Breaking News

Nimbus Thailand กับภารกิจการเปลี่ยนยี่ปั๊วทั่วไทยสู่การเป็น Digital Business ด้วยบริการจัดการร้านค้าบน Cloud ในราคาเพียงเดือนละ 1,000 บาท

เรามักได้ยินข่าวของการทำ Digital Transformation ในเหล่าธุรกิจองค์กรกันบ่อยๆ จนบางทีก็อาจนึกไม่ออกว่าธุรกิจที่อยู่คู่เมืองไทยมานานอย่างยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรือโชห่วยนั้นจะเปลี่ยนแปลงตัวเองกันได้อย่างไร

Nimbus Thailand ธุรกิจ Startup ที่นำทีมโดยคุณอภิเชษฐ์ อนุตรวณิชกุล ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจยี่ปั๊วมาอย่างยาวนาน ได้นำองค์ความรู้ที่ตนเองมีมาผสานเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของไทย ให้สามารถนำ Cloud มาใช้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงการธุรกิจได้ พร้อมทั้งตอบโจทย์ธุรกิจเหล่านี้ที่มักเป็นธุรกิจครอบครัวให้สามารถสืบทอดจากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกที่เป็นคนในยุค Digital ได้อย่างเต็มตัว ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยยังคงมีที่ยืนอยู่ท่ามกลางการก้าวรุกอย่างรวดเร็วของธุรกิจ Modern Trade ได้อย่างมั่นคง

คุณอภิเชษฐ์ อนุตรวณิชกุล, Nimbus Thailand

ยี่ปั๊ว, ซาปั๊ว, โชห่วย: ตลาดหลักที่ไม่มีใครนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา

คุณอภิเชษฐ์ได้เริ่มต้นเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างเรื้อรังยาวนานในธุรกิจเหล่านี้ ที่ไม่ว่าคุณอภิเชษฐ์จะได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้ประกอบการรายใด ทุกรายนั้นก็ย่อมต้องเจอปัญหาในรูปแบบเดียวกัน ได้แก่

  • ปริมาณสินค้าที่มีจำนวนมหาศาล ร้านค้าบางแห่งนั้นมีรายการสินค้าจำนวนมากถึง 5,000 – 6,000 รายการ บางแห่งนั้นก็อาจมีเกิน 10,000 รายการ โดยมีเพียงเจ้าของร้านเท่านั้นที่จำราคาทั้งหมดได้ ทำให้ยากต่อการหาใครมาทำงานแทนได้ และไม่สามารถหยุดพักจากการทำงานได้เลยนอกจากจะปิดร้าน
  • การทำบัญชีที่ยังคงอยู่ในรูปแบบกระดาษ ทำให้ไม่สามารถทราบถึงต้นทุนหรือยอดขายที่ชัดเจนได้เลย นับได้แต่เงินสดที่มีอยู่กับตัวเท่านั้น
  • ความหลากหลายด้านราคาสำหรับลูกค้าแต่ละราย ที่ลูกค้ารายเก่าแก่อาจได้รับราคาพิเศษเฉพาะสินค้าบางชิ้น ทำให้ลูกหลาน หรือคนที่จะมาทำธุรกิจต่อเกิดความลำบากในการจดจำราคาและส่งผลให้บางร้านถึงกับต้องยุติกิจการเนื่องจากไม่มีใครสานต่อ
  • บางร้านที่อาจมีสินค้าไม่หลากหลาย แต่มีจำนวนมาก ก็อาจเกิดการสับสนในปริมาณสินค้าคงคลัง, วันหมดอายุของสินค้า ไปจนถึงอาจถูกพนักงานทุจริตได้ เพราะไม่มีระบบจัดการการซื้อขายที่ดีเพียงพอ
  • การนำ Software มาใช้งานนั้นเป็นเรื่องยาก บางระบบไม่ตอบโจทย์ต่อการดำเนินกิจการที่มีความซับซ้อนสูงเช่นนี้ และการลงรายการสินค้าที่มีความหลากหลายเข้าไปในระบบโดยมีเพียงเจ้าของร้านที่รู้ราคา ถือเป็นงานที่ยากมาก
  • ระบบ Software สำหรับจัดการร้านค้านั้นมักเป็นแบบ On-Premises ทำให้ร้านค้าเหล่านี้ที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบ IT มักต้องลงทุนสูง และมีความเสี่ยงที่ระบบจะเสียหายหรือข้อมูลสูญหายได้

โจทย์เหล่านี้ที่คุณอภิเชษฐ์ก็เคยประสบด้วยตนเองจากธุรกิจของครอบครัวมาแล้ว ได้ทำให้คุณอภิเชษฐ์มีแรงบันดาลใจในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่ไม่มีใครให้ความสำคัญนี้โดยเฉพาะ พร้อมความมุ่งมั่นที่จะทำให้ธุรกิจยี่ปั๊ว, ซาปั๊ว และโชห่วยทั่วไทยกว่า 200,000 รายสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นกิจการคู่กับท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทยที่สามารถส่งต่อให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานสืบทอดได้อย่างมั่นใจ

Nimbus Thailand: บริการ Cloud สำหรับจัดการร้านค้า ที่ทำงานได้อย่างซับซ้อนตอบโจทย์ผู้ประกอบการไทย

Nimbus เป็นบริการ Cloud ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อรองรับความต้องการในการใช้บริหารจัดการร้านค้าที่แตกต่างหลากหลาย โดย 9 ความสามารถหลักๆ ของ Nimbus มีดังนี้

  1. การจัดการสต๊อกสินค้า รองรับการตรวจสอบสต๊อกได้แบบ Real-time, การจัดการบาร์โค้ด, การกำหนดราคาขายปลีกและส่ง, การโอนสินค้าระหว่างสาขา และการจัดการรับหรือคืนสินค้าจากผู้จำหน่าย
  2. ข้อมูลรายงานผล มีรายงานยอดขายรายชั่วโมง, รายวัน, รายเดือน, รายปี, ข้อมูลสินค้าขายดี, แจ้งเตือนสินค้าใกล้หมดสต๊อก, ยอดสั่งซื้อของลูกค้าแต่ละราย, ยอดขายของพนักงานแต่ละคน และการติดตามหนี้สิน, ยอดค้างจ่าย, ผ่อนชำระ
  3. การขายสินค้าหน้าร้าน สามารถขายสินค้าได้ด้วยบาร์โค้ด, รหัสสินค้า, ชื่อสินค้า, กำหนดราคาขายต่อสินค้าได้หลายกลุ่ม, ออกใบเสร็จได้ทุกรูปแบบ, กำหนดส่วนลดสินค้าและโปรโมชันได้ รวมถึงมีระบบสะสมคะแนนแลกรางวัล
  4. ระบบสั่งซื้อสินค้า สามารถจัดการสั่งซื้อสินค้าได้จาก Smart Phone, รองรับการสั่งสินค้าจากลูกค้ารายย่อย, มีระบบเก้บเงินปลายทาง และจัดการกับสถานะของใบสั่งซื้อได้
  5. ข้อมูลแสดงสถานะการขายสินค้า รายงานยอดขายในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงสรุปรายการย้อนหลังได้อย่างไม่จำกัด
  6. ระบบการจัดการร้านค้าปลีก สามารถกำหนดราคาได้อย่างยืดหยุ่น, กำหนดวงเงินของเครดิตได้, สามารถค้นหาข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย และแสดงประวัติการซื้อขายในอดีตได้
  7. กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน เพื่อให้พนักงานแต่ละคนเห็นเฉพาะข้อมูลส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ในขณะที่เจ้าของร้านหรือผู้จัดการร้านสามารถตรวจสอบข้อมูลของพนักงานคนอื่นๆ ได้
  8. Nimbus Order ระบบตัวกลางสำหรับการสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกไปยังร้านค้าส่ง เพื่อให้การสั่งซื้อสินค้าเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดความผิดพลาดในการทำงานลงได้
  9. Nimbus SFA ระบบสำหรับพนักงานขายสำหรับใช้สร้างรายการสั่งซื้อผ่าน Smartphone และ Tablet ซึ่งสามารถทำการสแกนบาร์โค้ดได้ เพื่อให้สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการทำงานแทนอุปกรณ์ POS ที่มีราคาสูงได้นั่นเอง

ด้วยความสามารถที่ยืดหยุ่นนี้ ทำให้ที่ผ่านมานอกจากกลุ่มธุรกิจยี่ปั๊ว, ซาปั๊ว และโชห่วยจะมาเป็นลูกค้าของ Nimbus แล้ว ก็ยังมีธุรกิจกลุ่มอื่นๆ เช่น ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง, ร้านเสริมสวย, ร้านอาหาร และอื่นๆ สามารถประยุกต์นำ Nimbus ไปใช้ในการบริหารจัดการหน้าร้านและสต๊อกสินค้าหลังร้านได้ทั้งสิ้น

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Nimbus ได้ที่ https://www.nimbusthailand.com/

เน้นบริการและ Software เป็นหลัก ให้ลูกค้าได้เลือกใช้ Hardware อย่างอิสระตามต้องการ

ด้วยประสบการณ์ของคุณอภิเชษฐ์ในวงการนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Nimbus โดดเด่นขึ้นมาเหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ นั้นก็คือ DNA ของธุรกิจที่จะต้องเน้นการให้บริการลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งาน Software ของ Nimbus ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Nimbus นั้นจะรับบทบาทเป็นเสมือนผู้ให้คำปรึกษาและผู้ช่วยเหลือแก่เหล่าธุรกิจต่างๆ เพื่อให้สามารถก้าวออกจากระบบที่บริหารจัดการบนกระดาษมาสู่ Cloud ได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการออกแบบระบบสต๊อก และการลงรายการสินค้าหรือบริการต่างๆ มายังระบบของ Nimbus

ภายใน Nimbus เองมี Framework ที่พร้อมให้เหล่าผู้ประกอบการนำไปใช้เพื่อค่อยๆ ปรับธุรกิจที่บริหารจัดการด้วยระบบบนกระดาษมาสู่โลกออนไลน์นี้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมข้อมูลด้านเวลาที่เหมาะสมในการทำงานจากประสบการณ์ของทีมงานเอง ทำให้เจ้าของกิจการต่างๆ ที่สนใจจะนำระบบไปใช้งานนั้้น ได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจน และงานที่จะต้องทำหลังจากตัดสินใจใช้งาน Nimbus ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดความโปร่งใสในการให้บริการมากขึ้น

จากการเน้นด้านการให้บริการควบคู่กับ Software ที่มีคุณภาพเป็นหลักนี้ ทำให้ Nimbus นั้นเลือกที่จะพัฒนาระบบให้ไม่ยึดติดกับ Hardware ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวอ่านบาร์โค้ดหรืออุปกรณ์พิมพ์ใบเสร็จ ทำให้ลูกค้าของ Nimbus มีอิสระในการเลือกกลยุทธ์ลงทุนด้าน Hardware ที่จะนำมาใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีราคาไม่สูงนักและดูแลรักษาได้ง่าย ต่างจากบางระบบที่มีการบังคับให้ใช้ Hardware เฉพาะของบางผู้ผลิต ซึ่งมีราคาการจัดซื้อที่สูง และมีค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาที่สูงเป็นเงาตามตัว

Cloud ช่วยให้ดำเนินกิจการได้อย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

ถือเป็นอีกความภูมิใจของคุณอภิเชษฐ์ที่ได้ทำให้ธุรกิจหลายรายในไทยนั้น ก้าวจากการบริหารจัดการบนกระดาษมาสู่ Cloud ได้สำเร็จโดยไม่ต้องใช้งาน Software แบบ On-Premises มาก่อนเลย โดยเมื่อเปรียบเทียบการใช้ระบบริหารจัดการร้านค้าแบบ Cloud กับแบบ On-Premises แล้ว บริการ Cloud ก็ถือว่ามีความโดดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ เช่น

  • การที่ผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนและดูแลระบบ IT ที่ซับซ้อนด้วยตนเอง เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ PC หรือ Notebook ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันเชื่อมต่อกับ Internet ก็สามารถบริหารจัดการร้านได้แล้ว ไม่ต้องจ้างทีมงานด้าน IT มาดูแลระบบโดยเฉพาะ ประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปเป็นอย่างมาก
  • มีการอัปเดตระบบให้ตลอด ทำให้ได้รับความสามารถใหม่ๆ มาใช้งานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการสำรองข้อมูลเอาไว้ให้ ทำให้ข้อมูลสำคัญในการจัดการร้านค้าไม่สูญหายจนถึงขั้นธุรกิจต้องหยุดดำเนินการอย่างแน่นอน
  • คิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน เห็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ชัดเจน ไม่ต้องกังวลกับการอัปเกรดระบบ Hardware หรือการซ่อมบำรุงระบบด้วยตนเอง
  • รองรับการใช้งานหลายสาขาโดยไม่ต้องลงทุนด้านระบบเครือข่ายเพิ่มเติม เพียงแค่มี Internet ที่สาขาก็พร้อมใช้งานได้ทันที
  • สามารถขยายธุรกิจได้อย่างไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามาขาย หรือเปิดสาขาใหม่ ก็ไม่ต้องกังวลด้านการเพิ่มขยายระบบ IT ด้วยตนเองอีกต่อไป

ด้วยข้อดีเหล่านี้เองก็ทำให้การตัดสินใจเลือกใช้งาน Nimbus นั้นไม่ยากเลยสำหรับเหล่าผู้ประกอบการไทย

ราคาคุ้มค่า เริ่มต้นใช้งานได้ด้วยราคาเพียงเดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น

อีกจุดเด่นหนึ่งของ Nimbus นั้นก็คือการออกแบบแผนราคามาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มตลาดเหล่านี้โดยเฉพาะ จากเดิมที่เคยต้องลงทุนกับ Software ราคาหลายแสนบาทและยังต้องมีระบบ IT ที่จะต้องดูแลเอง บริการของ Nimbus นี้จึงเป็นบริการ Cloud ที่สามารถเช่าใช้รายเดือนด้วยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทเท่านั้น และรองรับปริมาณสินค้าได้ไม่จำกัด พร้อมความสามารถในการบริหารจัดการร้านค้าที่ครบครันให้ใช้งาน

สำหรับสิทธิ์การเช่าใช้ในระดับที่สูงขึ้นนั้น จะเน้นการเพิ่มความสามารถในการตอบโจทย์ร้านค้าที่ใหญ่ขึ้นและต้องมีผู้ใช้งานระบบหลาย Account มากขึ้น ไปจนถึงการรองรับธุรกิจที่มีหลายสาขา

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบแผนราคาของ Nimbus ได้ที่ https://www.nimbusthailand.com/pricing/

Nimbus ตัดสินใจ Migrate ระบบจากผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับโลก สู่ INET Cloud เพื่อความคุ้มค่า และลดความเสี่ยงให้กับลูกค้า

การให้บริการ Cloud ในลักษณะ Software-as-a-Service หรือ SaaS นี้ ย่อมต้องมีระบบ Cloud IT Infrastructure ที่เข้มแข็งอยู่เบื้องหลัง ซึ่ง Nimbus เองก่อนหน้านี้ก็ได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการ Public Cloud ระดับโลก และพบกับปัญหาด้านค่าใช้จ่ายที่สูงมากจนไม่คุ้มค่า และความเสี่ยงที่หากระบบ Internet ออกภายนอกประเทศมีปัญหา ลูกค้าในไทยก็จะไม่สามารถเข้าถึงบริการของ Nimbus ได้ และไม่สามารถดำเนินกิจการในแต่ละวันได้อย่างราบรื่น

ประเด็นเหล่านี้เองที่ทำให้ Nimbus ตัดสินใจย้ายระบบของตนเองจาก Public Cloud ชั้นนำระดับโลกมาสู่ผู้ให้บริการ Cloud ในเมืองไทยอย่าง INET Cloud ที่ใช้ VMware Cloud เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง ซึ่งนอกจาก Nimbus จะได้ใช้เทคโนโลยี Cloud สำหรับธุรกิจองค์กรมาให้บริการแก่ผู้ประกอบการรายเล็กจนถึงรายใหญ่ในไทยด้วยมาตรฐานระดับสูงแล้ว การมีทีมงานด้านการบริการในไทยก็ทำให้การทำงานร่วมกันนั้นเป็นไปได้อย่างยืดหยุ่น แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ในด้านการบริการนั้น ทีมงานของ INET ก็เข้ามามีส่วนตั้งแต่การช่วยวางระบบสำหรับย้ายจาก Public Cloud ลงมา และมีทีมบริการทางด้านเทคนิคเข้ามาสนับสนุนกระบวนการตรงนี้ ทำให้ Nimbus สามารถย้ายระบบและข้อมูลทั้งหมดมาอยู่ในไทยได้อย่างราบรื่น และให้บริการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

ติดต่อทีมงาน INET ได้ทันที

สำหรับธุรกิจองค์กรใดที่กำลังมองหาผู้ให้บริการ Cloud, บริการ Cloud แบบ Managed Services ติดตั้งใช้งานภายในองค์กรแต่คิดค่าใช้จ่ายตามจริง หรือโซลูชันใดๆ ทางด้าน IT สามารถติดต่อทีมงาน INET ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ VMware Cloud Provider Program หรือ VCPP ได้ทันทีที่ info@inet.co.th หรือโทร 02-257-7000 และสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ INET ได้ที่ https://inet.co.th/

เกี่ยวกับ VMware Cloud Provider Program (VCPP)

โครงการ VCPP นี้คือโครงการที่ได้ผสานรวมเอาบริการ VMware Software-as-a-Service เข้ากับเหล่าผู้ให้ริการ VMware Service Provider Partners ทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถใช้งานบริการ Cloud ที่มีเทคโนโลยีของ VMware เป็นเบื้องหลังได้ผ่านทางผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้าน IT ที่ได้เข้าร่วมโครงการ VCPP มากกว่า 20 รายแล้ว ดังนั้นธุรกิจไทยจึงสามารถเลือกใช้งานบริการ Cloud ภายในประเทศที่ให้บริการเทคโนโลยีของ VMware และเชื่อมต่อระบบ Data Center ภายในธุรกิจองค์กรเข้ากับบริการ Cloud เหล่านี้สู่ภาพของ Hybrid Cloud หรือทำ Disaster Recovery ได้ทันที โดยมีทีมงานคนไทยคอยให้บริการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ผู้ที่สนใจใช้บริการ VMware ในรูปแบบของการคิดค่าใช้จ่ายตามจริง สามารถติดต่อทีมงานของ VMware ประจำประเทศไทยได้ที่คุณปลา 081-913-3347 หรืออีเมล์ kemwat@vmware.com หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VCPP ได้ที่ https://www.vmware.com/partners/service-provider.html และสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทต่างๆ ที่เป็น VCPP ได้ที่ https://cloud.vmware.com/providers/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Leadership Vision: New Normal Data-Driven Business บทสัมภาษณ์คุณสันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ STelligence

ปี 2020 ที่ทุกธุรกิจและผู้ประกอบการทุกรายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่คาดการณ์ไม่ได้นี้ การใช้ข้อมูลมาตัดสินใจในธุรกิจถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางภาวะนี้ ทิศทางการลงทุนด้าน Data ของธุรกิจองค์กรควรเป็นอย่างไร? หลักคิดในการตัดสินใจโครงการด้าน Data สำหรับธุรกิจในยามนี้มีอะไรบ้าง? พบคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ในบทความ "Leadership Vision: New Normal Data-Driven Business" บทสัมภาษณ์คุณสันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท STelligence จำกัด

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต