Cisco ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ในชื่อ “AI Impact on Wide Area Networks” ซึ่งระบุว่าการเข้ามาของ AI Inference และ AI Agents จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบ WAN Traffic อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าภารกิจที่ดำเนินการโดย AI Agent จะสร้างทราฟฟิคมากกว่าการที่มนุษย์ทำมากถึง 450%

จากรายงานพบว่า 70% ของ Traffic ที่เกิดจาก AI Agent คือการประมวลผล AI Inference และยังมีระยะเวลาในการรับส่งข้อมูลเฉลี่ยนานกว่า Web Traffic ทั่วไปถึง 2 เท่า (1,292 มิลลิวินาที เทียบกับ 643 มิลลิวินาที) และมีสัดส่วนการส่งข้อมูล Upstream กว่าปกติอย่างมาก เนื่องจากตัวคำสั่ง (Prompts) มีความซับซ้อนและมีบริบทที่เข้มข้นกว่าเดิม
โดย Cisco คาดว่าภายในปี 2035 ทราฟฟิคจาก AI Inference จะคิดเป็น 25% ของ Network Traffic ทั้งหมดและช่วงปี 2029 ถึง 2032 จะเป็นช่วงที่มีการเติบโตสูงสุด ซึ่งหาก AI Workflow อุบัติขึ้นจริงอย่างแพร่หลาย Network Traffic ขององค์กรอาจโตขึ้นสูงถึง 9 เท่าในปี 2035 เทียบกับปี 2026 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์แบบปกติที่ไม่มี AI ที่ 3.5 เท่า
Cisco เน้นย้ำว่า AI ไม่ได้แค่เพิ่มปริมาณข้อมูล แต่ยังเปลี่ยนรูปทรงของทราฟฟิก ทั้งในด้านความสมมาตร ความทนทาน และความสำคัญ ทำให้เส้นทางการประมวลผล AI กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ต้องมีการจัดการคุณภาพการบริการ (QoS) และความปลอดภัย
ทิศทางในอนาคต
ปัจจุบันคอขวดของความล่าช้าจะยังอยู่ที่เวลาการประมวลผลของตัวโมเดล ไม่ใช่เรื่องเครือข่ายแต่ในอนาคต Physical AI หรือ หุ่นยนต์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกระลอกหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเครือข่ายในลักษณะเดียวกับ Agent เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ Cisco ได้เริ่มปรับปรุงหลักสูตรประกาศนียบัตร เช่น Cisco Certified Networking Associate (CCNA) เพื่อเตรียมความพร้อมให้วิศวกรเครือข่ายมีทักษะด้าน AI ที่จำเป็นในการบริหารจัดการระบบในอนาคต
ที่มา : https://www.sdxcentral.com/news/cisco-agents-run-450-more-traffic-than-same-task-in-human-hands
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






