Omnissa เปิดตัว Omnissa Elara ในงาน Omnissa ONE 2026 “Omnissa Introduces Elara: A New Authority Layer for AI” [Guest Post]

เราจะพาทุกท่านไป Update จากงาน Omnissa ONE 2026 ที่ Orlando ที่มีตั้งแต่วันที่ 28-30 กันยายน 2026 โดยบทความที่แล้ว เริ่มจาก Amit Singh, ได้พูดถึง Agentic Endpoint และกรอบแนวทาง 4 ประการ (4-Part Framework) ในการดูแล Agentic Endpoint

ตอนนี้ทาง Omnissa ได้เปิดตัว “Omnissa Elara” เลเยอร์กำกับดูแล AI ยุคใหม่ เพื่อควบคุมและสร้างความน่าเชื่อถือให้องค์กร

ในงาน Omnissa ONE 2026 ,Omnissa ผู้นำแพลตฟอร์มด้านการบริหารจัดการระบบ Digital Workspace ได้ประกาศเปิดตัว Omnissa Elara โซลูชันใหม่ล่าสุดที่เข้ามาทำหน้าที่เป็น “Authority Layer” (เลเยอร์ศูนย์กลางในการอนุมัติและควบคุม) เพื่อช่วยให้แผนก IT และฝ่ายความปลอดภัย (Security) สามารถเข้าถึง ควบคุม และกำกับดูแลการใช้งาน AI Agents, โมเดล AI และ ระบบอัตโนมัติ (Automations) ทั่วทั้งองค์กรได้อย่างมีบริบท มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยสูงสุด

ทำไมองค์กรต้องมี Omnissa Elara? (ความท้าทายในปัจจุบัน)

  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI: พนักงานในองค์กรหันมาใช้เครื่องมือ AI และสร้าง AI Agent เพื่อทำงานแทนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิด Shadow AI (การแอบใช้ AI โดยไม่ผ่านการอนุมัติจาก IT) สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
  • กรอบความปลอดภัยเดิมเริ่มไม่พอ: ระบบความปลอดภัยเดิมออกแบบมาเพื่อควบคุมการกระทำของ “มนุษย์” แต่เมื่อ AI Agent เริ่มมีสิทธิ์คิด ตัดสินใจ และลงมือทำแทนมนุษย์ (เช่น แก้ไขไฟล์, ส่ง API, หรือเปลี่ยนการตั้งค่าระบบ) องค์กรจึงขาดเลเยอร์ที่ช่วยกลั่นกรองและอนุมัติการกระทำของ AI ก่อนที่จะเกิดความเสียหายจริง

 

หลักการทำงานของ Omnissa Elara

Omnissa Elara ถูกออกแบบมาให้ทำงานครอบคลุมบนระบบและเครื่องมือเดิมที่องค์กรมีอยู่แล้ว (Sitting on top of existing stack) ผ่าน 4 ฟังก์ชันหลัก:

  1. ค้นหาและระบุตัวตน Shadow AI (Discover Shadow AI)

ตรวจจับการใช้งาน AI Apps, โมเดล AI และ AI Agents ทั้งหมดในองค์กร รวมถึงตัวที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งระบุความสัมพันธ์ได้ว่า AI แต่ละตัวกำลังทำงานแทนใคร (User/Identity) ใช้ทรัพยากรไปเท่าไร และส่งข้อมูลออกไปที่ไหนบ้าง

  1. กำหนดขอบเขตผ่าน Omnissa AI Gateway (Control & Guardrails)

ทำหน้าที่เป็นประตูผ่าน (Gateway) ในการเชื่อมต่อระหว่าง มนุษย์ / แอปพลิเคชัน / AI Agent ไปยัง LLMs หรือ AI Tools ต่างๆ

กำหนดนโยบายได้ว่าใครสามารถใช้ โมเดล หรือ Agent ตัวไหนได้บ้าง ควบคุมการใช้ Token/Cost และใช้ Credential  แบบชั่วคราว (Ephemeral Key) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกแฮก

  1. ตรวจสอบและอนุมัติก่อนลงมือทำจริง (Pre-Execution Validation)

ก่อนที่ AI หรือระบบอัตโนมัติจะลงมือแก้ไขระบบจริง Elara จะทำการตรวจสอบผลกระทบ เช่น ตรวจสอบความขัดแย้งกับนโยบายอื่น, ตรวจสอบช่วงเวลาสั่งห้ามเปลี่ยนระบบ (Freeze Window) และลำดับความสัมพันธ์ของระบบ (Dependencies)

Elara จะอนุมัติการกระทำ, จำกัดขอบเขต, หรือส่งเรื่องให้มนุษย์ที่มีอำนาจอนุมัติก่อน (Person-in-the-loop) หากการกระทำนั้นมีความเสี่ยงสูง

  1. บันทึกและพิสูจน์ย้อนหลังได้ (Audit & Prove)

บันทึกประวัติการกระทำของ AI ทั้งหมดอย่างละเอียดแบบย้อนหลังได้ (Who, What, Touched)

สร้างรายงานสอดคล้องตามมาตรฐาน Compliance และช่วยให้ CISO หรือฝ่ายบริหารตรวจสอบความถูกต้องของการทำงานอัตโนมัติได้อย่างมั่นใจ

สรุปสาระสำคัญสำหรับเรื่องนี้

การเปิดตัว Omnissa Elara ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำทิศทางของ Omnissa ในการพาองค์กรก้าวสู่ Autonomous Workspace (พื้นที่ทำงานอัตโนมัติ) อย่างปลอดภัย โดยไม่ได้ห้ามไม่ให้ใช้ AI แต่เป็นการสร้าง “เบรกและกลไกความปลอดภัย” เพื่อให้องค์กรสามารถปลดล็อกพลังของ Agentic AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่สูญเสียการควบคุม

เดี่ยวจะ update ให้ฟังต่อไปว่า  Omnissa จะมีอะไรมาช่วยลูกค้าในเมืองไทย ในอีกหลายๆ ส่วนโดยเฉพาะ Security ครับ

 

Ref: https://www.omnissa.com/newsroom/news/omnissa-one-amer-2026-elara-press-release/

        https://www.omnissa.com/

        https://techzone.omnissa.com/omnissa-elara#overview

📞 ติดต่อทีม Omnissa ได้เลยวันนี้ : email: omnissa@vstecs.co.th

About Maylada

Check Also

PHP ปล่อยแพตช์ฉุกเฉินแก้ช่องโหว่ Critical PHP2Shell เสี่ยงถูกรันโค้ด พบความพยายามโจมตีแล้ว

PHP ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินแก้ช่องโหว่ Critical 2 รายการในตัว PHP runtime ที่ถูกเรียกรวมกันว่า PHP2Shell ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่มีบัญชีผู้ใช้งานสามารถรันโค้ดบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ ขณะที่ watchTowr และ Cloudflare เริ่มพบความพยายามโจมตีแล้ว

 IBM Concert : ยกระดับ IT Operations ด้วย Agentic AI จากการตรวจพบปัญหาสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบ [Guest Post]

ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่มีเครื่องมือสำหรับดูแลระบบ IT อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Application Performance Monitoring (APM), Infrastructure Monitoring, Observability, SIEM, ITSM หรือ Automation …