Breaking News

ชิปประมวลผล Optical Network ใหม่ของ Nokia ทำให้ประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลใกล้ถึงขีดจำกัดทางทฤษฎี Shannon Limit แล้ว

Nokia ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Nokia Phonotic Service Engine 3 (PSE-3) ซึ่งเป็นชิปสำหรับใช้ประมวลผลการรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายแบบ Optical Network ซึ่งทาง Nokia ระบุว่าชิปรุ่นนี้สามารถช่วยให้การรับส่งข้อมูลนั้นเข้าใกล้ขีดจำกัดเชิงทฤษฏีทางด้านการรับส่งข้อมูลบนสาย Fiber แล้ว

 

Credit: Nokia

 

Nokia PSE-3 นี้ใช้เทคนิคที่มีชื่อว่า Probalistic Constellation Shaping (PCS) ในการทำ Wavelength Modulation เพื่อปรับคลื่นสัญญาณให้เข้ากับคุณสมบัติของสาย Optical Fiber ให้มากที่สุด ทำให้การรับส่งข้อมูลสามารถเป็นไปได้ใกล้เคียงกับ Capacity ของสาย และสามารถเลือกใช้ความยาวคลื่นที่สามารถทนทานต่อสัญญาณรบกวนได้ดียิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว Nokia PSE-3 สามารถเพิ่มปริมาณการรับส่งข้อมูลได้มากขึ้นถึง 65% ในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลงถึง 60% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีก่อนหน้า

ขีดจำกัดเชิงทฤษฎีของการส่งข้อมูลบนสาย Fiber นี้มีชื่อเรียกว่า Shannon Limit ซึ่งเป็นค่าที่ถูกกำหนดขึ้นมาโดย Claude Shannon นักวิจัยจาก Bell Labs เมื่อปี 1948 โดยค่า Shannon Limit นี้หมายถึงปริมาณข้อมูลที่สามารถรับส่งได้สูงสุดโดยแทบจะไม่มีการรับส่งข้อมูลที่ผิดพลาดเกิดขึ้นเลย ภายใต้สภาวะที่มีสัญญาณรบกวนในปริมาณต่างๆ

การใช้ PCS นี้นอกจากจะได้ความเร็วที่สูงขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้นแล้ว ระยะในการรับส่งข้อมูลยังครอบคลุมตั้งแต่ 10 กิโลเมตรจนถึงระยะเกินกว่า 10,000 กิโลเมตรด้วย

นอกจากนี้ Nokia PSE-3 ยังรองรับความสามารถในการควบคุมด้วยโปรแกรม พร้อมทั้งยังมี Open Interface เพื่อเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ทำให้สามารถทำ Automation ได้ตามความต้องการ

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถศึกษาได้ที่ https://networks.nokia.com/photonic-service-engine-3 ครับ

 

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/nokia-optical-chipset-pushes-limits-of-speed-efficiency/2018/03/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต

Cloudflare รับมือกับ DDoS Attack ขนาด 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที ด้วยระบบอัตโนมัติได้อย่างไร

Cloudflare ได้ออกมาเปิดเผยว่าตนถูก DDoS Attack หลายต่อหลายครั้งช่วงปลายมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งความน่าประทับใจคือระบบอัตโนมัติสามารถจัดการการโจมตีขนาดสูงสุดกว่า 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาทีได้ตลอดความพยายามหลายรูปแบบกว่า 4 วันของคนร้าย โดยที่ทีมงานไม่ได้รับการเตือนจากระบบหรือเสียงบ่นจากลูกค้าว่ามีปัญหาด้วยซ้ำ