Black Hat Asia 2021

รู้จักกับ NTT SD-WAN: ระบบ WAN อัจฉริยะเชื่อมต่อสาขา, Data Center และ Cloud อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดาย

SD-WAN นั้นกลายเป็นเทคโนโลยีมาแรงที่แทบทุกองค์กรต้องเริ่มใช้งานในปัจจุบันแทนระบบ WAN แบบเดิมๆ กันแล้ว และ NTT Communications ยักษ์ใหญ่ทางด้านระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรระดับโลกเอง ก็มีโซลูชัน SD-WAN ของตนเองที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการตอบโจทย์ของธุรกิจขนาดกลางในประเทศไทยที่อาจมีหลายสาขา ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสาขาเชื่อมถึงกันทั่วทั้งโลก วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวคิดของ SD-WAN และโซลูชันจาก NTT Communications ที่พร้อมให้บริการทั่วไทยและทั่วโลกแล้ววันนี้ครับ

การมาของ Cloud ทำให้ WAN ต้องเปลี่ยนไป

จุดพลิกผันของวงการระบบเครือข่ายที่ทำให้เหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบ WAN ต้องคิดใหม่ทำใหม่เลยนั้นก็คือการเข้ามาของบริการ Cloud ที่ทำให้ระบบ IT เดิมๆ ที่เคยเป็นเรื่องยากนั้นกลายเป็นเรื่องง่าย ซึ่งมุมมองเหล่านี้เองก็ได้ถูกนำไปปรับใช้กับเทคโนโลยีอื่นๆ รวมถึง WAN ด้วย แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของจุดกำเนิดของ SD-WAN

นอกเหนือไปจากประเด็นเรื่องความง่ายแล้ว บริการ Cloud เองก็ยังทำให้องค์กรต่างๆ นั้นย้ายระบบงานเดิมๆ หรือขึ้นระบบ Application ใหม่ๆ อยู่บน Cloud แทน และทำให้พฤติกรรมการใช้งานระบบเครือข่ายภายในองค์กรนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ระบบงานต่างๆ อยู่ภายใน Data Center สาขาต่างๆ ขององค์กรทั้งหมด ระบบเหล่านี้จำนวนมากก็ขึ้นไปอยู่บน Cloud และทำให้การเชื่อมต่อไปยัง Application เหล่านี้ต้องเชื่อมต่อออกไปยังภายนอกองค์กรแทน SD-WAN จึงไม่ได้มีเพียงแค่ความง่ายเท่านั้น แต่การตอบโจทย์ด้านการเชื่อมต่อไปยัง Cloud นั้นก็เป็นอีกโจทย์สำคัญของ SD-WAN ด้วย

NTT Communications ได้สรุปแนวโน้มของระบบ WAN สำหรับใช้งานภายในองค์กรเอาไว้ 5 ประเด็นหลักๆ ด้วยกัน ดังนี้

  1. 30-50% ของ Traffic จากองค์กรขนาดใหญ่นั้นจะมุ่งไปสู่บริการ Cloud และทำให้ระบบ WAN แบบเดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป (อ้างอิงจาก Gartner)
  2. 80% ของ Application สมัยใหม่จะถูกติดตั้งใช้งานบน Cloud (อ้างอิงจาก IDC)
  3. Bandwidth ของระบบ WAN ตามสาขาต่างๆ จะสูงขึ้นปีละ 20% และปริมาณ Traffic โดยรวมทั้งหมดจะสูงขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ 3 ปี
  4. ในปี 2018 40% ของการลงทุนระบบ WAN Edge ใหม่ๆ นั้นเป็นการลงทุนในระบบ vCPE หรือ SD-WAN (อ้างอิงจาก Gartner)
  5. โซลูชันระบบ WAN แบบเดิมๆ ที่มีราคาแพงและอัปเกรดได้ยากนั้น จะไม่ตอบโจทย์ต่อตลาดอีกต่อไป

SD-WAN ทำทุกสิ่งที่เคยซับซ้อนให้ง่าย เป็นอัตโนมัติ และจัดการได้จากศูนย์กลาง ด้วยการนำความสามารถต่างๆ ที่มีในระบบ WAN นั้นมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่พร้อมใช้งานได้โดยไม่ต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคอย่างในอดีต ที่ผู้ดูแลระบบต้องทำการตั้งค่าระบบเครือข่ายชั้นสูงอย่างซับซ้อน โดยเทคโนโลยี SD-WAN ของ NTT Com นี้ นำความสามารถของ Cloud มาใช้เพื่อให้อุปกรณ์ SD-WAN Edge นั้นสามารถติดตั้งและทำการตั้งค่าจากระยะไกลได้อย่างง่ายดาย ทำให้การกำหนดเส้นทางการเชื่อมต่อและนโยบายต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก ในขณะที่การจัดการด้านการเชื่อมต่อไปยังบริการ Cloud ต่างๆ นั้นก็สามารถทำได้ในตัวทันทีอีกด้วย

ทั้งนี้การจัดการ Traffic ของระบบ SD-WAN นั้นจะยากง่ายแค่ไหน หรือสามารถจัดการตั้งค่าในเชิงลึกได้มากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ NTT Communications นั้นต้องการตอบโจทย์สำหรับเหล่าธุรกิจองค์กร จึงได้เลือกสรรเทคโนโลยีต่างๆ และทำการทดสอบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้โซลูชัน NTT SD-WAN Platform นี้สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง

NTT SD-WAN Platform: เชื่อมต่อทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานเข้าด้วยกันอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย

ในมุมของธุรกิจองค์กรนั้น ความคุ้มค่าในการลงทุนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ใช้ตัดสินใจในการลงทุนระบบ IT ใดๆ มาตั้งแต่อดีตอย่างยาวนาน และการอัปเกรดจากระบบ WAN ไปสู่ SD-WAN นั้น ความคุ้มค่าต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และ NTT Communications ก็ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีใน NTT SD-WAN Platform

เทคโนโลยี NTT SD-WAN Platform นี้สามารถติดตั้งใช้งานได้ง่าย ทำให้องค์กรใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็สามารถเริ่มต้นใช้ระบบ SD-WAN ได้ ส่งผลให้การลงทุนนั้นได้รับความคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มลงทุน ในขณะที่ตัว NTT SD-WAN Platform เองก็ยังมีความสามารถในการปรับแต่งประสิทธิภาพและคุณภาพของการใช้งานระบบเครือข่ายให้ดีขึ้นได้ในตัว ทำให้ในปริมาณ Bandwidth ที่ลงทุนเท่ากันนั้น องค์กรสามารถใช้งาน Bandwidth เหล่านั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ในขณะที่การทำงานร่วมกันระหว่าง Link หลายๆ เส้นก็สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ, คุณภาพ และความทนทานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้ภาพรวมของการลงทุน Link ขนาดและปริมาณที่เท่าเดิม องค์กรจะได้รับ Link เชื่อมต่อที่มีคุณภาพสูงขึ้น และทำให้บางองค์กรอาจตัดสินใจลดปริมาณ Link ที่ใช้เชื่อมต่อให้น้อยลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมลงได้อีกด้วย

โดยสรุปแล้ว ความสามารถที่โดดเด่นของ NTT SD-WAN Platform มีด้วยกัน 6 ประการ ดังนี้

1. Zero Touch Deployment ติดตั้งที่สาขาได้อย่างง่ายดาย

แต่เดิมนั้นการติดตั้ง Router ตามสาขาอาจต้องส่งวิศวกรที่มีความรู้ด้านระบบเครือข่ายไปประจำที่สาขานั้นๆ เพื่อทำการเชื่อมต่อเครือข่ายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ก็ถือเป็นขั้นตอนที่กินเวลาและใช้ทรัพยากรบุคคลของแผนก IT เป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ NTT SD-WAN Device จึงมาพร้อมกับความสามารถในการทำ Zero Touch Deployment เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์ Edge Device สามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่นำอุปกรณ์ไปเชื่อมต่อที่สาขา และทำการใส่ Activation Key ให้ถูกต้อง ระบบก็จะทำการเชื่อมต่อเข้ามายัง SD-WAN และโหลดค่า Configuration ต่างๆ โดยอัตโนมัติ พร้อมให้บริหารจัดการได้จากศูนย์กลางทันที

2. TCP Flow Optimization เครือข่ายทำงานได้ด้วยประสิทธิภาพสูงขึ้น 20 เท่า เมื่อเกิด Packet Loss

โดยปกติแล้วเมื่อ Link ที่เชื่อมต่อใดๆ นั้นเกิดปัญหา Packet Loss หรือการเชื่อมต่อที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ทำให้ข้อมูลเกิดการสูญหาย ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลจะลดต่ำลงเป็นอย่างมาก โดยหากปริมาณการเกิด Packet Loss นั้นอยู่ที่ 1% ปริมาณ TCP Throughput ที่จะใช้งานได้จริงนั้นก็อาจลดลงเข้าใกล้ 0% เลยทีเดียว

เทคโนโลยี TCP Flow Optimization และ Forward Error Correction (FEC) ของ NTT SD-WAN Platform นี้จะช่วยจัดการ TCP Flow ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาวะที่มี Packet Loss เกิดขึ้น โดยเมื่อเทียบกันที่กรณี Packet Loss 1% แล้ว Traffic ที่ทำ TCP Flow Optimization นี้จะยังคงมีประสิทธิภาพสูงกว่า Link ทั่วๆ ไปได้ถึง 20 เท่า และระบบเครือข่ายยังคงพอใช้งานได้อยู่บ้างแม้ปริมาณการเกิด Packet Loss จะสูงไปจนถึง 7% ก็ตาม

3. Real-time Traffic Optimization ปรับแต่ง Traffic ให้มีคุณภาพอยู่เสมอ ใช้งาน VoIP ได้อย่างไม่ติดขัด

Traffic ที่มีการรับส่งแบบ Real-time นั้นคือ Traffic กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อ Link เกิดปัญหาทางด้านประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Packet Loss หรือ Jitter หรือค่าความ delay ที่ไม่คงที่ ก็ตาม ดังนั้นระบบ Voice-over-IP หรือ VoIP ที่เหล่าองค์กรต้องใช้งานนั้นก็จะต้องคำนึงถึงคุณภาพของ Link มากเป็นพิเศษ โดยคุณภาพของเสียงที่ใช้ในการสื่อสารผ่านระบบ VoIP นี้จะเรียกค่าว่า Mean Opinion Score (MOS) ซึ่งค่าที่ผู้ใช้งานจะพึงพอใจโดยทั่วไปนั้นจะมีคะแนนสูงกว่า 3.1 ขึ้นไป

ในภาวะการเกิด Packet Loss หรือ Jitter จนทำให้ MOS ของ VoIP เหลือเพียง 2.1 – 3.3 คะแนนนั้น เมื่อมีการเปิดใช้งานความสามารถ Real-time Traffic Optimization FEC ของ NTT SD-WAN Platform แล้ว ค่าคะแนนดังกล่าวก็จะสูงขึ้นเป็น 4.1 – 4.2 คะแนนเลยทีเดียว เรียกได้ว่าคุณภาพในการพูดคุยผ่านระบบ VoIP ในยามที่ระบบเครือข่ายมีปัญหานั้นก็ยังคงคมชัดดี เสมือนไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเลย

4. Dynamic Multi-Path Optimization เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้ทุกการเชื่อมต่อไม่ต้องสะดุดอีกต่อไป

ระบบ WAN แบบเดิมๆ นั้นการตั้งค่าเรื่องการเลือกใช้ Link นั้นอาจเป็นการตั้งค่าตามนโยบายที่กำหนดเอาไว้ ทำให้ในหลายๆ ครั้งการเลือกใช้ Link ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้นั้นก็ไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อจริงๆ

NTT SD-WAN Platform ได้ทำการตอบโจทย์นี้ ด้วยการทำให้ระบบมีการประเมินประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไปยังปลายทางด้วยเส้นทางต่างๆ อยู่เสมอ ทำให้ระบบรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละเส้นทางได้อยู่ตลอด และเลือกใช้เส้นทางในการรับส่งข้อมูลที่ดีที่สุดในแต่ละการเชื่อมต่อได้ ไม่มีการติดขัดใดๆ เกิดขึ้นอย่างที่เคยต้องพบกับระบบ WAN อย่างในอดีต

5. Policy-based Traffic Redirection จัดการ Traffic ที่มีความสำคัญสูงได้อย่างครอบคลุม

อีกหนึ่งความสามารถของ NTT SD-WAN Platform นี้ก็คือการจัด Priority ให้กับการเชื่อมต่อแต่ละรูปแบบด้วยการทำ QoS ด้วยหลากหลายเทคนิค ทำให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถรับประกันได้เสมอว่า Application สำคัญสำหรับทำงานที่อาจจะอยู่ภายใน Data Center ขององค์กรหรืออยู่บน Cloud นั้น จะได้รับ Priority ที่สูงกว่า Traffic ที่ไม่จำเป็นต่อการทำงาน อย่างเช่นการรับชมภาพยนตร์ออนไลน์ได้

6. Application Firewall & NAT ควบคุมทุกการเชื่อมต่อ ตอบโจทย์ Compliance ได้

ความสามารถสุดท้ายที่จะกล่าวถึงนี้ก็คือการให้บริการ Application Firewall เพื่อควบคุมการเข้าใช้งาน Application ต่างๆ ของผู้ใช้งานได้ และการจัดการกับ NAT เพื่อตอบโจทย์บาง Application ที่องค์กรมีการใช้งานอยู่ได้ ดังนั้นถึงแม้ SD-WAN จะมีความเป็นอัตโนมัติสูง แต่ NTT SD-WAN Platform เองก็ยังเปิดช่องให้เหล่าธุรกิจองค์กรสามารถปรับแต่งเชิงลึกเพื่อให้ระบบ IT หรือ Application เดิมๆ ที่มีอยู่นั้นยังคงใช้งานได้อยู่ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ภายในโซลูชัน NTT SD-WAN Platform นี้จะมีส่วนประกอบสำคัญๆ ที่องค์กรต้องสนใจด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่

  1. NTT SD-WAN Device อุปกรณ์สำหรับติดตั้งที่สาขาต่างๆ ขององค์กรเพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายเข้าด้วยกันอย่างอัตโนมัติ และจัดการกับ Traffic ในสาขานั้นๆ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, ความทนทาน และความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งสามารถเลือกใช้ Hardware รุ่นต่างๆ ที่รองรับประสิทธิภาพหรือมี Port สำหรับเชื่อมต่อแตกต่างกันออกไปได้
  2. NTT SD-WAN Orchestrator ระบบบริหารจัดการ SD-WAN ทั้งหมดจากศูนย์กลาง ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา, การปรับแต่งการใช้งาน และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบ SD-WAN
  3. NTT SD-WAN Gateway ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระบบ SD-WAN และ Link เชื่อมต่อ Internet ที่ทีมงาน NTT Communications คอยดูแลรักษาและบริหารจัดการได้แบบ Managed Services ซึ่งองค์กรจะต้องใช้ Link นี้อย่างน้อย 1 Link ในการเชื่อมต่อ SD-WAN โดย Link อื่นๆ อาจเป็นของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ได้

ส่วนองค์กรใดที่ต้องการเชื่อมต่อ Data Center ของตนเองเข้ามายังระบบ SD-WAN เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว NTT SD-WAN Platform นี้ก็มีระบบ Cloud VPN Connect เพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายภายใน Data Center ของตนเองเข้ามาสู่ SD-WAN ได้ผ่านทาง VPN

แต่ถ้าหากองค์กรใดๆ มีการใช้งานบริการ Cloud ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น SaaS หรือ IaaS ก็ตาม NTT SD-WAN Platform ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังบริการ Cloud เหล่านั้นได้ด้วยบริการ Cloud Gateway Service ที่มีให้พร้อมใช้งาน

สนใจโซลูชัน SD-WAN ติดต่อทีมงาน NTT Communications ได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชัน SD-WAN สามารถติดต่อทีมงาน NTT Communications เพื่อขอคำปรึกษาหรือใบเสนอราคาได้ทันทีที่ nttct-marketing-gl@ap.ntt.com

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ SAS Global Forum 2021

SAS Software (Thailand) ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “SAS Global Forum 2021” พร้อมอัปเดตแนวโน้มและนวัตกรรมทางด้าน Analytics ล่าสุด นำทีมโดย Jim …

[Guest Post] ไอบีเอ็มเผยโฉมชิป 2 นาโนเมตรตัวแรกของโลก ก้าวสำคัญวงการไอที-เซมิคอนดักเตอร์

ห้าหมื่นล้านทรานซิสเตอร์บนชิปขนาดเท่าเล็บมือ พร้อมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น