Google เปิดตัว TensorFlow Fold ทำ Deep Learning เร็วขึ้น 100 เท่าด้วย Dynamic Computation Graph

Google ได้ออกมาประกาศเปิดตัว TensorFlow Fold ที่ถูกออกแบบมาสำหรับแก้ไขปัญหาการประมวลผลแบบ Batch สำหรับการเรียนรู้จากข้อมูลที่มีโครงสร้างและขนาดที่หลากหลายให้มีความเร็วสูงขึ้นกว่าเดิมได้ 10 เท่าถึง 100 เท่าเลยทีเดียว

คลิกเพื่อดูภาพเคลื่อนไหว Credit: Google

 

แนวคิดของ TensorFlow Fold นี้คือการใช้แนวคิดของการทำ Dynamic Computation Graph โดยการเริ่มต้นสร้าง Computation Graph สำหรับแต่ละ Input ซึ่ง Computation Graph นี้ก็จะมีขนาดที่แตกต่างกันไปตามขนาดและโครงสร้างของ Input แล้วจึงทำการผสานกราฟเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อให้การทำการประมวลผลแบบ Batch มีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

TensorFlow Fold นี้จะช่วยให้การทำ Deep Learning บน CPU มีความเร็วสูงขึ้นได้ถึง 10 เท่า ในขณะที่การใช้ GPU นั้นก็จะมีความเร็วสูงขึ้นได้ถึง 100 เท่าเลยทีเดียว

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TensorFlow Fold ได้ที่ https://github.com/tensorflow/fold/ เลยครับ ส่วนรายละเอียดเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของ Dynamic Computation Graph นั้นสามารถศึกษาได้ที่ https://openreview.net/pdf?id=ryrGawqex เลยครับ

 

ที่มา: https://research.googleblog.com/2017/02/announcing-tensorflow-fold-deep.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้