Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 เร็วขึ้นกว่า 30% และลดต้นทุนต่องานได้สูงสุด 30%

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 โมเดลตัวที่สองในตระกูล Claude 5.5 ที่สร้างผลลัพธ์เร็วขึ้นกว่า 30% และมีต้นทุนต่องานลดลงสูงสุด 30% เมื่อเทียบกับ Claude Sonnet 5 พร้อมคะแนน benchmark ด้าน agentic coding ที่ขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับ Claude Opus 5.5

Credit: Anthropic

Anthropic ประกาศเปิดตัว Claude Sonnet 5.5 โดยวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลที่เร็วกว่าและต้นทุนต่ำกว่าเพื่อทำงานร่วมกับ Claude Opus 5.5 ขณะที่ Opus 5.5 ออกแบบมาสำหรับงานซับซ้อนที่ต้องใช้วิจารณญาณอย่างต่อเนื่อง ส่วน Sonnet 5.5 เหมาะกับงานประจำวันที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น การแก้บั๊ก การจัดทำเอกสาร สไลด์ และสเปรดชีต รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ UI สำหรับ Claude Haiku 5.5 ซึ่งออกแบบมาสำหรับงานปริมาณมากและงานที่ต้องควบคุมต้นทุนจะตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ด้านประสิทธิภาพ Sonnet 5.5 ทำคะแนน Terminal-Bench 4.0 ซึ่งเป็นการวัดความสามารถด้าน agentic coding บน command-line ได้ 70.6% เทียบกับ Sonnet 5 ที่ทำได้ 10.3% และสูงกว่า Opus 5.5 ที่ 66.4% ส่วน CursorBench 4.0 ที่ทดสอบงานหลายไฟล์จากเซสชันการเขียนโค้ดจริงทำได้ 55.5% เทียบกับ 34.1% ของรุ่นก่อน และต่ำกว่า Opus 5.5 ราว 2 จุด ด้านงาน knowledge work คะแนน GDPval-AA v2.1 ซึ่งครอบคลุม 44 อาชีพใน 9 อุตสาหกรรม อยู่ที่ 1,844 คะแนน สูงกว่า Sonnet 5 ราว 400 คะแนนและเกือบเท่า Opus 5.5 ที่ 1,846 คะแนน นอกจากนี้ยังทำคะแนน OSWorld 2.1 ด้าน computer use ได้ 80.1% และ Chartography ด้านการอ่านแผนภูมิได้ 61.6% จาก 15.6% ของรุ่นก่อน โดยเป็นโมเดลตระกูล Sonnet รุ่นแรกที่เล่น Pokémon Red จบได้จากการดูภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ Anthropic ระบุว่า Opus 5.5 ยังคงเหนือกว่าอย่างชัดเจนในงานปลายเปิดที่ซับซ้อน รายละเอียดวิธีทดสอบทั้งหมดอยู่ใน Sonnet 5.5 System Card

ในแง่ต้นทุน Sonnet 5.5 ยังคงราคาเท่ากับ Sonnet 5 ที่ 2 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน input tokens, 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output tokens และ 0.20 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน tokens สำหรับ cache reads แต่ใช้จำนวน token ในการทำงานเดียวกันน้อยลงมาก ส่งผลให้ต้นทุนต่องานลดลงได้ถึง 30% องค์กรที่ร่วมทดสอบช่วงแรกรายงานผลในทิศทางเดียวกัน โดย Zendesk พบว่าประมวลผล ticket ได้เร็วขึ้น 20% ส่วน Box ระบุว่าทำงานเร็วขึ้น 2.4 เท่าและใช้ token รวมน้อยลง 12% ขณะที่ Slack พบว่าใช้ output token น้อยลงราว 14% โดยไม่ต้องแก้ prompt เดิม ผู้ใช้งานยังสามารถปรับ effort level เพื่อแลกระหว่างต้นทุนกับคุณภาพได้ ซึ่งค่าเริ่มต้นบน Claude Code และแอปพลิเคชันของ Anthropic ตั้งไว้ที่ Medium ส่วน Claude Platform ตั้งไว้ที่ High

ด้านความปลอดภัย Sonnet 5.5 ทำได้ดีขึ้นหรือเทียบเท่า Sonnet 5 ในเกือบทุกมิติจากการตรวจสอบพฤติกรรมอัตโนมัติราว 1,850 สถานการณ์ ครอบคลุมทั้ง alignment การต้านทานการใช้งานในทางที่ผิด และความซื่อตรง และเนื่องจากความสามารถด้าน cybersecurity ใกล้เคียงกับ Opus 5 จึงเป็นโมเดลตระกูล Sonnet รุ่นแรกที่เปิดตัวพร้อมมาตรการป้องกันด้านไซเบอร์ ซึ่งจะส่งงานที่มีความเสี่ยงสูงกลับไปให้ Sonnet 5 ประมวลผลแทนโดยไม่กระทบงานพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไป ส่วนทีมความปลอดภัยฝั่งตั้งรับสามารถสมัคร Cyber Verification Program เพื่อขอสิทธิ์เข้าถึงความสามารถระดับสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเป็น Sonnet รุ่นแรกที่มาพร้อม safety classifier ป้องกันการดึงกระบวนการคิดออกไปทำ distillation และขยายการใช้งาน preserved thinking เพื่อผูกกระบวนการคิดไว้กับบัญชีที่สร้างขึ้น โดย Claude Sonnet 5.5 เปิดให้ใช้งานแล้วบนทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง Amazon Web Services, Google Cloud และ Microsoft Azure พร้อมรองรับ zero data retention เช่นเดียวกับ Opus 5.5 และ Sonnet 5 และนักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานผ่าน Claude Platform ด้วยชื่อโมเดล claude-sonnet-5-5 ได้ทันที ทั้งนี้ผู้ที่ใช้งาน Sonnet โดยปิดฟีเจอร์ thinking ไว้จะต้องเปลี่ยนไปใช้ค่า between_tools ก่อนย้ายมาใช้ Sonnet 5.5 ตามรายละเอียดใน migration guide

ที่มา: https://www.anthropic.com/claude-sonnet-5-5

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

แคสเปอร์สกี้เผย Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 90% เคยเผชิญกับเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา [PR]

แม้ว่าคนรุ่น Gen Z ทั้งในระดับโลกและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และมั่นใจในการใช้งานโลกดิจิทัลมากกว่าคนรุ่นอื่น แต่ผลวิจัยใหม่จากศูนย์วิจัยตลาดภายในของ แคสเปอร์สกี้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,200 คนทั่วโลก พบว่าคนรุ่น Gen Z มีแนวโน้มที่จะใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือหรือเปลี่ยนรหัสผ่านน้อยกว่าคนรุ่นอื่นๆ

Microsoft รวบทุกฟีเจอร์ของ Copilot เป็นแอปเดียว หวังจูงใจลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น ทั้าชน Anthropic และ OpenAI

Microsoft รวมฟีเจอร์ของ Copilot แพลตฟอร์ม AI ของบริษัทเข้าสู่แอปพลิเคชันเดียว ครอบคลุมทั้งงานจัดการเอกสารทั่วไปและการเขียนโค้ด สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น หลังคู่แข่งอย่าง Anthropic และ OpenAI เดินหน้ารุกตลาด Enterprise AI …