รายงานล่าสุดจาก Gartner ระบุว่า องค์กรธุรกิจราว 7 ใน 10 แห่ง เตรียมยุติการใช้งานโซลูชัน Agentic AI ที่พัฒนาโดย Forward-Deployed Engineer หรือ FDE ของฝั่ง Vendor ภายในปี 2028 เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่บานปลาย และปัญหาด้านความต่อเนื่องในการส่งมอบงานให้กับทีมงานภายในองค์กร

Mukul Saha Senior Director Analyst ของ Gartner ชี้ว่า อุปสรรคหลักมาจากโมเดลค่าบริการ AI Subscription และค่าที่ปรึกษาที่พุ่งสูงจนองค์กรแบกรับไม่ไหว โดยต้นทุนต่อ Use Case นั้นสูงมากจนไม่สามารถรองรับการซัพพอร์ตในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าการลงทุน
นอกจากด้านงบประมาณ องค์กรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาในการดูแลและต่อยอดระบบหลังจากสัญญาของ FDE สิ้นสุดลง เนื่องจากขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเหมาะสมในการรับช่วงต่อระบบ ส่งผลให้โครงการพัฒนา Agentic AI จำนวนมากต้องสะดุดลง
Gartner เน้นย้ำว่า ความล้มเหลวของสัญญาว่าจ้าง FDE มักเกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดเชิงโครงสร้าง ก่อนที่จะล้มเหลวในเชิงเทคนิค โดยการนำ FDE มาใช้ให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ต้องยึดหลัก 3 ประการดังนี้
- วิศวกร FDE ต้องเข้ามาทำงานร่วมกับองค์กรอย่างใกล้ชิดและเข้าถึงโครงสร้างระบบ แบบ Full-stack
- มีรูปแบบการทำงานที่เน้นสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
- มีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยวัดผลจากการยกระดับธุรกิจได้จริง ไม่ใช่แค่ส่งมอบงานตามกำหนด
Gartner แนะนำให้ผู้นำฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์เลือกใช้ FDE เฉพาะกับโจทย์หรือปัญหาที่ต้องการความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น พร้อมทั้งต้องกำหนดแผนการเลิกใช้เอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำสัญญา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะพึ่งพา Vendor แบบไม่มีที่สิ้นสุด
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ FDE Washing หรือการที่บริษัทที่ปรึกษาทั่วไปนำบริการ Consulting เดิมมาแปะป้ายใหม่ว่าเป็น FDE ซึ่ง Gartner ระบุว่าปัญหานี้เริ่มแพร่หลายในอุตสาหกรรมแล้ว โดยองค์กรควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ผู้ให้บริการ FDE ตัวจริงต้องมีทักษะครอบคลุมทั้ง Product Engineering, Solution Architecture, Consulting และ Customer Success ควบคู่กับการวาง Exit Strategy ที่ชัดเจนและทำซ้ำได้ เพื่อให้ทีมภายในสามารถบริหารจัดการต่อได้จริงหลังจบสัญญา
ที่มา: https://www.itbrew.com/stories/most-enterprises-will-abandon-vendor-fde-built-ai-by-2028-report
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






