Canonical จับมือ Docker นำเสนอ CS Docker Engine พร้อมบริการบน Ubuntu

Docker และ Canonical ประกาศความร่วมมือกันในการผสานระบบ Commercial Supported (CS) Docker Engine บน Ubuntu เพื่อให้เหล่าองค์กรสามารถสร้าง Container สำหรับใช้งานได้อย่างมั่นใจด้วยบริการระดับมืออาชีพ

canonical_ubuntu_docker

ในความร่วมมือกันครั้งนี้ Docker จะนำรุ่น Stable Release และ Maintained Release ไป Publish เป็น Snap Package บน Ubuntu อย่างต่อเนื่อง และทำให้ผู้ใช้งานทุกคนได้ใช้งาน Docker Build จากทีมงานของ Docker โดยตรงทั้งหมด ในขณะที่ Canonical นั้นจะคอยให้บริการสนับสนุนทางด้านเทคนิคสำหรับกรณีระดับ Level 1 และ 2 ส่วน Docker จะคอยสนับสนุนในระดับ Level 3 อีกทั้ง Canonical เองก็จะคอยอัปเดต Ubuntu Image ใหม่ๆ ที่มีความปลอดภัยสูงบน Docker Hub ด้วย

ทิศทางนี้ก็ทำให้อนาคตของการทำ DevOps นั้นสามารถเลือกใช้งาน Ubuntu เป็นระบบปฏิบัติการได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึั้นด้วยการผลักดันจากทั้งฝั่งของ Canonical และ Docker พร้อมๆ กันนั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ที่ https://www.docker.com/products/docker-engine และ https://www.ubuntu.com/cloud ทันทีครับ

ที่มา: https://insights.ubuntu.com/2016/11/30/docker-and-canonical-partner-on-cs-docker-engine-for-ubuntu-users/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้