Breaking News

สรุปงานสัมมนา Exploring Digital Transformation by Stream 2019 เมื่อธุรกิจไทยต้องเตรียมใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กโทรนิกส์อย่างเต็มตัว

ที่ผ่านมา ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ไปร่วมงานสัมมนา Exploring Digital Transformation by Stream 2019 ซึ่งทาง Stream I.T. Consulting ได้นำเสนอเรื่องราวของการนำ e-Tax Invoice และ e-Receipt ให้กับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินและบัญชีกว่า 200 คน เพื่อให้ธุรกิจไทยได้เตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการกับภาษีและใบเสร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงขอนำสรุปประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

Stream I.T. Consulting ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่สำหรับตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรไทย และ e-Tax Invoice และ e-Receipt ก็เป็นหนึ่งในนวัตกรรมหลักในปัจจุบัน

Credit: Stream I.T. Consulting

งานสัมมนาครั้งนี้เริ่มต้นโดยคุณพงษ์ศักดิ์ หนุนชู Senior Executive Vice President แห่ง Stream I.T. Consulting ได้ออกมาเล่าถึงทิศทางธุรกิจของ Stream ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากจากปีก่อนๆ จากแนวโน้มของการทำ Digital Transformation ที่เกิดขึ้น ทำให้ทีมงาน Stream I.T. Consulting เองต้องขยายจำนวนพนักงานจนปัจจุบันนี้มีพนักงานเกือบ 300 คน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าธุรกิจองค์กรทั่วไทย

ในแง่มุมของการนำเสนอโซลูชันด้านทาง IT สู่ธุรกิจองค์กรนั้น ทาง Stream I.T. Consulting เองก็ต้องปรับตัวให้โซลูชันที่นำเสนอนี้สอดคล้องไปกับแนวโน้มของธุรกิจไทยเช่นกัน โดยจุดเด่นของ Stream นั้นก็ยังคงเป็นองค์ความรู้ด้านกระบวนการทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ และการนำเทคโนโลยีเข้าไปสอดผสานเพื่อปรับปรุงให้กระบวนการการทำงานนั้นมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและลดต้นทุนการดำเนินงานลง รวมถึงการมีความเชี่ยวชาญในแง่มุมต่างๆ ด้านธุรกิจการเงิน ซึ่งสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

คุณพงษ์ศักดิ์ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นหนึ่งซึ่งก็คือ Digital Security ที่ธุรกิจทุกขนาดในทุกอุตสาหกรรมต้องหันมาทำความเข้าใจและให้ความสำคัญกันมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการที่เทคโนโลยีต่างๆ นั้นได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในทุกกระบวนการของธุรกิจและนวัตกรรมต่างๆ ที่ใช้ในการแข่งขัน ดังนั้นประเด็นของความมั่นคงปลอดภัยจึงไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวนั้นอาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อธุรกิจจนไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่ง Stream เองก็ไม่ต้องการที่จะให้ธุรกิจไทยต้องประสบกับเหตุการณ์ลักษณะนั้นเลย

คุณพงษ์ศักดิ์ได้ทิ้งท้ายด้วยการเล่าถึงที่มาของงานสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานทางด้านบัญชีและการเงิน ที่ต้องทำระบบใบกำกับภาษีอิเล็กโทรนิกส์ เพื่อให้กระบวนการต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เนื้อหาต่างๆ ในสัมมนาครั้งนี้จึงเน้นเรื่องของการแบ่งปันความรู้และข้อมูลเชิงกฎหมายเป็นหลักนั่นเอง และได้เชิญคุณรัตนา เลิศภิรมย์ลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อกฎหมาย e-Tax Invoice และ e-Receipt มาให้ความรู้โดยตรงในงานสัมมนาครั้งนี้กันอย่างเข้มข้นทีเดียว

e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร?

Credit: Stream I.T. Consulting

ถึงแม้แนวคิดของ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้จะมีมาได้ระยะใหญ่แล้ว แต่หลายๆ คนนั้นก็ยังไม่รู้จักเพราะยังถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ทางภาครัฐเองก็ได้เริ่มสนับสนุนให้ธุรกิจไทยเริ่มหันเข้าสู่ระบบ Digital กันมากขึ้นแล้ว และก็เริ่มมีธุรกิจไทยที่ใช้งาน e-Tax Invoice และ e-Receipt จริงในการดำเนินงานแต่ละวันแล้ว ดังนั้น e-Tax Invoice และ e-Receipt ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป

กล่าวโดยสรุปแล้ว e-Tax Invoice และ e-Receipt ก็คือการเปลี่ยนเอกสารใบกำกับภาษีให้อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มตัว โดยมีกระบวนการในการนำส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากร, รูปแบบของเอกสาร และข้อบังคับต่างๆ ที่ชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากธุรกิจใดต้องการเริ่มต้นสร้าง e-Tax Invoice และ e-Receipt ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกรมสรรพากรก่อน

เอกสาร e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้สามารถใช้งานได้จริงแล้ว โดยถึงแม้ธุรกิจของเราจะยังไม่ได้ไปเดินเรื่องใดๆ กับกรมสรรพากรก็ตาม แต่หากมีธุรกิจใดทำการส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องมาให้ เราก็ต้องเริ่มต้นทำการจัดเก็บเอกสารตามระเบียบข้อบังคับแล้ว

ธุรกิจไทย ทำ e-Tax Invoice และ e-Receipt แล้วได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง?

Credit: Stream I.T. Consulting

สำหรับประโยชน์หลักๆ ที่เห็นได้ชัดนั้นก็คือการลดเอกสารกระดาษและขั้นตอนที่วุ่นวายซึ่งเต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายลงไปหลายขั้นตอนมาก ทำให้การนำส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องนี้เกิดขึ้นในรูปแบบ Digital ทั้งหมด ซึ่งสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่เคยต้องออกเอกสารเหล่านี้จำนวนมากในแต่ละวันนั้น ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมลงไปได้มากทีเดียวทั้งค่าใช้จ่ายในการสร้าง, การส่ง และการเก็บรักษาเอกสาร ในขณะที่ธุรกิจออนไลน์นั้นก็สามารถปรับตัวเองไปสู่การเป็น Paperless อย่างเต็มตัวได้อย่างไม่ยากเย็น ทำให้ทุกๆ ธุรกิจก้าวสู่การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรได้

นอกจากนี้ ด้วยการที่เอกสารอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีข้อบังคับต่างๆ มากมาย ซึ่งถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การเปลี่ยนมาใช้ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้จึงสามารถช่วยลดโอกาสในการทำทุจริตในธุรกิจต่างๆ ลงได้ พร้อมทั้งยังมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือและนำไปใช้พิสูจน์ในทางกฎหมายซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วย

สำหรับธุรกิจที่ต้องมีการ Audit ทางด้านบัญชีและการเงิน การนำ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้จะช่วยให้ขั้นตอนการ Audit เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรูปแบบชัดเจน และเชื่อถือได้ว่าไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วยความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลังได้

e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้ยังถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 และ National e-Payment ด้วย ดังนั้นทางภาครัฐเองก็ต้องเริ่มขยับตัวหันมาใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น และท้ายที่สุดแล้วภาคเอกชนก็จะหลีกเลี่ยงการใช้งานไม่ได้หากต้องการแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆ ในอุตสาหกรรมที่เริ่มลดต้นทุนด้วยการนำ e-Tax Invoice & e-Receipt ไปใช้งานแล้ว

ตัวอย่างขั้นตอนการรับส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

Credit: Stream I.T. Consulting

เพื่อให้เห็นภาพการใช้งาน e-Tax Invoice และ e-Receipt กันมากขึ้น ในงานสัมมนาครั้งนี้จึงได้หยิบยกตัวอย่างของการรับส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เอาไว้ดังนี้

ผู้ขายสินค้าหรือบริการ ในฐานะของผู้ออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากที่ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วก็จะต้องทำการสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีรูปแบบตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมมีการเซ็นต์ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งมีการจัดเก็บ การส่งเอกสารไปยังผู้รับ การส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากร และการเก็บรักษาในระยะยาวตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด

เมื่อเอกสารถูกส่งออกไปยังผู้รับซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว ก็จะต้องมีการรับและตรวจสอบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ แล้วทำการเก็บรักษาเอาไว้ตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด

จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วภาพรวมของการรับส่งเอกสารเหล่านี้ก็ยังคงเหมือนกับการใช้กระดาษอยู่ เพียงแต่การกำหนดรูปแบบของเอกสาร การบังคับใช้กระบวนการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และการเก็บรักษาเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นที่ถูกเพิ่มเข้ามา

4 ช่องทางการนำส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แก่กรมสรรพากร

สำหรับการนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์แก่กรมสรรพากรนี้ จะแบ่งออกเป็น 4 ช่องทางหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

  1. Host to Host เชื่อมต่อระบบของเราเข้ากับระบบของกรมสรรพากรโดยตรง เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล
  2. Service Provider ส่งข้อมูลผ่านผู้ให้บริการหรือตัวกลางที่ได้รับสิทธิ์จากกรมสรรพากร ซึ่งก็คือผู้ให้บริการระบบที่เกี่ยวข้องกับ e-Tax Invoice และ e-Receipt นั่นเอง ซึ่งธุรกิจต่างๆ สามารถตรวจสอบว่าใครเป็น Service Provider บ้างผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
  3. Upload File ทำการอัปโหลดข้อมูลส่งให้กรมสรรพากรด้วยตนเอง
  4. Email สำหรับธุรกิจที่มียอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถนำส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง Email ได้ โดยจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในการดำเนินการ

แนวทางการในการนำส่งข้อมูลที่หลากหลายนี้ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อให้ธุรกิจต่างๆ นั้นสามารถเลือกใช้ช่องทางที่เหมาะสมกับตนเองได้ เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้วระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้จะได้กลายเป็นแนวทางที่ใช้งานได้ง่าย ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจใดๆ ในการเข้ามาร่วมระบบนี้

ประเด็นด้านเทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องรู้จักให้ดีก่อนเริ่มทำ

ภายในระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้มีข้อกำหนดมากมายที่ระบุถึงประเด็นทางด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์, การใช้ Digital Signature และ Certification Authority, การบังคับใช้ USB Token หรือ Hardware Security Module (HSM) ไปจนถึงการออกแบบระบบและกระบวนการให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงและน่าเชื่อถือได้ทั้งในส่วนของ Hardware และ Software ซึ่งภาคธุรกิจนั้นจะต้องศึกษาและจัดการระบบรวมถึงจัดเตรียมเอกสารให้ดีในประเด็นนี้

ข้อบังคับเหล่านี้เองอาจกลายเป็นโอกาสดีที่จะทำให้หลายๆ ธุรกิจได้หันมาให้ความสำคัญกับการวางระบบและกระบวนการการทำงานต่างๆ ในฝ่าย IT ให้เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้นและมีความมั่นคงปลอดภัยสูงขึ้น ดังนั้นหากธุรกิจองค์กรใดที่เคยละเลยประเด็นเหล่านี้มาก่อนก็คงไม่อาจมองข้ามไปได้อีกแล้วหากต้องการใช้งาน e-Tax Invoice และ e-Receipt ในอนาคต

ประเด็นด้านกฎหมายมีข้อบังคับและรายละเอียดมากมาย ต้องศึกษาให้ดีก่อนทำ

กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้ถือว่ามีไม่น้อยทีเดียว ดังนั้นการมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายภาษีมาช่วยนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น ในขณะที่กฎหมายหรือข้อบังคับบางประการนั้นก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT และ Security เข้ามาช่วยอธิบายและปรับปรุงระบบภายในให้สอดคล้อง ดังนั้น การมีทีมงานที่วางใจให้เป็นที่ปรึกษาและช่วยดูแลในประเด็นด้านข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงถือว่าสำคัญมาก

อย่างไรก็ดี การเริ่มต้นทำ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้สามารถเริ่มทำแค่เฉพาะบางส่วนก่อนได้ และยังสามารถทำควบคู่กับระบบเดิมที่ใช้เอกสารกระดาษแบบเดิมต่อไปได้ด้วย เพียงแต่ว่าหากเอกสารนั้นถูกสร้างขึ้นมาในระบบใด หากมีการแก้ไขหรือยกเลิกก็ต้องไปทำในระบบนั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นการเริ่มต้นทำ e-Tax Invoice และ e-Receipt ในส่วนเล็กๆ ก่อนที่จะขยายไปสู่ทุกภาคส่วนของธุรกิจนั้นก็ถือเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ เพื่อให้ทีมงานนั้นมีความคุ้นเคยกับกระบวนการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เสียก่อน

ทั้งนี้ทางภาครัฐเองก็มีการออกมาตรการส่งเสริมให้ธุรกิจเอกชนหันมาใช้ e-Tax Invoice และ e-Receipt กันมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการติดตามสิทธิประโยชน์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องก็อาจช่วยให้การตัดสินใจเริ่มต้นทำ e-Tax Invoice และ e-Receipt นั้นคุ้มค่าเร็วยิ่งขึ้น และมีแรงจูงใจให้กับภาคธุรกิจมากขึ้นด้วย

TaxOne บริการ Cloud สำหรับจัดการภาษีธุรกิจครบวงจร ตอบโจทย์ข้อกฎหมายและความต้องการของกรมสรรพากรได้ครบถ้วน

เพื่อให้การเริ่มต้นใช้งาน e-Tax Invoice และ e-Receipt เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายที่สุด ทางทีมงานของ Stream I.T. Consulting จึงได้ทำการพัฒนาบริการ Cloud ในรูปแบบ Software-as-a-Service หรือ SaaS ภายใต้ชื่อบริการ TaxOne ขึ้นมา เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ ได้นำไปใช้งานและเชื่อมต่อกับระบบ Application ภายในธุรกิจของตนเองได้ทันที พร้อมมีบริการเสริมต่างๆ เพื่อช่วยจัดการด้านเอกสารและกระบวนการที่จำเป็นตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ถือเป็นระบบแรกที่ได้จัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เข้าระบบของกรมสรรพากรเป็นรายแรกในประเทศไทยภายใต้ระเบียบนี้

Credit: Stream I.T. Consulting

ความสามารถของ TaxOne นี้ครอบคลุมประเด็นหลักๆ ในการทำ e-Tax Invoice และ e-Receipt พร้อมทั้งยังเสริมเทคโนโลยีและบริการอื่นๆ เข้าไปเพื่อให้ Workflow ของการจัดการเอกสารเหล่านี้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ดังนี้

  • รองรับการสร้างเอกสาร Digital, การส่งมอบเอกสาร Digital และการเก็บรักษาตามข้อบังคับของกรมสรรพากร
  • บริการให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนการเดินเรื่องเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมสรรพากร
  • บริการให้คำปรึกษาและจัดวาง Workflow ด้านการจัดการเอกสารบัญชีและการเงิน
  • มีระบบสำหรับทำหน้าที่เป็น Software จัดการงานด้านบัญชีและเอกสารการเงินต่างๆ ได้
  • บริการจัดการข้อมูลให้อยู่ในรูปของ XML และ PDF A-3 ซึ่งรองรับการลงลายมือชื่อ Digital ได้
  • บริการระบบ Enterprise Content Management (ECM) เพื่อจัดเก็บเอกสาร Digital ย้อนหลังได้ถึง 5 ปี หรือยาวนานกว่า ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร
  • บริการพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อกับ ERP, CRM, E-Commerce ที่ใช้งานอยู่เดิม เพื่อเชื่อมระบบจาก SAP, Oracle, Microsoft หรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีรายอื่นๆ ให้เชื่อมต่อกับการทำ e-Tax Invoice และ e-Receipt ได้เต็มตัว
  • มีบริการระบบ HSM และ USB Token ให้พร้อมใช้งาน
  • มีระบบ Dashboard สำหรับแสดงผลข้อมูลและแสดงรายงานแบบ Real-time เพื่อติดตามการทำงานได้อย่างง่ายดาย
  • มีระบบ Tax Searching System ซึ่งเป็นระบบการจัดการความรู้ทางกฎหมายด้านภาษี ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถตัดสินใจในประเด็นต่างๆ ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วยข้อมูลอ้างอิงทางด้านกฎหมายที่ชัดเจน

เบื้องหลังของ TaxOne นี้มีการใช้งานเทคโนโลยีชั้นนำจาก IBM เป็นหลัก เพื่อให้ภาคธุรกิจองค์กรทุกขนาดนั้นมั่นใจได้ถึงความมั่นคงปลอดภัยและความทนทานของระบบว่าระบบสำคัญของธุรกิจนี้จะทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันอย่างไม่มีปัญหา และไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีในระดับเดียวกับที่สถาบันการเงินทั่วโลกใช้งาน รวมถึงยังมีการนำระบบ TaxOne ไปตรวจสอบจนผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ISO9001:2015, ISO27001, PMO, ITIL ด้วย

Credit: Stream I.T. Consulting

ปัจจุบันนี้เริ่มมีธุรกิจไทยบางส่วนใช้งาน TaxOne เพื่อสร้างเอกสาร Digital มากถึงหลายล้านชุดต่อวันแล้ว ซึ่งผลลัพธ์นั้นก็คือการทำให้ธุรกิจมีความเป็น Paperless มากขึ้น ลดต้นทุนการจัดการกับเอกสารทางด้านการเงินและบัญชีลงไปได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งการที่มีข้อมูลเหล่านี้เก็บไว้ในรูปแบบ Digital พร้อมใช้งาน ก็ทำให้การนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อยอดหรือทำระบบสืบค้นข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในแง่มุมต่างๆ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้ในภาพรวมนั้นธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายลง และเกิดความคล่องตัวในการทำงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

ทีมงาน Stream I.T. Consulting ได้ให้ความเห็นว่าความท้าทายของโครงการ e-Tax Invoice และ e-Receipt นี้ก็คือการที่แต่ละธุรกิจองค์กรนั้นมีกระบวนการในการทำงานที่แตกต่างกันและมีการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเริ่มต้นใช้ e-Tax Invoice และ e-Receipt นั้นก้าวแรกก็คือการเข้าไปจัดการปรับกระบวนการและวิธีการทำงานภายในธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการทางกฎหมายเสียก่อน ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ยิ่งกว่าประเด็นทางด้านเทคโนโลยีเสียอีก แต่ทีมงาน TaxOne ของ Stream I.T. Consulting ก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วยธุรกิจองค์กรต่างๆ ให้ผ่านพ้นขั้นตอนเหล่านี้ได้อยู่แล้ว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเเกี่ยวกับ TaxOne สามารถศึกษาข้อมูลได้ทันทีที่ https://www.streamtaxone.com รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ หรือสอบถามข้อมูลผ่านช่องทาง Social Media ได้ที่ https://www.facebook.com/streamtaxone/

ติดต่อทีมงาน Stream I.T. Consulting ได้ทันที

ผู้ที่สนใจและอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางด้าน e-Tax Invoice และ e-Receipt ในแง่มุมต่างๆ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ TaxOne สามารถติดต่อทีมงาน Stream I.T. Consulting ได้ที่อีเมล marketing@stream.co.th หรือ โทร. 0-2679-2233 รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ http://www.stream.co.th และ Facebook fan page: https://www.facebook.com/Streamitconsulting เพื่อขอรายละเอียดหรือสอบถามเกี่ยวกับการทำบัญชีและภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Huawei เผยชิป AI แรงสุดในโลก ‘Ascend 910’ พร้อม Framework ‘MindSpore’

Huawei ได้เปิดเผย 2 องค์ประกอบเพื่อตอกย้ำถึงนโยบายด้าน AI ของบริษัท ประกอบด้วยชิป Ascend 910 ที่คุยว่าเป็นชิป AI ที่แรงที่สุดในโลกและ Framework ใหม่ที่ชื่อ MindSpore …

ซื้อไม่หยุด! VMware เผยแผนเข้าซื้อกิจการ Intrinsic ผู้พัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยบน Serverless Computing

VMware ได้ออกมายืนยันถึงแผนการเข้าซื้อกิจการของ Instrinsic บริษัท Startup ด้าน Security สำหรับ Serverless Computing โดยไม่เปิดเผยมูลค่า