สรุปงานสัมมนาออนไลน์ VMware : เปลือยโซลูชัน Anywhere Workspace ที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้พนักงานได้จริง

ในการทำงานจากที่บ้านหรือนอกสถานที่นั้น ได้เปลี่ยนภาพวิธีการทำงานของผู้คน ทั้งพนักงานเอง ข้อปฏิบัติขององค์กร หรือวิธีการบริหารจัดการ ซึ่งส่งผลกระทบกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ดี VMware ได้เล็งเห็นแล้วการทำงานจากที่ใดก็ได้ องค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เป็นมากกว่าแค่การบริหารจัดการอุปกรณ์ แต่ต้องตอบโจทย์ได้ทั้ง การบริหารจัดการ รวมถึงต้องสามารถกำกับดูแลวิธีการใช้งานและการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ยังต้องสอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับและรักษาความเป็นส่วนตัวของพนักงานไปพร้อมๆกัน ไปจนถึงให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด

โดยในวันนี้เอง VMware จะมากล่าวถึงแนวคิดการทำงานของโซลูชันใหม่ที่ชื่อ ‘Anywhere Workspace’ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลายส่วน ในตอนแรกนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักในมุมของการสร้าง User Experience ที่ดีให้พนักงานกันครับ ติดตามสาระสำคัญกันได้ในบทความนี้

แนวคิดของ VMware Anywhere Workspace

credit : Vmware

Anywhere Workspace นั้นเป็นโซลูชันใหม่ของ VMware ที่เพิ่งประกาศออกมาในปีนี้เอง โดยไอเดียหลักก็คือการผสานพลังของโซลูชัน VMware Workspace ONE, Carbon Black และ SASE นิยามคร่าวๆ ของแต่ละโซลูชันเพื่อการตอบโจทย์ Experience , Security และ Performance มีดังนี้

  • VMware Workspace ONE – เป็นโซลูชันสำหรับการควบคุมจัดการตัวอุปกรณ์ หรือชื่อเดิมคือ AirWatch โดยท่านจะได้รู้จักกับโซลูชันในมากขึ้นในบทความนี้
  • Carbon Black – โซลูชัน Endpoint Detection & Response และ Next-gen Antivirus
  • Secure Access Service Edge (SASE) – โซลูชันเพื่อดูแลความมั่นคงปลอดภัยแบบ Cloud-based ที่ช่วยปกป้องการเชื่อมต่อของผู้ใช้งานในองค์กรไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ในส่วนเดียวกันนี้ยังผนวกเอา SD-WAN ไว้ภายใต้ด้วย ซึ่งยังตอบโจทย์ไปถึงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานผ่าน WAN นั่นเอง

ตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งองค์กร ด้วยประสบการณ์เดียวกันที่เข้าถึงง่าย

credit : VMware

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Work Anywhere นั้นมีความท้าทายหลายประการ เพราะเกี่ยวข้องกับทุกคนในองค์กร จึงต้องตอบโจทย์ประเด็นดังนี้

1.Visibility คือตัวผู้บริหารต้องสามารถมองเห็นภาพรวมของทั้งองค์กรได้ เพื่อวางแผนหรือตัดสินใจ ในมุมของ IT เองเรื่อง Visibility ที่ดีจะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถูกจุดเช่น ผู้ใช้งานเกิดปัญหาจากที่ใด แอปอะไร หรือจุดไหนของเครือข่าย

2.Manageability ต้องสามารถทำได้ง่าย และหัวใจสำคัญของการรวมเอา 3 โซลูชันไว้ใน Anywhere Workspace หมายความว่าไอทีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสลับโปรแกรม หรือใช้เครื่องมือช่วยเหลือตัวอื่นมาบริหารจัดการทั้งในแง่ของ Visibility, Security และ Management ซึ่งตรงนี้เองหากใครเป็นผู้ปฏิบัติงานคงจะเข้าใจหมายความของการเปลี่ยนแปลงที่ดูเล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่นี้ได้ดี

3.Security & Compliance จากเดิมที่องค์กรมักมีการใช้งานเครื่องมือด้าน Security & Compliance ที่หลากหลาย แต่ Anywhere Workspace จะทำให้ IT Security สามารถกำกับดูแล หรือจัดการเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยและบังคับใช้ได้จากศูนย์กลาง ครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์ของทุกคนไม่ว่าจำทำงานจากที่ใด

4.Engagement & Collaboration ตัวโซลูชัน Workspace ONE เองมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้เกิดการบูรณาการ ภาพการทำงานขององค์ในให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่สำคัญยังใช้งานได้ง่าย เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม

5.Experience & Privacy มีการจัดสรรข้อมูลระหว่างองค์กรและการใช้งานส่วนตัวของพนักงาน และยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการปฏิบัติงานขององค์กร

นอกจากเรื่องของแนวคิดในผลประโยชน์ที่ทุกฝ่ายจะได้รับแล้ว หากเจาะลึกเข้าไปถึงฟีเจอร์จริงๆ ของ Workspace ONE จะช่วยขยายความได้ว่าเหตุใด จึงช่วยยกระดับ Experience ของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยการทำงานของ Workspace ONE จะเกิดขึ้นผ่าน Portal เดียวที่ชื่อว่า Workspace ONE Intelligence หรือแอปพลิเคชันตัวหนึ่งที่สามารถทำงานได้ทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น iOS, macOS, Windows หรือ Android ซึ่งในงานสัมมนาครั้งนี้ VMware ได้หยิบยกเอาฟีเจอร์บางส่วนมาให้รู้จักกันคือ

credit : VMware
  • News – สำหรับองค์กรที่ต้องการประกาศข่าวสาร เป็นการภายในให้พนักงานในองค์กรสามารถรู้ในเรื่องเดียวกัน โดยผู้ดูแลสามารถปรับแต่งหน้าตาฟอร์มและข้อมูลได้เอง
  • Organization Chart – หากต้องทำงานนอกสถานที่แล้วเกิดอยากได้ข้อมูลติดต่อของผู้ร่วมงานในองค์กร ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลดการค้นหาลงมาได้ ด้วยการแนะนำลำดับขั้นของผู้เกี่ยวข้องเช่น เพื่อนร่วมแผนก ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา 1 ระดับ แทนที่จะต้องไปค้นหาข้อมูลจากคนทั้งหมดในองค์กร
  • Notification – สามารถแก้ไข ปรับแต่ง การแจ้งเตือนใดๆ ให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ เช่น มีการแจ้งปรับปรุงแอปพลิเคชัน ทั้งยังสามารถ Integrate เข้ากับ 3rd Party อื่นๆ เพื่อเปิดเคสได้เป็นต้น
  • Mobile Flow – คือความสามารถในการทำ Workflow ร่วมกับโซลูชันของ 3rd Party เช่น ServicesNow, Slack, JIRA, Microsoft 365 และพาร์ทเนอร์รายอื่น
  • Intelligence – ตัวโซลูชัน Workspace ONE ยังสามารถใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันในเชิงลึกได้ โดย VMware มีการเผยแพร่ SDK ให้ท่านสามารถนำไปปรับใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันของตนได้ ทั้งนี้จึงทำให้มองเห็นข้อมูลการใช้งานของแอปพลิเคชันมือถือ ที่ปกติแล้วเรามักไม่ทราบต้นตอของปัญหา แต่ SDK ดังกล่าวทำให้ไอทีสามารถมองเห็นปัญหาได้เช่น แอปพลิเคชันช้าจากจุดหรือขั้นตอนใดของแอป การร้องข้อมูล หรือเครือข่าย ข้อมูลที่ไหลผ่านเข้า/ออก มีคุณภาพอย่างไร แม้กระทั่งภาพรวมว่าแอปนี้เกิดข้อผิดพลาดจากผู้ใช้งานคนใด อุปกรณ์ประเภทอะไร เกิดขึ้นบ่อยครั้งแค่ไหน ทั้งหมดนี้จะทำให้ไอที ทำงานได้ง่ายกว่าที่เคยเป็น
  • Application Approval – กรณีที่แอปพลิเคชันที่มีลักษณะของ License ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้เกิดการร้องขอ เพื่อติดตั้งเป็นรายแอปพลิเคชัน ให้สามารถคัดกรองได้ก่อนว่า พนักงานรายนั้นเกี่ยวข้องจำเป็นหรือไม่
credit : VMware

ในมุมของวงจรการการทำงานของพนักงาน โซลูชัน Workspace ONE นับได้ว่าเป็นการยกระดับ User Experience ได้อย่างแท้จริง โดยจากภาพมีการนำเสนอวงจรการทำงานเป็น 4 ส่วนคือ

credit : VMware
  • Day 0 เมื่อพนักงานเซ็นสัญญาแล้ว แต่ยังไม่เริ่มงาน องค์กรที่ใช้งาน Workspace ONE สามารถ Proactive ด้วยการแจ้งเตือนผ่านระบบอีเมลของโซลูชันเพื่อเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ เพื่อเตรียมตัวได้
  • Day 1 ณ วันแรกของการทำงาน ไอทีเพียงแค่ส่งอุปกรณ์ตรงสู่มือพนักงานใหม่ ซึ่งด้วยความสามารถของโซลูชันพนักงานทั่วไปก็สามารถ Setup อุปกรณ์ของตัวเองได้อย่างง่ายดายตาม Workflow ที่ IT กำหนดไว้
  • Day 2+ เมื่อปฏิบัติงานจริงแล้ว มีการใช้งานอุปกรณ์ใหม่ๆหรือต่างแพลตฟอร์ม ประสบการณ์ของผู้ใช้ก็ยังคงเหมือนเดิมด้วย Intelligence Hub นอกจากนี้ยังมีระบบสำหรับการ Request สิทธิ์ต่างๆ สู่ผู้ดูแลระบบหรือขอความช่วยเหลือผ่าน Tunnel Assist (Remote Troubleshooting) ก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • Offboarding เมื่อพนักงานลาออก หรืออุปกรณ์อาจจะสูญหาย ระบบสามารถสั่งลบข้อมูลขององค์กรได้ ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และไม่ต้องพึ่งพาไอทีมากอย่างที่เคยเป็นมา

จะเห็นได้ว่าโซลูชันของ Workspace ONE ที่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ Anywhere Workspace นี้ ได้ถูกออกแบบมาให้การทำงานของพนักงานทุกฝ่ายเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติ เข้าถึงได้ง่ายไม่ซับซ้อน ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง Security และ Compliance ทั้งยังช่วยให้ไอทีปฏิบัติงานได้ง่ายมีเครื่องมือที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานนั่นเอง และนี่คือมุมหนึ่งในด้าน User Experience ที่ VMware Anywhere Workspace ช่วยให้องค์กรทำงานจากที่ใดก็ได้

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Workspace ONE ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในปีนี้

  1. Template Workflow – คือการที่ผู้ดูแลสามารถกำหนด Workflow ต้นแบบได้ว่าผู้ใช้งานจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อความรวดเร็วและครอบคลุมในการทำงาน
  2. Time-based Access Control – เป็นการจัดการสิทธิ์เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันตามช่วงเวลาที่กำหนด
  3. Intelligence Hub with Windows 10 – การรองรับ Windows 10 มีความสามารถรอบด้านมากขึ้นทั้ง SSO, Remote Support, Full-Device VPN หรือการทำงานตามแอปพลิเคชัน ซึ่งทำได้เฉพาะบน Windows 10 เท่านั้น (ณ เวลานี้) รวมถึงยังมี Dashboard ที่ช่วยให้เห็นภาพข้อมูลของผู้ใช้งานหรือที่เรียกว่า Digital Employee Experience Management
  4. Partnership with Lenovo & HPE – สำหรับผู้ใช้องค์กรใดที่ใช้งาน Lenovo และ HPE จะสามารถสั่ง Pre-installed แอปพลิเคชัน Intelligence Hub เข้ามาได้ตั้งแต่โรงงาน ดังนั้นไมว่าพนักงานจะอยู่ที่ใด เพียงแค่เปิดเครื่องก็เริ่มงานได้ทันที
  5. Freestyle Orchestrator – เป็นความสามารถใหม่ที่จะสร้างความแตกต่างให้แก่ VMware ด้วยการเปิดให้ผู้ดูแลองค์กรสามารถกำหนดลำดับการทำงานใน Workflow ได้ในลักษณะของ Low Code ในกรณีของความต้องการที่ซับซ้อนสูงสามารถใส่สคิร์ปต์เพื่อช่วยเหลือได้ โดยฟีเจอร์นี้จะทำให้การทำงานผิดพลาดน้อยลงในหลายกรณี เช่น จำเป็นต้องลง Application A ก่อนที่จะติดตั้งส่วนประกอบเสริมหรือแอปพลิเคชันอื่นที่ต้องมีทำงานต่อยอดกัน นอกจากนี้ภายในยังมีลักษณะของ Design State หรือกำหนดสถานะที่ต้องการเช่น ผู้ใช้งานบางรายต้องมีแอปเฉพาะ ซึ่งหากถูกลบออกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แอปก็จะถูกติดตั้งลงมาใหม่เสมอตามสถานะที่ไอทีวางเอาไว้ เป็นต้น

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน VMware Workspace ONE ได้ที่

  1. https://www.techtalkthai.com/how-vmware-workspace-one-can-control-apple-device-in-enterprise/
  2. https://www.techtalkthai.com/vmware-webinar-wfh-with-vmware-workspace-one-and-dell-unified-workspace-2/
  3. https://www.techtalkthai.com/summary-webinar-enable-a-remote-workforce-with-vmware-workspace-one-tunnel-and-assist/
  4. https://www.techtalkthai.com/summary-webinar-integrate-vmware-workspace-one-with-servicenow/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

5 แนวคิด สู่การพลิกโฉม Digital Transformation

Digital Transformation ยกระดับธุรกิจสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เริ่มจากแนวความคิดในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการธุรกิจเพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล การวางรากฐานที่มั่นคงเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ   

[Guest Post] Red Hat Enterprise Linux 9 สร้างนิยามใหม่ให้กับเทคโนโลยีที่เป็นจุดศูนย์กลางของนวัตกรรม

กรุงเทพฯ 20 พฤษภาคม 2565 – เร้ดแฮท อิงค์ (Red Hat) ผู้ให้บริการด้านโซลูชันโอเพ่นซอร์สระดับ แนวหน้าของโลก แนะนำ Red Hat Enterprise …