กระทรวงกลาโหมสหรัฐสร้างบัญชีดำผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จากจีน รัสเซีย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างต่อเนื่องเมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ประกาศกับสื่อเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่ากำลังทำลิสต์รายชื่อของบริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์จากจีนและรัสเซียเพื่อทำการไม่สนับสนุนการซื้อขายกับบริษัทเหล่านี้ โดยทางแพนตากอนได้ตั้งรายชื่อลิสต์ตั้งแต่หกเดือนที่แล้วและแจกให้กับตัวแทนของรัฐบาลแต่ไม่ได้บังคับใช้หรือปฏิบัติอย่างเป็นทางการ

Credit: ShutterStock.com

แผนงานของแพนตากอนคือจะทำงานร่วมกับอุตสหกรรมการป้องกันที่เกี่ยวข้อง 3 อุตสหกรรมคือ ด้านอวกาศ ด้านการป้องกันระดับชาติ และ Professional Service Council เพื่อแจ้งเตือนถึงปัญหาที่ทางกลาโหมมองว่าเป็นภัยคุกคามและคาดหวังว่าผู้รับเหมาจะเปลี่ยนไปใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับสัญญาต่อไปในอนาคต ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็มีผลิตภัณฑ์จากรัสเซียอย่าง Kaspersky Lab หรือ ZTE จากจีนโดนแบนไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามแพนตากอนยังได้เพ่งเล็งการปฏิบัติงานของบริษัทอเมริกาในต่างประเทศที่ได้มีการตกลงให้หน่วยข่าวกรองต่างชาติเข้ามาดูโค้ดผลิตภัณฑ์ของตนได้เพราะมีผลกับการพิจารณาอนุญาตสิทธิ์ในการขายผลิตภัณฑ์ในประเทศนั้น ตัวอย่างเช่นในปี 2017 IBM, Cisco, SAP, HPE และ McAfee ได้อนุญาตให้ตัวแทนรัฐบาลของรัสเซียเข้ามาตรวจสอบโค้ดของผลิตภัณฑ์ได้

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/government/pentagon-creates-do-not-buy-list-of-chinese-and-russian-software-providers/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์