5 แนวโน้มเทคโนโลยีพลิกโฉมการเงินองค์กร ที่เหล่า CFO ควรรู้

DocuWare ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี Document Management ที่่มีประสบการณ์ด้านการจัดการเอกสารการเงินในธุรกิจทั่วโลกมากมาย ได้ออกมาเผยถึง 5 แนวโน้มของเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนแปลงกระบวนการด้านการเงินในธุรกิจองค์กร ดังต่อไปนี้

 

Credit: ShutterStock.com

 

1. เพิ่มประสิทธิภาพด้านการเงิน ด้วยการทำ Automation

การทำให้กระบวนการด้านการเงินมีประสิทธิภาพสูงขึ้นนั้นดูจะเป็นประเด็นสำคัญที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทต่อภาคการเงินมากที่สุดในปี 2018 โดยการทำ Automation นี้จะเข้ามาช่วยทำให้งานต่างๆ ทางด้านการจัดการเอกสารและข้อมูลทางด้านการเงินมีความง่ายดายและถูกต้องแม่นยำสูงยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ต้องเข้าใจกันก่อนว่าการทำ Automation นี้จะไม่ได้มาทดแทนตำแหน่งใดๆ ทางด้านการเงิน ทั้งในระดับปฏิบัติการขึ้นไปจนถึงระดับ CFO แต่การทำ Automation นี้จะเข้ามามีบทบาทในฐานะที่ทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการจัดการข้อมูลซึ่งเป็นงานแรงงานที่มีความจำเจสูง ทำให้บุคลากรในฝ่ายการเงินสามารถนำเวลาไปทำงานอื่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือการจัดการกับ Invoice พื้นฐานที่ไม่ได้มีความซับซ้อนใดๆ ให้ระบบ IT ทำการอ่าน Invoice นั้นๆ และดึงค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากใบ Invoice มาทำการประมวลผลและบันทึกลงระบบ ERP พร้อมดำเนินการให้โดยอัตโนมัติ และแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่แผนกการเงินหากพบ Invoice ใดที่มีความผิดปกติ หรือระบบไม่สามารถประมวลผลได้ถูกต้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลและจัดการกรณีเหล่านี้เป็นครั้งๆ ไป เป็นต้น

นอกจากนี้การมีระบบและข้อมูลมารองรับการทำงานของแผนกการเงินเอง ก็จะทำให้ CFO สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ทางด้านการเงินได้ดีขึ้นด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส เข้าใจคอขวดของกระบวนการด้านการเงินที่กำลังเกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาในกระบวนการได้ถูกจุด

 

2. เปลี่ยนกระบวนการการตรวจสอบย้อนหลัง ให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ที่ผ่านมาการ Audit นั้นถือเป็นงานที่เหนื่อยยากและใช้ทรัพยากรของธุรกิจค่อนข้างเยอะ แต่ก็ถือเป็นกระบวนการที่เหล่าธุรกิจจะหลีกเลี่ยงไปไม่ได้เช่นกัน การที่เอกสารด้านการเงินนั้นถูกจัดเก็บในรูป Digital นี้จะสามารถเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาตรงนี้ได้ด้วยการลดขั้นตอนที่ต้องใช้ในการเตรียมเอกสารและข้อมูลสรุปต่างๆ สำหรับการ Audit ในแต่ละครั้งลงไปได้อย่างมหาศาล

ในขณะเดียวกัน การทำ Internal Audit เองนั้นก็จะมีความคล่องตัวสูงยิ่งขึ้นด้วยความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลการทำงานต่างๆ ย้อนหลังได้ตามต้องการ และการตรวจสอบข้อมูลการทำงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้แบบ Real-time เช่น ความพยายามในการเข้าถึงข้อมูลความลับขององค์กร หรือการทำธุรกรรมในรูปแบบที่ผิดปกติ เป็นต้น ทำให้ใช้เวลาในการตรวจพบกรณีผิดปกติต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจองค์กรให้น้อยลงได้

 

3. บริหารจัดการการจัดเก็บเอกสารได้อย่างถูกต้อง ตรงตามข้อกำหนดและกฎหมาย

การจัดเก็บเอกสารย้อนหลังเพื่อเหตุผลทางด้านกฎหมายและการทำตามข้อบังคับตามมาตรฐานต่างๆ นั้นถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลกับองค์กร การจัดเก็บเอกสารในรูป Digital นี้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสถานที่ในการจัดเก็บเอกสารและการค้นหาแล้ว ก็ยังมีอีกข้อดีที่น่าจับตามองคือการตอบรับต่อกฎหมาย General Data Protection Regulation หรือ GDPR ที่ทางยุโรปจะบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2018 นี้ด้วย

GDPR นี้เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสิทธิ์ในการควบคุมข้อมูลของเข้าใจของข้อมูล ซึ่งผู้ที่จัดเก็บข้อมูลจะต้องทำการส่งมอบ, ลบ หรือย้ายข้อมูลตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลได้ และต้องทำการเปิดเผยหากมีกรณีข้อมูลรั่วเกิดขึ้นกับข้อมูลที่จัดเก็บเอาไว้ ดังนั้นเทคโนโลยีการจัดการเอกสารด้านการเงินเองนั้นก็ต้องรองรับประเด็นเหล่านี้ด้วยหากธุรกิจองค์กรนั้นมีความเกี่ยวข้องกับยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ภายใต้กฎหมายโดยตรง หรือการรองรับเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจก็ตาม

 

4. ทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์

จากเดิมที่งานด้านการเงินนั้นเป็นงานที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปจัดการเอกสารกระดาษจำนวนมากภายในองค์กร งานทั้งหมดจะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นการเข้าถึงและจัดการข้อมูลทางด้านการเงินผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากทุกที่ทุกเวลาบนทุกๆ อุปกรณ์แทน ทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานมากยิ่งขึ้น และข้อมูลทางการเงินเองก็จะถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจหรือการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี ความสะดวกสบายและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในการทำงานนี้ต้องมาพร้อมกับความมั่นคงปลอดภัยและความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล ดังนั้นหากจะเลือกใช้เทคโนโลยีใดๆ เพื่อสนับสนุนกระบวนการทางด้านการเงินนี้ ก็ต้องเลือกโดยคำนึงถึงประเด็นเหล่านี้ด้วย

 

5. เพิ่มศักยภาพการทำงานภายในองค์กรด้วย Cloud

การย้ายไปใช้งานสถาปัตยกรรม Cloud นั้นนอกจากจะเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงข้อมูลด้านการเงินได้จากทุกที่ทุกเวลาแล้ว Cloud เองก็ยังสามารถช่วยลดรายจ่ายหรือเพิ่่มประสิทธิภาพการทำงานของแผนก IT ภายในองค์กรได้ด้วย ด้วยการลดภาระการดูแลรักษาระบบการเงินลงไปนั่นเอง

ระบบด้านการเงินนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในระบบที่มีต้นทุนในการดูแลรักษาเองค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะต้องออกแบบให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกแต่ยังคงปลอดภัยแล้ว ก็ต้องออกแบบให้ระบบมีความทนทานสูง เพื่อไม่ให้ข้อมูลทางด้านการเงินเสียหายไป ในขณะที่การอัปเดตระบบเพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยและอุดรูรั่วต่างๆ เองนั้นก็สำคัญ ไปจนถึงการที่บางองค์กรต้องทำ Compliance ให้กับระบบการเงินเหล่านี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

การเช่าใช้บริการ Cloud ที่มีการดูแลรักษาให้เบ็ดเสร็จพร้อมทำ Compliance ให้ในตัวด้วยนี้จะช่วยให้แผนก IT สามารถลดภาระงานตรงนี้ออกไปได้ค่อนข้างมาก ทำให้แผนก IT สามารถย้ายไปทำงานอื่นในเชิงรุกที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรสูงขึ้นได้ เช่น การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Digital Transformation หรืออื่นๆ เป็นต้น

 

DocuWare พร้อมช่วยธุรกิจองค์กรตอบโจทย์ด้านการเงินแห่งอนาคต

ในฐานะของผู้นำด้านเทคโนโลยี Document Management ทาง DocuWare เองก็ได้มีประสบการณ์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการปรับแผนกการเงินให้ก้าวสู่การเป็นหน่วยงาน Digital ดังนี้

  • เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Cloud ในแผนกการเงิน หรือทั้งองค์กร เพื่อให้การจัดการเอกสารทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้บน Cloud และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์
  • เปลี่ยนการจัดการเอกสารการเงินและเอกสารอื่นๆ ภายในองค์กรให้กลายเป็นแบบ Automation ให้มากที่สุด เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับการจัดการเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานแต่ละคน
  • สามารถเข้าใจสถานการณ์ของธุรกิจองค์กรทางด้านการเงิน หรือของแผนกอื่นๆ ได้อย่างแม่นยำ จากเอกสารธุรกรรมและหลักฐานการทำงานที่เกิดขึ้นในทุกขณะอย่างแม่นยำ

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Docuware ในบทความภาษาไทยได้ที่ https://www.techtalkthai.com/introduce-docuware-digital-document-management-by-miracle/

 

ติดต่อ Miracle ตัวแทนจำหน่ายของ DocuWare ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DocuWare หรือต้องการทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ ของ DocuWare รวมถึงต้องการคำปรึกษาด้านการปรับปรุงการจัดการเอกสารทั้งหมดขององค์กรให้กลายเป็นแบบ Paperless อย่างเต็มรูปแบบ สามารถติดต่อทีมงาน Miracle ตัวแทนจำหน่ายของ DocuWare ในประเทศไทยได้ทันทีที่ info@miracle-th.com หรือโทร 081-3717661 และ 084-6563643 โดยสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Miracle ได้ที่ http://www.miracle-th.com/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ