Canonical เปิดตัว Minimal Ubuntu สำหรับใช้บน Cloud และ Container โดยเฉพาะ

Canonical ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Minimal Ubuntu ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีขนาดเล็ก, ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นคงปลอดภัยสูง สำหรับใช้งานภายใน Cloud และ Container โดยเฉพาะ

 

Credit: Canonical

 

Minimal Ubuntu นี้จะมีขนาดเล็กกว่า Ubuntu Server ทั่วไปถึง 50% และยังบูทเร็วกว่าถึง 40% ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีการเปิดตัว Minimal Ubuntu 16.04 LTS และ 18.04 LTS สำหรับให้ใช้งานได้บน Amazon EC2, Google Compute Engine (GCE), LXD และ KVM/OpenStack ในขณะที่ Docker Image ของ Minimal Ubuntu 18.04 LTS นั้นก็มีขนาดเพียงแค่ 29MB เท่านั้น

Minimal Ubuntu นี้สามารถทำงานร่วมกับ Ubuntu Package ทั้งหมดได้ทันที ดังนั้นผู้ใช้งาน Ubuntu อยู่เดิมจึงสามารถย้ายมาใช้ Minimal Ubuntu แทนได้โดยง่าย โดยเบื้องต้นใน Minimal Ubuntu นี้ก็มี ssh, apt, snapd ให้ใช้อยู่แล้วจึงง่ายต่อการติดตั้ง Package ต่างๆ เพิ่มเติม หรือจะใช้เครื่องมือ unminimize เพื่อเลือก Package ต่างๆ ที่ต้องการใช้งานเพิ่มเติมตั้งแต่ตอนติดตั้งก็ได้

ผู้ที่สนใจสามารถโหลด Minimal Ubuntu ไปใช้งานได้ที่ http://cloud-images.ubuntu.com/minimal/releases/ ครับ โดยบน AWS และ GCE เองก็สามารถติดตั้งใช้งานได้เลยเช่นกัน

 

ที่มา: https://blog.ubuntu.com/2018/07/09/minimal-ubuntu-released

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้