ADPT

[PR] ยุคดิจิทัล กับ บทบาทของผู้บริหารด้านการเงินที่เปลี่ยนไป

โดย นายมาแฮทเดแวน นาทาราจัน ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธุรกิจ  Enterprise Performance Management ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น แอปพลิเคชั่น

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลก และการไม่สามารถคาดการณ์ได้ซึ่งเป็นผลพวงจากเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้พวกเขามีความคล่องตัวมากกว่า กำลังเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดจากเจ้าตลาดรายเดิมๆ ทั้งนี้ผู้บริหาร 83 เปอร์เซ็นต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเห็นว่าดิจิทัลสตาร์ทอัพเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจ[1] ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึงพยายามหาแนวทางนำธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้ในช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ ที่น่าแปลกใจคือองค์กรเริ่มหันหาคำแนะนำจากผู้บริหารด้านการเงิน (CFO) ซึ่งเป็นคนที่พวกเขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน ทำให้บทบาทของ CFO ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เคยมีมาก่อน นอกจากความรับผิดชอบด้านงบประมาณและรายงานทางการเงินต่างๆ แล้ว องค์กรยังต้องการให้ CFO เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ

CFO จะต้องปรับตัวเพื่อทำหน้าที่อีกหลายประการ  เช่น ทำให้องค์กรมั่นใจว่าจะมีการบูรณาการสถานะการเงิน การทำงานในหน้าที่ต่างๆ และการดำเนินธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้ผู้ถือหุ้นเห็นมูลค่าและผลการดำเนินงานที่ดีที่สุด การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เกิดขึ้นแล้วและกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยเกี่ยวกับผู้นำทางการเงินที่จัดทำโดยออราเคิลเมื่อเร็วๆ นี้  ระบุว่า CFO จำนวน 52 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าบทบาทส่วนใหญ่ของตนในปัจจุบันคือการให้คำปรึกษาว่าทำอย่างไรธุรกิจจึงจะเติบโตได้[2]

CFO รุ่นใหม่คือคนที่อยู่ในกลุ่มมิลเลนเนียลในวันนี้ ซึ่งมีความกล้าที่จะใช้วิธีการของตน และหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้า คนกลุ่มมิลเลนเนียลมีความเชื่อในการใช้เทคโนโลยีซึ่งเป็นหนึ่งในทัศนคติที่สำคัญในอนาคตที่จะมีปริมาณข้อมูลไหลเข้าสู่องค์กรอย่างท่วมท้น ทำให้ CFO ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชั่นที่เป็นปัญญาประดิษฐ์และแอปพลิเคชั่นที่สามารถปรับตัวเองได้อย่างชาญฉลาด เพื่อวิเคราะห์และเลือกดึงข้อมูลเชิงลึกที่ใช้ประโยชน์ได้จากข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่

นอกจากนี้ ‘ทัศนคติ’ ของคนรุ่นใหม่จะเป็นตัวกำหนดลักษณะของ CFO ในอนาคต คนกลุ่มมิลเลนเนียลกำลังแหวกแนวการทำงานแบบเดิมๆ พวกเขาต้องการที่จะเป็น ‘ผู้รอบรู้เชี่ยวชาญทุกด้าน: Jacks of all trades’ มากกว่าที่จะมีความเชี่ยวชาญเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ต้องการเข้าใจองค์กรทุกแง่มุมมากขึ้น มองว่าบทบาทหน้าที่ของตนจะเกี่ยวข้องกับคนอื่นและจะมีวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้อย่างไร Intelligence Group ได้จัดสำรวจและพบว่าคนกลุ่มมิลเลนเนียลจำนวนสี่ในห้าคนต้องการวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน มากกว่าแบบที่ต้องแข่งขันกัน[3] และนั่นป็นความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรมของ CFO ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นต้องมองเห็นภาพใหญ่ขององค์กร เพิ่มความร่วมมือและการทำงานร่วมกันให้กับทุกภาคส่วนของธุรกิจได้มากขึ้น

CFO ที่ทันเกมจะนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ จำนวนมากมาใช้เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ ขององค์กรเข้าด้วยกัน นอกจากข้อมูลภายในที่ควบคุมด้วยระบบวางแผนการใช้ทรัพยากรขององค์กร (ERP) ระบบบริหารจัดการประสิทธิภาพในการทำงาน (EPM) และแอปพลิเคชั่นอื่นๆ แล้ว พวกเขาจะใช้ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) เพื่อช่วยให้เข้าใจธุรกิจมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เช่น เครื่องตรวจสภาพอากาศจะแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าอาจมีพายุที่จะเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้า หรือ ข้อมูลจาก Fitbit จะช่วยให้รู้ว่าพนักงานอยู่ในความกดดันมากน้อยเท่าใด  และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิในโรงงานจะช่วยให้รู้ว่าโรงงานอยู่ในสถานะไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีความร้อนสูงเกินไปหรือไม่ ข้อมูลจากภายนอกเหล่านี้จะช่วยให้ CFO สามารถคาดการณ์และให้คำแนะนำการทำงานได้ทุกส่วนองค์กร

CFO แห่งอนาคตจะมองหาโซลูชั่นที่เป็นระบบคลาวด์ เพื่อรวบรวม จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ แอปพลิเคชั่น ERP, EPM และระบบบริหารจัดการซัพพลายเชน (SCM) ที่ทำงานบนระบบคลาวด์ สามารถทำหน้าที่เสมือน ‘กล้ามเนื้อ’ ของการใช้ข้อมูล วิธีการทางดิจิทัลที่จะใช้เปลี่ยนแปลงธุรกิจ ได้มอบเครื่องมือที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ การทำงานร่วมกัน และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ CFO แอปพลิเคชั่น IoT ต่างๆ บนคลาวด์ ก็สามารถช่วยให้ CFO ได้มีสัมผัสต่างๆ มากขึ้น พวกเขาจะ ‘เห็น’, ‘ได้ยิน’ และ ‘รับรู้ถึงความผิดปกติ’ ได้อย่างชัดเจนขึ้นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นภายนอกขอบเขตของบริษัท และตอบสนองด้วยข้อมูลแบบเรียล-ไทม์ซึ่งช่วยให้เกิดความคล่องตัวอย่างแท้จริง ซอฟต์แวร์คลาวด์ที่ปรับตัวได้เปรียบเหมือนสมองใหม่ที่ใช้แมชชีน เลิร์นนิ่งเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมากได้เร็วขึ้น

แม้ว่าการที่ดิจิทัลเข้ามาพลิกโฉมทุกสิ่งทุกอย่างและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจคือความท้าทายที่แท้จริงของ CFO และธุรกิจของพวกเขาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ความสำเร็จมักไม่ได้มาหากมัวแต่ทำงานแบบปลอดภัยไว้ก่อน CFO รุ่นใหม่ที่เป็นคนกลุ่มมิลเลนเนียล รวมถึงนักคิดรุ่นใหม่ๆ ทุกช่วงอายุที่เข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแท้จริง จะเป็นคนกลุ่มสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กร CFO แห่งอนาคตจะลดความอุ้ยอ้ายขององค์กรเพื่อให้ธุรกิจมีความคล่องตัวและเป็นหนึ่งเดียวกว่าที่เคยเป็นมา ด้วยการบูรณาการข้อมูลมหาศาลกับปัญญาประดิษฐ์และพลังของเทคโนโลยีคลาวด์ระดับองค์กร พวกเขาจะมีความสามารถในการทำงานเชิงรุกเพื่อบ่งชี้โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ และดำเนินการให้องค์กรของตนได้ประโยชน์และเติบโตในตลาดเหล่านั้นทันที

[1] http://www.cnbc.com/2016/10/06/dell-survey-reveals-asia-pacific-companies-fear-disruption-from-start-up.html

[2] https://go.oracle.com/LP=41521?elqCampaignId=72002

[3] https://www.forbes.com/sites/robasghar/2014/01/13/what-millennials-want-in-the-workplace-and-why-you-should-start-giving-it-to-them/#422e450d4c40


About TechTalkThai PR 2

Check Also

[Guest Post] AIS x OMRON ร่วมพลิกโฉม Industry 4.0 เดินหน้าสู่ภาคการผลิตอัจฉริยะ Smart Manufacturing เต็มรูปแบบ

จากบริบทของสถานการณ์ปัจจุบันที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อวงจรของธุรกิจทำให้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดและความท้าทายมากมาย ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการขายและการให้บริการ แต่ในมุมของ AIS ก็ยังคงเดินหน้าตามแผนงานการนำศักยภาพ 5G ขยายสู่ภาคอุตสาหกรรม เดินหน้าฟื้นฟูประเทศในทุกมิติ ล่าสุด AIS Business 5G ได้ลงนาม (MOU) ร่วมกับ …

[Guest Post] จีเอเบิล ประกาศกลยุทธ์ ‘Beyond Limits’

จีเอเบิล ประกาศกลยุทธ์ ‘Beyond Limits’ ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด จัดทัพด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ พลิกโฉมอุตสาหกรรม สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน