Intel อวดยอดสั่งดีไซน์โปรเซสเซอร์ Series 3 สำหรับเอดจ์กว่า 130 รายการ พร้อมเปิดตัวเฟรมเวิร์ก OpenVINO Physical AI

Intel ประกาศว่ามียอดข้อตกลงดีไซน์สำหรับโปรเซสเซอร์ตระกูล Series 3 เพื่อนำไปใช้ในงาน AI และประมวลผลเอดจ์แล้วกว่า 130 รายการ พร้อมทั้งเปิดตัวเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สใหม่ในชื่อ OpenVINO Physical AI เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างในการนำโมเดลหุ่นยนต์จากห้องแล็บไปปรับใช้จริงในโรงงาน

Credit: Intel

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนงาน Computex ในไทเป โดย Intel มุ่งหวังที่จะวางตำแหน่งชิปสำหรับงานเอดจ์และซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ของตนให้เป็นทางเลือกแบบเบ็ดเสร็จ แทนที่การใช้หน่วยประมวลผลกลางร่วมกับตัวเร่งความเร็วแยกส่วนที่ซับซ้อนและกระจัดกระจายแบบเดิม ทั้งนี้โปรเซสเซอร์ตระกูล Series 3 ซึ่งรวมถึง Intel Core Ultra Series 3 และ Intel Core Series 3 ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมในงาน CES โดยเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ของ Intel

ตัวอย่างความสำเร็จที่สำคัญคือ SensoryAI ซึ่งได้ย้ายระบบหุ่นยนต์ค้าปลีกแบบหลายเอเจนต์ที่ชื่อ Ella มาใช้สถาปัตยกรรมของ Intel โดย Ella ซึ่งถูกระบุว่าเป็นร้านค้าที่ใช้ Physical AI แบบหลายเอเจนต์แห่งแรกที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่สาธารณะ เดิมทีต้องใช้ CPU และตัวเร่งความเร็วแยกจากกัน แต่ปัจจุบัน SensoryAI ได้เปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม Intel Core Ultra Series 3 เพียงตัวเดียวที่จัดการได้ทั้งการควบคุมแบบเรียลไทม์และการประมวลผล AI

เอเจนต์ AI เฉพาะทาง 3 ตัวที่ทำงานพร้อมกันในระบบบนชิปเดียว ได้แก่ เอเจนต์ Avatar ที่จัดการการสนทนากับลูกค้า เอเจนต์ Guardian ที่ดูแลการทำงานของระบบ และเอเจนต์ Ella ที่ให้ข้อมูลอัจฉริยะทางธุรกิจระดับร้านค้า โดยมีตัวประสานจัดการทำหน้าที่ส่งคำสั่งไปยังหุ่นยนต์ ซึ่ง Intel ระบุว่าการรวมศูนย์นี้ช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนอุปกรณ์ ลดความซับซ้อนของซอฟต์แวร์ และช่วยให้การขยายขนาดการออกแบบหุ่นยนต์ในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับยอดสั่งซื้ออื่น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่งาน Generative AI ในอุตสาหกรรม, การตรวจจับข้อบกพร่องด้วยการมองเห็นของ AI, คอมพิวเตอร์สำหรับติดตั้งบนยานพาหนะที่มีความทนทานสูง, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เอนกประสงค์, AI สนทนาสำหรับร้านอาหารบริการด่วน, เอเจนต์ AI สำหรับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบชำระเงินด้วยตนเองที่ใช้ AI, อวตารดิจิทัล และ AI แบบหลายโหมดสำหรับการสร้างภาพทางการแพทย์

ส่วนที่สองของการประกาศคือ OpenVINO Physical AI ซึ่งเป็นส่วนขยายของชุดเครื่องมือ OpenVINO ที่ Intel เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 สำหรับงานคอมพิวเตอร์วิทัศน์โดย Intel วางตำแหน่งเฟรมเวิร์กใหม่นี้ให้เป็นไลบรารีหุ่นยนต์โอเพนซอร์สแรกที่มีรันไทม์การอนุมานที่ปรับแต่งให้เข้ากับชิปโดยเฉพาะ

เฟรมเวิร์กนี้ออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนามีวิธีที่สอดคล้องกันในการนำนโยบายของหุ่นยนต์และโมเดลแบบหลายโหมดจากการทดลองไปใช้ในระบบหุ่นยนต์จริง โดยให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงสุด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสภาพแวดล้อมการพัฒนาโมเดลหุ่นยนต์โอเพนซอร์สอื่น ๆ ได้ รวมถึง Physical AI Studio ของ Intel เอง และโครงการโอเพนซอร์ส LeRobot

Intel ระบุว่าเฟรมเวิร์กนี้ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะทางในอุตสาหกรรม เพราะการติดตั้งโมเดล Physical AI ในระดับขยายที่ผ่านมาต้องใช้ระบบเฉพาะสำหรับหุ่นยนต์แต่ละตัวในการจัดการเซนเซอร์ คิวรี และการเคลื่อนไหว ซึ่งมักจะทำให้ลูกค้าต้องติดอยู่กับโซลูชันการประมวลผลแบบคู่ที่ราคาแพงและบำรุงรักษายาก การจับคู่ Intel Core Ultra Series 3 กับ OpenVINO Physical AI จะช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ นำโค้ดกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น และขยายฝูงหุ่นยนต์ไปยังโรงงาน คลังสินค้า และร้านค้าปลีกต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

“โมเดล Physical AI กำลังเปลี่ยนแปลงวงการหุ่นยนต์ แต่การนำไปใช้จริงนั้นล่าช้าเนื่องจากซอฟต์แวร์ที่กระจัดกระจายและการเชื่อมต่อระบบที่ต้องทำใหม่ทุกครั้งสำหรับหุ่นยนต์แต่ละตัว” Dan Rodriguez รองประธานบริษัทกลุ่ม Edge Computing ของ Intel กล่าว “ด้วย Intel Core Ultra Series 3 และ OpenVINO Physical AI เราได้มอบเส้นทางที่เป็นหนึ่งเดียว เปิดกว้าง และขยายขนาดได้ ตั้งแต่การทดลอง AI ไปจนถึงหุ่นยนต์ระดับการผลิตที่มอบการประมวลผลที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์และมีประสิทธิภาพสูง”

นอกจากนี้ Intel ยังชูจุดเด่นเรื่องต้นทุนของ Series 3 โดยได้นำผลทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง Core Ultra X7 358H กับโมดูล Jetson AGX Orin และ Jetson Thor T5000 ของ Nvidia มาแสดง โดยอ้างว่าให้ประสิทธิภาพที่ทัดเทียมกับ Thor ในงานโมเดลการมองเห็น-ภาษา-การกระทำขนาดกลาง ในขณะที่มีราคาเครื่องโดยรวมถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง และมีความหน่วงต่ำกว่า AGX Orin ในการทำงานกับกล้อง 3 ตัวของ Pi0.5 Droid โดย Intel ระบุว่าราคาเครื่องโดยรวมของ Thor นั้นสูงกว่าแพลตฟอร์มของ Intel ถึงสองเท่า

ปัจจุบัน Physical AI Studio พร้อมใช้งานแล้ว ส่วน OpenVINO Physical AI เปิดให้ทดลองใช้ในรูปแบบพรีวิวบน GitHub โดยตั้งเป้าที่จะเปิดให้ใช้งานโดยทั่วไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/05/31/intel-touts-130-plus-edge-design-wins-series-3-launches-openvino-physical-ai-framework/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Contentful ยกระดับแพลตฟอร์ม AI CRM ด้วย Composable Content

Salesforce ประกาศเข้าซื้อกิจการ Contentful แพลตฟอร์มจัดการคอนเทนต์แบบ Composable ที่ออกแบบคอนเทนต์ เช่น เนื้อหา ภาพ หรือวิดีโอให้แยกส่วนกัน แต่สามารถนำไปใช้ซ้ำได้ในหลายแพลตฟอร์ม การลงทุนครั้งนี้มุ่งเน้นเสริมประสิทธิภาพพของ Headless 360 ด้วยระบบจัดการคอนเทนต์ระดับเอนเตอร์ไพรส์ …

OpenAI ส่ง Frontier Models และ Codex ลง AWS

OpenAI ประกาศความพร้อมใช้งานสำหรับ Frontier Models และ Codex บนบริการ Amazon Bedrock ของ AWS อย่างเป็นทางการ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้กำแพงด้านความมั่นคงปลอดภัยและขั้นตอนการกำกับดูแลที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI …