Breaking News

10 เทคโนโลยีที่จะมาเป็นหัวใจของธุรกิจองค์กรปี 2017 โดย Gartner

ในงาน Gartner Symposium/ITxpo 2016 ทาง Gartner ได้ออกมาวิเคราะห์ถึง 10 เทคโนโลยีที่เหล่าองค์กรจะนำไปใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปี 2017 เพื่อสร้างเทคโนโลยีเฉพาะของตนเองขึ้นมาสำหรับการแข่งขันทางธุรกิจ ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอเรียบเรียงสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

 

1. AI และ Advanced Machine Learning

Artificial Intelligence (AI) และ Advanced Machine Learning (ML) นั้นประกอบไปด้วยเทคโนโลยีภายใตต่างๆ มากมาย โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เราสามารถก้าวข้ามการควบคุมระบบด้วยการกำหนดกฎต่างๆ ขึ้นมาได้จากการสร้างระบบที่สามารถทำความเข้าใจ, ทำนาย, ปรับตัว และทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องจักรต่างๆ มีความชาญฉลาดขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในแง่มุมต่างๆ แล้วก้จะทำให้เราสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์, รถยนต์ไร้คนขับ, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, ผู้ช่วยเสมือน (Virtual Personal Assistant/VPA), ระบบให้คำแนะนำ และอื่นๆ เป็นต้น

 

2. Intelligent Apps

Application ที่สามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็น Virtual Personal Assistant (VPA) ที่ให้คำแนะนำในการทำงานทั่วๆ ไปอย่างเช่นการจัดการ Email, การช่วยอ่านเนื้อหาหรือโต้ตอบการสื่อสารต่างๆ โดยัอตโนมัติ หรือระบบ Virtual Consumer Assistant (VCA) ที่จะมาช่วยให้งานของเซลส์และทีมงานสนับสนุนง่ายขึ้นนั้น ต่างก็เป็นเทคโนโลยีที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของเราไปเป็นอย่างมากในอนาคต

 

3. Intelligent Things

สิ่งของต่างๆ ที่จะมีความชาญฉลาดเหนือกว่าการทำงานตามคำสั่งที่โปรแกรมเอาไว้ โดยมีการฝัง AI และ ML เพื่อให้สามารถทำงานต่างๆ ได้อย่างซับซ้อนยิ่งขึ้นและสามารถโต้ตอบกับสิ่งรอบตัวและผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Drone, รถยนต์ไร้คนขับ, เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรืออื่นๆ รวมถึงการเปลี่ยนไปจากการทำงานแบบ Stand-alone ให้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ที่อยู่รายรอบได้

 

4. Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)

VR และ AR จะเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ผู้คนจะติดต่อสื่อสารระหว่างกัน และเปลี่ยนวิธีการที่ผู้คนจะใช้งาน Software โดยตลาดของ VR, AR และ Content ที่เกี่ยวข้องนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องไปจนถึงปี 2021 และเทคโนโลยี VR/AR นี้จะถูกผนวกเข้าไปในอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้การนำเสนอข้อมูลไปยังผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถทำได้แบบ Hyperpersonalized พร้อมกับนำเสนอ App และบริการต่างๆ ด้วย โดยการเชื่อมต่อกันระหว่างอุปกรณ์ Mobile, Wearable, IoT และ Sensor ก็จะทำให้ Immersive Application บน VR และ AR ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก พื้นที่ว่างภายในห้องนั้นนอกจากจะมีสิ่งต่างๆ และ IoT แล้ว ก็จะยังมีข้อมูลจากโลก Immersive Virtual World แสดงอยู่ด้วยในเวลาเดียวกัน

 

5. Digital Twin

Digital Twin หรือการบันทึกข้อมูลของสิ่งของในโลกจริงในรูปแบบ Digital ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก Sensor เพื่อวัดสถานะปัจจุบัน, ความเปลี่ยนแปลง และอื่นๆ ในรูปแบบของ Metadata, Condition/State, Event และ Analytics นั้นจะเริ่มกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย โดยภายใน 3-5 ปี สิ่งของต่างๆ หลายพันล้านชิ้นทั่วโลกจะถูกจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Digital Twin และองค์กรต่างๆ ก็จะใช้ข้อมูล Digital Twin นี้ในการซ่อมบำรุงสิ่งของต่างๆ ล่วงหน้าและวางแผนจัดการกับอุปกรณ์เหล่านั้นได้ การทำนายว่าอุปกรณ์ใดจะเสียล่วงหน้าหรือการปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นก็จะเกิดขึ้นจากข้อมูลเหล่านี้

 

6. Blockchain และ Distributed Ledgers

Blockchain และ Distributed Ledgers นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมได้ โดยถึงแม้ปัจจุบันสองเทคโนโลยีนี้มักจะถูกพูดถึงในการนำไปใช้สำหรับเทคโนโลยีทางด้านการเงินเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว Blockchain และ Distributed Ledgers นี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเพลง, การตรวจสอบยืนยันตัวตน หรือแม้แต่ Supply Chain ก็ตาม

 

7. Conversational System

ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ยังถูกมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบ Chatbot และอุปกรณ์ที่ใช้งานไมโครโฟนได้เป็นหลัก แต่ในอนาคตนั้น แนวคิดของ Digital Mesh จะเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ที่มนุษย์เราเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วยมากขึ้นเหนือไปจากแค่ PC, Notebook และ Mobile Device กลายไปเป็นทุกๆ อุปกรณ์ที่มนุษย์เราสามารถสื่อสารด้วยได้ รวมไปถึงอุปกรณ์เหล่านี้เองก็จะต้องสื่อสารระหว่างกันได้ด้วย กลายเป็นโลกของ Digital Experience ที่ทุกสิ่งทุกอย่างสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา

 

8. Mesh App and Service Architecture (MASA)

MASA นี้คือการที่ Mobile App, Web App, Desktop App และ IoT App เชื่อมต่อไปยังบริการ Back-end จำนวนมากเพื่อสร้างสิ่งที่ผู้ใช้งานอย่างเรามองเห็นว่าเป็น Application ใดๆ โดยสถาปัตยกรรม MASA นี้จะทำการนำเสนอบริการใดๆ ให้อยู่ในรูปของ API เพื่อเชื่อมต่อไปยังบริการอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มขยายได้ง่าย ซึ่งผู้ใช้งานนั้นจะสามารถนำอุปกรณ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็น Desktop, Smartphone, รถยนต์ไร้คนขับเข้ามาเชื่อมต่อกับบริการในสถาปัตยกรรม MASA ได้อย่างอิสระ และเข้าถึงข้อมูลหรือบริการต่างๆ ได้อยู่ตลอดเวลาแม้จะเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้งานไปตามอิริยาบถใดๆ ก็ตาม

 

9. Digital Technology Platforms

Digital Technology Platform จะเป็นฐานแบบ Building Block ที่สำคัญซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวไปสู่การเป็น Digital Business ได้ โดยในการเปลี่ยนธุรกิจให้กลายเป็น Digital Business นี้จะมีจุดที่ต้องมุ่งเน้นด้วยกัน 5 ประเด็น ได้แก่ Information Systems, Customer Experience, Anallytics and Intelligence, IoT และ Business Ecosystems ซึ่งแต่ละองค์กรอาจจะมุ่งเน้นในประเด็นเดียวหรือหลายประเด็นที่แตกต่างกัน และอาจใช้ Digital Technology Platform ที่แตกต่างกันไปก็ได้

 

10. Adaptive Security Architecture

เทคโนโลยีใหม่ข้างต้นทั้งหมดนั้นจะทำให้การรักษาความปลอดภัยมีความซับซ้อนขึ้นไปอีกเป็นอย่างมาก โดยการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานให้กับเหล่าอุปกรณ์ IoT นั้นควรจะเป็นสิ่งที่เหล่าองค์กรบรรลุให้ได้ และการติดตามผู้ใช้งานและพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ดี IoT เองนั้นก็เป็นปัญหาแก่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่เปิดกว้างค่อนข้างมากและยังต้องการวิธีการในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกันออกไป

 

สำหรับรายงานฉบับเต็มสามารถกรอกแบบฟอร์มและอ่านกันได้ที่ http://www.gartner.com/technology/research/top-10-technology-trends/ เลยนะครับ

 

ที่มา: http://www.gartner.com/newsroom/id/3482617


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[รีวิว] ASUS ExpertPC D5 SFF: Commercial PC ขนาดเล็กประสิทธิภาพสูง สำหรับการทำงาน

หลังจากบทความก่อนหน้าที่ได้รีวิว ASUS ExpertBook กันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงคราวของบทความถัดมากับการรีวิว ASUS ExpertPC D5 SFF ซึ่งเป็น Commercial PC ในตระกูล ASUS Expert สำหรับการทำงานกันบ้างแล้วครับ ซึ่งโดยรวมแล้วก็จัดเป็นเครื่อง PC สำเร็จรูปที่น่าประทับใจดีทีเดียว ผู้ที่สนใจมาอ่านรีวิวฉบับเต็มกันในบทความนี้ได้เลยครับ

[Guest Post] ขอเชิญร่วมสัมมนา Preparing your Organization for the Era of Digitalization 28 ต.ค. 2019

บริษัท วีโนฮาว (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนเชิญ CxO, Senior Management, Middle Management, Digital Strategic Management, Digital/Business Transformation Executive, Principal Enterprise Architecture, Project Management Practitioner, Entrepreneur/Individual ที่มีส่วนรวมในการบริหารจัดการ Digital Strategic และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งใหญ่ของเรา ซึ่งจะจัดที่โรงแรม Crowne Plaza ในวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 17.15 น.