Facebook เผยงานวิจัย ใช้อลูมิเนียมแทนทองแดง ช่วยเพิ่ม Bandwidth การส่งข้อมูลของสายเคเบิ้ลใต้ท้องทะเลได้

เนื่องจากสาย Fiber-Optic นั้นได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จนประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นจาก 5Gbps ต่อ Fiber Pair (FP) เพิ่มขึ้นจนสูงกว่า 20Tbps ต่อ FP แล้ว และตัวเลขดังกล่าวก็ใกล้ถึงขีดจำกัด Shannon Limit ทำให้ Facebook ต้องเริ่มวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลดังกล่าว จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นการใช้อลูมิเนียมแทนทองแดงนั่นเอง

Credit: Facebook

อลูมิเนียมนี้จะช่วยให้ปริมาณ Voltage ที่สูญหายในการรับส่งข้อมูลเกิดขึ้นน้อยลงกว่าการใช้ทองแดงแบบเดิมมาก และทำให้เคเบิ้ลต่อเส้นนั้นมี FP จำนวนมากขึ้นได้ ทำให้ Bandwidth โดยรวมสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนนั้นก็ต่ำกว่าการใช้ทองแดงแบบเดิมๆ อยู่มากทีเดียว ซึ่งการนำอลูมิเนียมมาใช้ในครั้งนี้ก็ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของระบบรับส่งข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยี Space-Division Multiplexing

ที่ผ่านมา Facebook เองก็มีโครงการลงทุนในสายเคเบิ้ลใต้ท้องทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มปริมาณ Bandwidth ที่เชื่อมต่อกันในแต่ละทวีปให้สูงขึ้น เพื่อให้ในอนาคตโลกของเรานั้นจะสามารถรองรับ Application ใหม่ๆ ที่ใช้ Bandwidth ปริมาณมหาศาล อย่างเช่น Virtual Reality (VR) ได้

สำหรับงานวิจัยฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ที่ https://code.fb.com/wp-content/uploads/2019/03/OFC-2019-Herve-Fevrier.pdf ครับ

ที่มา: https://code.fb.com/connectivity/aluminum-conductor/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Logitech เปิดตัว Rally AI Cameras: ที่สุดของไลน์อัปกล้องประชุม AI อัจฉริยะ [PR]

วันนี้ Logitech ประกาศเปิดตัว Rally AI Camera และ Rally AI Camera Pro กล้องสำหรับการประชุมทางไกลรุ่นล่าสุดที่ผสานเทคโนโลยีวิดีโออัจฉริยะพลัง AI เข้ากับดีไซน์มินิมอลเพื่อการติดตั้งที่แนบเนียนไปกับพื้นที่ขนาดใหญ่ โดย Rally AI Camera Pro ถือเป็นกล้องอัจฉริยะที่ทรงพลังที่สุดของ Logitech ในขณะที่ Rally …

5 เหตุผลที่ ERP องค์กรต้องพร้อม ก่อนก้าวสู่การใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างได้ผล โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

ในช่วงปี 2025 – 2026 ที่ผ่านมา หลายองค์กรในไทยก็ได้เริ่มทดลองโครงการทางด้าน AI กันไปไม่มากก็น้อย แต่มีโครงการเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอุปสรรคส่วนใหญ่ที่ธุรกิจองค์กรพบในการทำโครงการ AI ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ “การขาดความพร้อมของข้อมูลธุรกิจ”