Facebook เปิด Open Source ใหม่ๆ ถึง 54 โครงการในเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 ที่ผ่านมา Facebook ได้เปิดตัวโครงการ Open Source ใหม่ๆ ด้วยกันมากถึง 54 โครงการ โดยมากกว่า 12 โครงการในนั้นมีผู้ให้ความสนใจเป็น Follow และ Contributor เกินกว่า 500 คน ซึ่งถือว่าเติบโตขึ้นมาจากเมื่อก่อนถึง 35% ในขณะที่ปริมาณการ Fork ที่เกิดขึ้นนั้นมีมากกว่า 50% เลยทีเดียว

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ในมุมของ Facebook เองนั้น ทาง Facebook เองก็ต้องพัฒนา Software ขึ้นมาเพื่อช่วยให้การทำงานภายใน Facebook เองนั้นดีขึ้นอยู่แล้ว และจากประสบการณ์ Facebook ก็เชื่อว่าการเปิด Open Source จะช่วยให้เกิดแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยวิธีการใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างแน่นอน โครงการ Open Source ใหม่ๆ จาก Facebook จึงถูกเปิดเผยสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ใน CIO.com ได้ยกตัวอย่าง 3 โครงการ Open Source ที่น่าสนใจเอาไว้ ได้แก่

  • Draft.js ระบบ Rich-Text Editor บน React Native
  • ReDex ชุด Bytecode ที่ถูก Optimize มาให้ Android App มีขนาดเล็กลงและทำงานได้เร็วขึ้น
  • Memory Bundle ชุดเครื่องเมือที่ทำให้ iOS Developer ค้นหาและแก้ไขปัญหา Memory Allocation ได้ง่ายขึ้น

ผู้ที่สนใจดูโครงการ Open Source ทั้งหมดของ Facebook สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://code.facebook.com/projects และ https://github.com/facebook เลยนะครับ มีน่าสนใจอยู่หลายโครงการเลยทีเดียว บางตัวเราก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วด้วย

ที่มา: http://www.cio.com/article/3096226/open-source-tools/facebook-details-its-2016-open-source-accomplishments.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Veeam นำเสนอ Agentic AI Governance รับมือภูมิทัศน์ด้าน AI Governance ที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย [PR]

Veeam Software ซึ่งเป็น The Data and AI Trust Company นำเสนอ agentic AI ศักยภาพสูงบน Veeam DataAI™ …

หัวหน้านักวิทย์ OpenAI เสนอชะลอวิจัย AI

Jakub Pachocki หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ได้เรียกร้องให้มีการชะลอการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ในบทความที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากที่บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมรายอื่น ๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้