Apple ประกาศเปิด Open Source ให้ Swift แล้ว! พร้อมรองรับตลาดกลุ่มองค์กรได้ทันที

เป็นการเดินเกมที่ทำให้ Apple มีพื้นที่ในตลาด Enterprise ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นแผนการระยะยาวสำหรับนักพัฒนาอย่างแท้จริง เมื่อ Apple ประกาศเปิด Open Source ให้กับภาษา Swift ภายใต้ Apache License ทำให้สามารถนำ Source Code ไปใช้ Compile บน Platform อื่นๆ ได้ และทำให้ภาษา Swift ถูกใช้ได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ตามแผนการของ Apple ที่ต้องการวางให้ Swift กลายเป็นภาษาพัฒนาหลักที่มีอายุยืนนานไปถึง 20 ปีเลยนั่นเอง

apple_swift_logo

สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาเพื่อ Open Source Swift โดยเฉพาะอย่าง http://swift.org/ นั้นก็อาจจะเข้ายากซักหน่อยนะครับ เพราะตอนนี้ทุกคนแย่งกันเข้าอยู่ แต่อย่างไรก็ดี ทาง Apple ได้เผยแพร่ Source Code เอาไว้บน Github ด้วยครับ https://github.com/apple

การเปิด Source ในครั้งนี้คาดว่าอาจจะตามมาด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Swift บนหลายๆ Platform และในขณะเดียวกัน Parter ของ Apple ในตลาดกลุ่มองค์กรรวมถึงกลุ่มของนักพัฒนาเองเองก็จะสามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพิ่มเติมได้ ทำให้ภาษา Swift มีความสามารถเพิ่มขึ้นไปอีกในอนาคตไปด้วย

ที่มา: http://techcrunch.com/2015/12/03/apples-swift-programming-language-is-now-open-source/http://www.theverge.com/2015/12/3/9842854/apple-swift-open-source-released

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

จากข้อมูลสู่คุณค่าทางธุรกิจ: เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจ [PR]

ในยุคที่องค์กรกำลังเดินหน้าสู่ Digital Transformation “ข้อมูล” ได้กลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการทำความเข้าใจลูกค้า วางกลยุทธ์ และขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (Insight) และนำข้อมูลเชิงลึกไปสู่การตัดสินใจที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงเป็นเรื่องสำคัญ รายงานจาก IBM Institute for …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …