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ

5G กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่สำหรับธุรกิจไทยควบคู่ไปกับบริการอื่น ๆ เช่น Cloud, IoT, Cybersecurity (ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์) เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานในธุรกิจต่าง ๆ และก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะช่วยนำโอกาสทางธุรกิจมาสู่ประเทศ อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทย 

5G มีคุณประโยชน์ต่อธุรกิจ 6 ประการ ดังนี้

  1. Machine Enhance Decision Making
    5G ช่วยปรับปรุงเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินใจ อันนำไปสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพดีขึ้น และช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากผู้ทำงาน
  2. Data Rich
    5G ช่วยพัฒนาโมเดลธุรกิจวิถีใหม่ด้วยข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาลจากเซนเซอร์ต่าง ๆ 
  3. Visualization 
    5G ใช้ในการประมวลผลเพื่อนำเสนอภาพรวมของการทำงาน
  4. Agile Automation
    5G ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติที่คล่องตัวได้อย่างมีคุณภาพ 
  5. Intelligent Efficiency
    5G ช่วยยกระดับการปฏิบัติงาน ลดการสูญเสียในขณะที่ยังเสริมคุณภาพให้สูงขึ้น
  6. Trusted Connections
    5G มอบการเชื่อมต่อที่มั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ช่วยให้มั่นใจได้ว่า การปฏิบัติงานสำคัญจะมีความต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก

5G มีการนำไปประยุกต์ใช้งานในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม อาทิ

  • การผลิต (Manufacturing)
    5G สามารถยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงาน และลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อปฏิบัติในการทำงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น 
  • การค้าปลีก (Retail)
    5G ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสต็อกสินค้าขึ้นชั้นวาง วิเคราะห์ Customer Journey รวมถึงการให้บริการใหม่ ๆ เช่น การรับส่งสินค้าริมทาง
  • การขนส่ง (Transportation)
    5G สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของท่าเรือและสนามบินได้ เช่น การลงจอดและขนถ่ายสัมภาระของเครื่องบิน การนับผู้โดยสารและการวิเคราะห์การจราจรและที่จอดรถ
  • ความปลอดภัยสาธารณะและสุขภาพ (Public Safety & Health)
    ในด้านความปลอดภัยสาธารณะนั้น เมืองอัจฉริยะ (Smart City) สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G เช่นเดียวกับการประยุกต์ใช้ 5G สำหรับการดูแลสุขภาพเพื่อทุเลาอาการจาก COVID-19
  • โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
    5G สามารถตรวจสอบและจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานของยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองในอนาคต ซึ่งต้องรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกับเซนเซอร์ขนาดใหญ่

เส้นทางสู่ 5G Digital Infrastructure

นอกจากการประยุกต์ใช้งาน 5G ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น AIS ก็ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลายรายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อร่วมทดสอบการใช้งาน 5G และค้นหาคุณประโยชน์จากการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ตามการขยายการใช้งาน 5G ที่มากขึ้นด้วย

  • ระยะทดลองสำรวจ (ปี 2019 – 2021)
    ขั้นตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการประมูลคลื่นความถี่ มีการทดลองใช้งาน 5G และเริ่มมีการลงทุนสำหรับการเปิดตัว 5G ทั่วประเทศ
  • ระยะทดสอบต้นแบบ (ปี 2021 – 2022)
    เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม 5G มีพร้อมสามารถขยายขนาดต้นแบบได้ ธุรกิจต่างเริ่มปรับใช้ 5G เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร
  • ระยะขยายผลการใช้งาน (ปี 2022 เป็นต้นไป)
    การใช้งาน 5G จะเติบโตขึ้นอย่างมาก เมื่อธุรกิจต่าง ๆ เล็งเห็นคุณค่าของ 5G ก็จะเกิดการนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ด้วย

มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ใช้เทคโนโลยี 5G เป็นอันดับต้น คือ ภาคการผลิต ซึ่งนำเทคโนโลยี 5G ไปประยุกต์ใช้งานหลากหลาย ทั้งในโรงงานอัจฉริยะและอุตสาหกรรม 4.0 ร่วมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น  AR/VR, Edge, Clouds, IoT ขนาดใหญ่, การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ และ AI เห็นได้จากตัวอย่างการใช้งานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Machine Vision ที่มาพร้อมการวิเคราะห์วิดีโอ, ยานยนต์นำทางอัตโนมัติ, ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม และรูปแบบการผลิตที่ยืดหยุ่นได้

AIS 5G กับการลงทุนเพื่อธุรกิจไทย

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี AIS ได้ลงทุนและพัฒนา 5G ให้พร้อมใช้งานในธุรกิจต่าง ๆ ด้วยการจัดสรรช่วงคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมและกว้างที่สุดในทุกย่านความถี่ ตั้งแต่ย่านความถี่ต่ำ กลางและสูง พร้อมรองรับความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งการมีคลื่นความถี่หลากหลายนั้นช่วยให้ AIS สามารถให้บริการ 5G ที่ดีที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการระดับเดียวกันได้

  • ย่านความถี่ต่ำ (700 MHz) มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางและมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นสำหรับการใช้งานในอาคาร ทั้งยังเหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกรวมถึง IoTเช่น Smart City, Smart Metering และ Smart Agriculture 
  • ย่านความถี่กลาง (2600 MHz) ให้การครอบคลุมและความจุที่ดี ความเร็วที่สูงขึ้นและเหมาะสำหรับการใช้งานส่วนใหญ่
  • ย่านความถี่สูง (26 GHz) มาพร้อมย่านความถี่ที่กว้างเป็นพิเศษ แม้จะมีความครอบคลุมที่แคบกว่า แต่ก็มีความเร็วที่สุดและความจุสูงสุด ซึ่งย่านความถี่สูงนี้เหมาะสำหรับเครือข่ายส่วนตัว (Private Network) ในสถานที่จำเพาะ เช่น โรงงาน ท่าเรือ หรือสนามบิน เป็นต้น ย่านความถี่ที่สูงขึ้นมาพร้อมกับการตัดแบ่งโครงข่าย (Network Slicing) สามารถรองรับบริการประเภท Multi-Gigabit ได้โดยมีอัตราความหน่วงที่ต่ำมาก

ในแง่ความครอบคลุมของพื้นที่นั้น นับว่า AIS มีเครือข่ายทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมจำนวนประชากรมากกว่าร้อยละ 70 ภายในสิ้นปีนี้ โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ท่าเรือและสนามบิน

นอกจากนี้ AIS ยังได้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ 5G เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วนและจำเป็นสำหรับธุรกิจ ดังนี้

SA/NSA (Stand Alone/Non-Stand Alone) Dual Network 

การใช้งานบนเครือข่ายคู่ SA/NSA ทำให้ 5G สามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ นำมาซึ่งความสามารถใหม่ ๆ สู่การนำไปประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจ

Network Slicing

การตัดแบ่งโครงข่ายช่วยสร้างเครือข่ายเสมือนเฉพาะได้หลายเครือข่ายบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันได้ โครงข่ายที่ถูกตัดแบ่งออกมาแต่ละชั้นจะมีลักษณะเฉพาะตัวและมีเอกลักษณ์ของตนเองตามที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละการใช้งาน

แอปพลิเคชันบางตัว เช่น AR/VR หรือ Robotics นั้น ต้องการความหน่วงเวลาที่ต่ำมากและได้ปริมาณงานที่สูงขึ้น ในขณะที่แอปพลิเคชันอื่น ๆ สามารถยอมรับปริมาณงานที่ต่ำกว่าและความหน่วงเวลาที่สูงกว่าได้ ซึ่งการตัดแบ่งโครงข่ายสามารถกำหนดค่าได้ด้วยการลำดับความสำคัญในเครือข่าย (QoS) ที่แตกต่างกันในแต่ละแอปพลิเคชัน ส่งผลให้มีต้นทุนที่เหมาะสม ลดความซับซ้อนและจัดการเครือข่ายได้ดีขึ้น

Multi-access EDGE Computing (MEC)

AIS มีระบบนิเวศน์ประมวลผลแบบ MEC เพื่อการใช้งาน 5G ที่สามารถนำ Edge Computing ไปใช้แบบ On-premises หรือที่ Data Center ของ AIS ทั่วประเทศกับคู่ค้าระดับโลกอย่าง Microsoft, HPE เป็นต้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน

Private Network

5G Private Network เพื่อการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) มอบคุณลักษณะหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ 

การใช้งาน 5G Private Network เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมการผลิตที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เห็นได้จากตัวอย่างการใช้งานในโรงงานที่สามารถกำหนดขอบเขตพื้นที่ทำงานให้เป็นส่วนตัวและปลอดภัย ปลอดสัญญาณรบกวน เชื่อมต่อกับระบบภายในต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ รองรับการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่างระบบ อีกทั้งสามารถประมวลผลขั้นสูงพร้อมการตอบสนองแบบเรียลไทม์ได้

แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ใช้งานร่วมกับ 5G ไม่ว่าจะเป็น SA/NSA Dual Network, Network Slicing, MEC และ Private Network ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการมอบโครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วนและจำเป็นสำหรับธุรกิจ ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตด้วยระบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกพร้อมใช้งานได้จริง อำนวยความปลอดภัยให้กับสถานที่ปฏิบัติงาน และยกระดับประสบการณ์การใช้งานในภาพรวมให้แก่ลูกค้า

AIS จับมือพันธมิตร เสริมแกร่งบริการเพื่อธุรกิจไทย

AIS ได้ร่วมงานกับพันธมิตรด้าน Operational Technology และ System Integrator หลายราย ซึ่งล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์อันยาวนานในสาขาของตน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศน์อันแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า รองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและเร่งการทำ Digital Transformation ของลูกค้าด้วย

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ AIS เชื่อมั่นว่า เทคโนโลยี 5G จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้อย่างครอบคลุมในทุกธุรกิจ และยังเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนดำเนินงาน และส่งผลให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับความมุ่งมั่นของ AIS Business ที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลต่าง ๆ ที่ส่งมอบด้วยมืออาชีพที่มากความสามารถและไว้ใจได้ สู่การนำพาประเทศไทยไปยัง Thailand Industry 4.0

สำหรับลูกค้าองค์กรที่สนใจโซลูชันของ AIS สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล business@ais.co.th


About nittaya

Previously worked as an English lecturer and eventually becomes an ADPT content writer to inspire readers under "ADAPT, ADEPT, ADOPT" concepts อดีตอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ผู้ผันตัวมาเป็นนักเขียน ADPT หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านภายใต้แนวคิด "ADAPT, ADEPT, ADOPT"

Check Also

Data Quality Governance สำคัญอย่างไร? ทำไมธุรกิจองค์กรที่มีกลยุทธ์ด้าน Data และ AI จึงต้องใส่ใจประเด็นนี้?

ทุกวันนี้เหล่าผู้นำฝ่ายวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลในธุรกิจองค์กรนั้นต่างให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้าน Cloud, AI Analytics, Digital Customer Experience และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งส่งผลให้หลายองค์กรนั้นต้องกลับมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านคุณภาพของข้อมูลหรือการทำ Data Quality Governance ตามไปด้วย เพื่อเป็นการวางรากฐานสำคัญให้โครงการด้าน …

Samsung Knox Suite :โซลูชันสำหรับความปลอดภัย และความคล่องตัวการจัดการอุปกรณ์ Smartphone และ Tablet ขององค์กร ตอบโจทย์ Enterprise Mobility แบบ All-in-One

การใช้ Smartphone หรือ Tablet ในภาคธุรกิจองค์กรนั้นกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว ด้วยคุณสมบัติของอุปกรณ์เหล่านี้ที่ตอบโจทย์เฉพาะทางได้ดียิ่งกว่า PC ในงานที่ต้องมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา, การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ อย่างทันท่วงที ไปจนถึงการใช้ความสามารถของอุปกรณ์เหล่านี้อย่างเช่นกล้องหรือเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นคมนาคมขนส่ง, โรงงาน, การแพทย์, …