Microsoft ออก .NET Core 1.1 นับเป็น Current Release แรกของ .NET Core

Microsoft ประกาศเปิดตัว .NET Core 1.1 RTM สำหรับใช้งานได้บน Visual Studio 2015, Visual Studio 2017 RC, Visual Studio Code และ Visual Studio for Mac แล้ว โดยมีสสิ่งใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาดังนี้

microsoft_techtalkthai_banner

  • .NET Core เพิ่ม Distro และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน
  • ASP.NET Core ปรับปรุง Kestrel และรองรับการทำงานได้บน Azure
  • EF Core รองรับ Azure และ SQL 2016
  • เพิ่ม API ใหหม่ 1,380 รายการ https://github.com/dotnet/core/blob/master/release-notes/1.1/1.0-1.1-api-diff/1.0-1.1-api-diff.md
  • เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ หลาย 10 อย่าง และแก้บั๊กไปนับร้อย
  • รองรับการทำงานบน Linux Mint 18, OpenSUSE 42.1, macOS 10.12 และ Windows Server 2016

นอกจากนี้ TechEmpower ยังได้ทำการทดสอบ ASP.NET Core 1.1 พร้อม Kestrel และพบว่าเปป็น Maintream Fullstack Web Framework ที่เร็วที่สุดจากการทดสอบ Plaintext Benchmark อีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถอ่าน Release Note ฉบับเต็มได้ที่ https://github.com/dotnet/core/releases/tag/v1.1 หรือโหลด .NET Core 1.1 ได้ที่ https://dot.net/core หรือ https://www.microsoft.com/net/download/core

ที่มา: https://blogs.msdn.microsoft.com/dotnet/2016/11/16/announcing-net-core-1-1/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้