Oracle สร้างเหตุให้นักลงทุนกังวลเพิ่มขึ้นอีก หลังจากได้เปิดเผยแผนระดมทุนระหว่าง 4.5 หมื่นล้านถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปีนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายกำลังการผลิตของดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเติม เพื่อรองรับเวิร์กโหลดด้านปัญญาประดิษฐ์

ยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และฐานข้อมูลรายนี้ระบุว่าจะระดมทุนผ่านการผสมผสานระหว่างการกู้ยืมและการขายหุ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านทรัพยากรประมวลผลตามสัญญาจากลูกค้า ซึ่งรวมถึง OpenAI, Meta Platforms, Advanced Micro Devices, Nvidia, xAI, TikTok และอื่น ๆ
ตลอดปีที่ผ่านมา นักลงทุนมีความระแวดระวังมากขึ้นต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับ AI ในวงเงินมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และมีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับ Oracle ซึ่งได้ก่อหนี้จำนวนมากเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 50% หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 10 กันยายน ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหายไปกว่า 4.6 แสนล้านดอลลาร์
ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ Oracle ระบุว่าจะระดมทุนครึ่งหนึ่งของวงเงินที่เสนอผ่านการออกตราสารที่เชื่อมโยงกับหุ้นและการออกหุ้นสามัญ ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์บุริมสิทธิแปลงสภาพภาคบังคับ และโครงการขายหุ้นแบบ at-the-market ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะมาจากการออกหุ้นกู้เพียงครั้งเดียวในช่วงต้นปีนี้ ทั้งนี้ แผนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทกู้ยืมเงิน 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 ผ่านการออกหุ้นกู้องค์กรก่อนหน้านี้
หนึ่งในประเด็นที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับ Oracle คือ ความสามารถในการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของบริษัทมีแนวโน้มที่จะอิงอยู่กับความสำเร็จของ OpenAI ซึ่งได้ให้คำมั่นว่าจะใช้จ่ายราว 3 แสนล้านดอลลาร์กับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของตน อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนา ChatGPT กำลังเผชิญภาวะขาดทุนเงินสดหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี แม้จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ และยังไม่ได้ประกาศแผนที่ชัดเจนซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถทำกำไรได้ในระยะยาว โดยยังคงพึ่งพาความสามารถในการระดมทุนจากภาคเอกชนเป็นหลัก
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึงลังเลต่อความทะเยอทะยานของ Oracle เมื่อต้นเดือนนี้ บริษัทถูกกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้ฟ้องร้อง โดยอ้างว่าพวกเขาได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก Oracle ปกปิดข้อเท็จจริงว่าจำเป็นต้องขายหนี้เพิ่มเติมเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์
ในขณะที่ราคาหุ้นของ Oracle ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนก็แห่กันเข้าซื้อสัญญาสวอปการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของ Oracle พร้อมกันนั้น ต้นทุนการประกันหนี้ของ Oracle ต่อความเสี่ยงการผิดนัดก็พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี
หากนักลงทุนมีความกังวล นักวิเคราะห์กลับมีความเป็นห่วงน้อยกว่าต่อการใช้จ่ายของ Oracle โดยชี้ให้เห็นถึงความยั่งยืนในระยะยาวของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ OpenAI ก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้ว หลังมีรายงานว่าผู้สนับสนุนทางการเงินรายสำคัญรายหนึ่งของ Oracle ปฏิเสธโอกาสในการให้เงินทุนก่อสร้างโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในรัฐมิชิแกน Holger Mueller นักวิเคราะห์จาก Constellation Research ระบุว่า Oracle น่าจะสามารถหาผู้ให้เงินทุนรายอื่นได้ เนื่องจาก OpenAI ไม่ใช่การเดิมพันด้าน AI เพียงรายเดียวในตลาด
นักวิเคราะห์รายดังกล่าวเสริมว่า หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุดและ OpenAI ไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อ Oracle ได้ บริษัทก็ยังจะมีลูกค้าองค์กรจำนวนมากเข้ามาแทนที่ “เงินลงทุนด้าน AI ของภาคองค์กรจะไม่ต้องแข่งขันกับเงินลงทุนด้าน AI ฝั่งผู้บริโภคอีกต่อไป ราคาต่อโทเคนจะถูกลงมาก ทำให้ AI เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน” Mueller อธิบาย “ดังนั้นมันจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายสำหรับองค์กร และผู้ให้บริการคลาวด์ก็จะได้ประโยชน์จากธุรกิจที่เพิ่มขึ้น สำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาว ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องดี”
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/02/01/oracle-unveils-50b-fundraising-plan-fuel-ai-data-center-ambitions/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






