สำหรับ Omnissa เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาแพลตฟอร์ม Horizon อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและให้การควบคุมที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทีม IT ในองค์กร บทความนี้จะสรุปไฮไลท์สำคัญจาก Horizon 8 เวอร์ชั่น 2506 ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการสภาพแวดล้อมได้อย่างราบรื่นและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้

1. การเปลี่ยนไปใช้ลิขสิทธิ์ของ Omnissa เพื่อการอัพเกรดที่ง่ายและเป็นไปตามข้อกำหนด
ตั้งแต่ Horizon 8 เวอร์ชั่น 2503.1 ESB และ 2506 เป็นต้นไป โมดูลลิขสิทธิ์ของ VMware (Broadcom) ทั้งหมดจะถูกลบออก และแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนไปใช้ Omnissa License Module (OLM) อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะรองรับเฉพาะคีย์ลิขสิทธิ์ของ Omnissa เท่านั้น
หากคุณอัพเกรดโดยไม่มีคีย์ลิขสิทธิ์ Omnissa ที่ถูกต้อง Horizon Console จะเข้าสู่โหมดจำกัดการใช้งานจนกว่าจะมีการเพิ่มคีย์ที่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด คุณควรตรวจสอบและอัปเดตคีย์ลิขสิทธิ์ของคุณก่อนที่จะทำการอัพเกรด
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้การจัดการลิขสิทธิ์ในระยะยาวง่ายขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องมีการดำเนินการล่วงหน้าสำหรับลูกค้าปัจจุบัน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ฐานข้อมูลองค์ความรู้ (Knowledge Base) ที่อธิบายวิธีการแปลงคีย์ลิขสิทธิ์ VMware ไปเป็นคีย์ลิขสิทธิ์ Omnissa ผ่านทาง KB (Convert old formart license key to new Omnissa License Key https://kb.omnissa.com/s/article/6000695)
2. รองรับ VMware Cloud Foundation 9.0 แล้ว
Broadcom ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation (VCF/VVF) 9.0 สำหรับทุกคนใช้งานทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2568 และด้วยการเปิดตัว Horizon 8 เวอร์ชั่น 2506 นี้ ก็ได้เพิ่มการรองรับสำหรับทั้ง VCF 9.0 และโครงสร้างพื้นฐาน vSphere 9 เวอร์ชั่นล่าสุด
ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนที่จะอัพเกรดเป็น VCF/VVF 9.0 และมีสิทธิ์ใน VCF หรือ VVF ที่จำเป็น คุณสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ โดยทราบว่า Horizon 8 สามารถรองรับการทำงานร่วมกับ VCF/VVF 9.0 ได้แล้ว
3. Horizon 8 บน Nutanix AHV (Limited Availability-LA)
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Omnissa ได้ประกาศเปิดตัวเวอร์ชั่นเบต้าของ Horizon 8 บน Nutanix AHV ซึ่งเป็นการเผยให้เห็นถึงอนาคตของการติดตั้ง Horizon บนไฮเปอร์ไวเซอร์ที่ไม่ใช่ vSphere และด้วยการเปิดตัวเวอร์ชั่น 2506 นี้ ทาง Omnissa ก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะนำเสนอ Horizon 8 บน Nutanix AHV ในรูปแบบ Limited Availability (LA) ในตอนนี้และจะเพิ่ม Feature ในลำดับถัดไป หรือการให้บริการแบบจำกัด ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถขั้นสูงต่างๆ เช่น นโยบายการจัดการพลังงาน, การรองรับ vGPU สำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง, การรองรับ App Volumes และ DEM, Cloud Pod Architecture และความยืดหยุ่นแบบไฮบริดด้วย Horizon 8 บน AHV ใน Nutanix NC2
สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ลูกค้าที่สนใจจะต้องทำงานร่วมกับ Omnissa เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน LA นี้ แม้ว่านี่จะเป็นเวอร์ชั่นที่พร้อมสำหรับการใช้งานจริงและได้รับการสนับสนุนจาก Omnissa แต่การขอคำแนะนำจาก Omnissa เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่า LA นี้จะตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ KB ที่เกี่ยวข้อง
4. Enhancing user productivity and client capabilities
ในปัจจุบัน Omnissa Horizon จะมาดูคุณสมบัติที่มุ่งเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และความสามารถของ Client ให้ดียิ่งขึ้นอย่างใกล้ชิด คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัย ทำให้การเปลี่ยนเส้นทางอุปกรณ์เป็นเรื่องง่าย และเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ให้กับเครื่องมือการทำงานร่วมกันยอดนิยมอย่าง Microsoft Teams เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้การจัดการสำหรับฝ่าย IT ง่ายขึ้นด้วย
4.1 Strengthen security with both x.509 and SAML authentication
Horizon Unified Access Gateway (UAG) ในตอนนี้รองรับการใช้งานร่วมกันระหว่างใบรับรองอุปกรณ์แบบ x.509 และการยืนยันตัวตนแบบ SAML ทำให้องค์กรสามารถบังคับใช้นโยบายการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (multi-factor authentication) ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับการเข้าถึง Horizon ได้ โดยรวมถึงการตรวจสอบอุปกรณ์เข้ากับการยืนยันแบบ Federated Identity เพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยไม่ทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้และผู้ดูแลระบบซับซ้อนขึ้น
4.2 Keep virtual desktops secure and up to date with Automated Agent Upgrade
ต่อยอดจากคุณสมบัติ Horizon Automated Agent Upgrade (AAU) ที่มีอยู่เดิม Horizon 8 ได้ขยายขีดความสามารถในการติดตั้งและอัพเดตแบบอัตโนมัติให้ครอบคลุมไปถึงเอเจนต์ของ Digital Experience Management (DEX) และ App Volumes ด้วยเช่นกัน
การปรับปรุงนี้ช่วยให้ Desktop แบบ Persistent ทั้งหมดได้รับการอัพเดตด้วยซอฟต์แวร์ล่าสุดและปลอดภัยที่สุด เพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ใช้ ในขณะที่กระบวนการติดตั้งด้วยตนเองมักจะทำให้เกิดช่วงเวลาที่ระบบ downtime และรบกวนการทำงานของผู้ใช้ แต่การอัพเดตอัตโนมัติจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT ลดภาระงาน ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นทั่วทั้งสภาพแวดล้อม Horizon
4.3 Enable multi-device scanning
Horizon 8 เวอร์ชัน 2506 ได้ปรับปรุงการรองรับเครื่องสแกนหลายเครื่องในเซสชัน Desktop แบบ RDSH ทำให้เครื่องสแกนที่เชื่อมต่อทั้งหมดปรากฏขึ้นในแอปพลิเคชันสแกนได้โดยตรง
ในอดีต ผู้ใช้ต้องสลับเครื่องสแกนด้วยตนเองผ่านไอคอน Horizon scanner บนแถบงานของ VDI และต้องเปิดแอปพลิเคชันสแกนใหม่อีกครั้งเพื่อใช้งานอุปกรณ์ที่แตกต่างออกไป แต่ตอนนี้ผู้ใช้สามารถเลือกอุปกรณ์สแกนที่ต้องการได้ในขั้นตอนการสแกนเลย การปรับปรุงนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นระหว่างงานสแกนในแต่ละวัน
4.4 Improved Microsoft Teams Experience on Mac and Linux Clients
Horizon ได้มอบประสบการณ์การใช้งาน Teams ที่ดูเป็นมืออาชีพและสวยงามยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ Mac และ Linux โดยผู้ใช้บนแพลตฟอร์มเหล่านี้สามารถตั้งค่าพื้นหลังแบบกำหนดเองได้ระหว่างวิดีโอคอล Teams คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถจัดเตรียมคลังพื้นหลังที่ได้รับการอนุมัติจากบริษัทไว้ล่วงหน้า ทำให้การสร้างแบรนด์บนวิดีโอคอลเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน และยังมอบตัวเลือกที่เป็นมืออาชีพให้แก่พนักงานโดยที่พวกเขาไม่ต้องจัดการอัพโหลดเอง
นอกจากนี้ ผู้ใช้ Mac ยังสามารถเลือกแชร์เฉพาะแอปพลิเคชันแต่ละรายการแทนที่จะแชร์ทั้งหน้าจอ Desktop ทั้งหมดระหว่างการประชุม Teams ได้ด้วย การอัพเดตนี้ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ลดสิ่งรบกวน และมอบประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายมากขึ้นเมื่อต้องนำเสนอในการประชุม
4.5 Improve density and performance with IDD as the default display driver
Horizon ได้ทำให้ Indirect Display Driver (IDD) เป็นไดรเวอร์แสดงผลเริ่มต้น เพื่อมอบความหนาแน่นของเซสชันและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นทั่วทั้งสภาพแวดล้อม โดย IDD สามารถทำงานได้โดยไม่ขึ้นกับไฮเปอร์ไวเซอร์ และใช้งานได้ทั้งกับ GPU ที่เป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบ rasterizer ซึ่งช่วยให้การเรนเดอร์ภาพเป็นไปอย่างเหมาะสมด้วยอัตราเฟรมที่สูง แม้แต่กับแอปพลิเคชัน 3 มิติและการออกแบบที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้หน่วยความจำ, CPU และ GPU ได้ในหลายกรณี ทำให้องค์กรสามารถรองรับผู้ใช้ต่อโฮสต์ได้มากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาประสบการณ์ที่มีคุณภาพสูงบน Deskop ของ Horizon ได้
4.6 Enable high-performance AMD hardware encoding on physical PCs
Horizon รองรับการเข้ารหัสด้วยฮาร์ดแวร์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์จริงที่ใช้ GPU ของ AMD โดยการใช้ประโยชน์จากการเข้ารหัสฮาร์ดแวร์ของ AMD ทำให้การประมวลผลกราฟิกทั้งหมดทำโดย GPU ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของ CPU ของคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพกราฟิกที่ดียิ่งขึ้น และประสบการณ์ที่ราบรื่นและตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเมื่อเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์จริงผ่าน Horizon
4.7 Eliminate downtime with automatic TLS certificate renewal
Blast จะแทนที่ใบรับรอง TLS แบบ self-signed ของตัวเองโดยอัตโนมัติก่อนที่จะหมดอายุ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการอัพเดตใบรับรองด้วยตนเองบนทุกๆ เอเจนต์
การปรับปรุงนี้ช่วยป้องกันปัญหาการเชื่อมต่อที่อาจเกิดขึ้นจากใบรับรองที่หมดอายุ, ปรับปรุงการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และลดภาระงานการดูแลระบบสำหรับการติดตั้งใช้งาน Horizon ในปริมาณมาก
5. Improve management efficiency and security controls
ส่วนนี้ครอบคลุมการอัพเดตที่ช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น, เพิ่มระบบอัตโนมัติ, และเสริมความเป็นส่วนตัวและการควบคุมในสภาพแวดล้อม Horizon ซึ่งทำให้ทีม IT สามารถจัดการสภาพแวดล้อม Horizon ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
5.1 Deliver published desktops and apps on Amazon WorkSpaces Core with automated RDS farms
Horizon 8 บน Amazon WorkSpaces Core ในตอนนี้รองรับฟาร์ม RDS แบบอัตโนมัติที่ใช้ Windows Server 2019 และ 2022 แบบหลายเซสชันแล้ว ทำให้ลูกค้าสามารถให้บริการ Desktop และแอปพลิเคชันที่เผยแพร่ผ่าน Remote Desktop Session Hosts (RDSH) ซึ่งช่วยขยายความยืดหยุ่นในการปรับใช้ให้เหนือกว่า VDI แบบเดิม
ผู้ดูแลระบบสามารถใช้บันเดิลเซิร์ฟเวอร์ AWS Public Bring Your Own Protocol (BYOP) เพื่อสร้างอิมเมจหลัก (gold image) แบบกำหนดเอง และทำให้การจัดเตรียมทรัพยากร (provisioning) ผ่าน Horizon Console ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติ Apps on Demand ของ App Volumes ทำให้สามารถส่งมอบแอปพลิเคชันได้เมื่อมีการร้องขอ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปไว้ล่วงหน้าบนโฮสต์ของฟาร์ม ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการอิมเมจและลดความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
5.2 Protect application privacy during Helpdesk sessions
Horizon 8 มีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใหม่เพื่อปกป้องข้อมูลแอปพลิเคชันที่ละเอียดอ่อนระหว่างเซสชันการให้ความช่วยเหลือ (helpdesk) เมื่อเปิดใช้งานคุณสมบัตินี้แล้ว จะเป็นการซ่อนชื่อแอปพลิเคชันใน Helpdesk API เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ดูแลระบบฝ่ายช่วยเหลือมองเห็นชื่อไฟล์แอปพลิเคชันที่เฉพาะเจาะจงในขณะที่ให้ความช่วยเหลือผู้ใช้ผ่าน Horizon Console
ตามค่าเริ่มต้น ชื่อแอปพลิเคชันจะยังคงมองเห็นได้ แต่ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกเปิดใช้งานการตั้งค่านี้ได้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวขององค์กร การปรับปรุงนี้ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความลับของผู้ใช้และแอปพลิเคชันได้โดยไม่กระทบต่อการสนับสนุนจากฝ่ายช่วยเหลือ
5.3 Simplify Connection Server lifecycle management with expanded automation options
เพื่อเป็นการต่อยอดจากการรองรับ SMB file share ที่นำเสนอใน Horizon 8 เวอร์ชัน 2503 เวอร์ชันนี้ได้เพิ่มการรองรับ NFS file shares ทำให้ผู้ดูแลระบบมีอีกหนึ่งทางเลือกในการโฮสต์ไฟล์สำหรับติดตั้ง Connection Server ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้เว็บเซิร์ฟเวอร์เฉพาะทางพร้อมใบรับรอง (certificates) ทำให้ภาระงานลดลง และง่ายต่อการทำ Automated deployment และ updates
นอกจากนี้ เรายังได้ขยายขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติด้วยการรองรับ Ansible playbooks ซึ่งคล้ายกับการที่เราเพิ่มการรองรับ Terraform ใน Horizon 8 เวอร์ชัน 2406 โดย playbook เหล่านี้จะใช้ LCM API ของ Horizon เพื่อทำให้ขั้นตอนการปรับใช้และกำหนดค่าเป็นไปโดยอัตโนมัติ มีสคริปต์ตัวอย่างให้ดาวน์โหลดและสามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการในการใช้งานของคุณได้
ด้วยการปรับปรุงเหล่านี้ Horizon จึงมีชุดเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับการจัดการวงจรชีวิต (lifecycle management) แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลระบบสามารถใช้ LCM REST API เพื่อเขียนสคริปต์สำหรับการติดตั้ง, อัปเกรด, และกำหนดค่า หรือใช้ Terraform provider เพื่อทำให้การปรับใช้เป็นไปโดยอัตโนมัติ หรือจะใช้ Ansible playbooks ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาเพื่อทำให้ขั้นตอนการปรับใช้และการกำหนดค่าเป็นไปอย่างราบรื่น ตัวเลือกเหล่านี้ช่วยให้ทีม IT มีความยืดหยุ่นในการรวม Horizon เข้ากับเฟรมเวิร์กการทำงานอัตโนมัติที่พวกเขาต้องการ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความพยายามที่ต้องทำด้วยตนเองและเร่งให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าได้เร็วขึ้น
5.4 Gain control with GUI-based CPA entitlement management
เพื่อต่อยอดความสามารถของ API ที่มีอยู่เดิม Horizon ได้เพิ่มความสามารถในการเปิดหรือปิดใช้งาน Cloud Pod Architecture (CPA) global entitlements ได้โดยตรงจาก Horizon Admin Console
ในอดีต ผู้ดูแลระบบสามารถดำเนินการเหล่านี้ได้ผ่าน API เท่านั้น ซึ่งจำกัดการเข้าถึงสำหรับผู้ที่ต้องใช้ GUI ในการจัดการงานประจำวัน การปรับปรุงนี้ได้นำเสนออินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย พร้อมปุ่มเปิด/ปิด และข้อความยืนยันเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นและสามารถควบคุมได้มากขึ้นเมื่อต้องดำเนินการบำรุงรักษาหรือจัดการสิทธิ์ต่างๆ ทั่วทั้งสภาพแวดล้อม Horizon
5.5 Helpdesk Tool added to more Horizon editions
Helpdesk Tool พร้อมใช้งานใน Horizon Term Subscription ที่ครอบคลุมมากขึ้นแล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถมองเห็นเซสชันของผู้ใช้ปลายทางได้ดียิ่งขึ้นและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ ฟีเจอร์นี้จำกัดเฉพาะใน Horizon Enterprise และ Horizon Apps Enterprise เท่านั้น แต่ตอนนี้ได้ถูกเพิ่มเข้ามาใน Horizon for Linux, Horizon Standard, Horizon Advanced, Horizon Apps Standard และ Horizon Apps Enterprise ด้วยแล้ว สามารถดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติฉบับอัพเดตเพื่อตรวจสอบว่าเวอร์ชั่นของคุณมีฟีเจอร์ใดบ้าง (https://www.omnissa.com/horizon-subscription-term-editions)
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัพเดตใน Horizon 8 เวอร์ชั่น 2506
การเปิดตัวเวอร์ชั่นนี้มาพร้อมกับการอัพเดตด้านความปลอดภัย การจัดการ และประสบการณ์ผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้ทีม IT สามารถควบคุมและเพิ่มความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อม Horizon ได้มากขึ้น หากต้องการดูรายการคุณสมบัติและการอัพเดตฉบับเต็ม สามารถตรวจสอบได้จาก Horizon 8 2506 release notes (https://docs.omnissa.com/bundle/horizon8-rnV2506/page/Horizon8-ReleaseNotes.html) และ https://www.omnissa.com/insights/blog/horizon-8-2506-release-features-improved-control/
สนใจติดต่อ ทาง VST ECS อีเมล omnissa@vstecs.co.th
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






