GitLab ได้ประกาศเปิดตัวเวอร์ชัน 19.0 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 โดยเน้นการยกระดับแพลตฟอร์มด้วย AI Workflows (Agentic Core), การจัดการความลับ (Secrets Management) และการสนับสนุนโมเดลแบบ Self-hosted เพื่อช่วยให้ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ทำงานได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

1.) การยกระดับความสามารถของ GitLab Duo
- Group-level custom review – สามารถกำหนดคำแนะนำสำหรับการรีวิวโค้ดโดย AI ในระดับกลุ่ม (Group-level) ทำให้ไม่ต้องตั้งค่าแยกทีละโปรเจกต์
- GitLab Duo Developer – เพิ่มความสามารถในกระบวนการ Merge Request โดยผู้ใช้สามารถสั่งงานผ่านการ @mention ใน Issue หรือ MR เพื่อให้ AI ช่วยสรุปงาน หรือสร้างโค้ดแก้ไขตามคำแนะนำได้
- Resolve Merge Conflicts (Beta) – GitLab Duo สามารถวิเคราะห์และเสนอวิธีแก้ไขข้อขัดแย้งในไฟล์โดยอัตโนมัติ ที่ก่อนหน้าที่ผู้ใช้จะทำผ่าน UI หรือ Command line
- GitLab Duo Agent – มีโมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง Opus 4.7 โดยในการใช้งานแบบ Self-hosted ยังรองรับโมเดลอย่าง Gemini หรือทางเลือกแบบโอเพ่นซอร์สได้แล้วอย่าง Mistral Devstral 2 123B, GLM-5.1-FP8 และอื่นๆ
2.) GitLab Secrets Manager (Public Beta)
GitLab ได้เปิดให้ใช้งาน Secrets Manager ในสถานะ Public Beta สำหรับผู้ใช้ระดับ Premium และ Ultimate ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ทีมสามารถจัดเก็บข้อมูลความลับ (Credentials) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกับที่รันโค้ดและ Pipeline ทำให้สามารถควบคุมการเข้าถึงและตรวจสอบการใช้งาน (Audit Trail) ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบภายนอกเพียงอย่างเดียว
3.) ความปลอดภัยและห่วงโซ่อุปทาน (Software Supply Chain)
- Dependency Scanning ด้วย SBOM – ข้าสู่สถานะใช้งานทั่วไป โดยรองรับโปรเจกต์ Maven, Gradle และ Python ทำให้มองเห็นช่องโหว่ในระดับ Transitive Dependency (ช่องโหว่ที่ติดมาจากไลบรารีอื่นอีกทอดหนึ่ง) ได้อย่างครบถ้วน)
- Auto Remediation – ถ้าสแกนพบช่องโหว่ใน Ruby dependency (ยังรองรับแค่ Ruby) จะมีการทำ Merge Request เพื่ออัปเดตเวอร์ชันที่ปลอดภัยให้อัตโนมัติ
- คำแนะนำในการแก้ไขช่องโหว่ API – รายงานความปลอดภัยของ API จะมีขั้นตอนการแก้ไขปัญหา พร้อมอ้างอิง OWASP และ CWE ให้ทันที
4.) ประสบการณ์นักพัฒนาและ CI/CD
- Rapid Diffs (Beta) – ปรับปรุงหน้าจอการเปรียบเทียบโค้ด ในหน้า Merge Request ให้โหลดเร็วขึ้นและเลื่อนดูได้ลื่นไหลกว่าเดิม
- การจัดการ Work Item – สามารถกำหนดประเภทของงาน (Work Item Types) ได้เอง เช่น User Story, Bug หรือ Maintenance พร้อมไอคอนเฉพาะตัว
- CI/CD Analytics – เพิ่มการวิเคราะห์การใช้งาน CI/CD Catalog ทำให้รู้ว่าโปรเจกต์ไหนใช้ Component เวอร์ชันใดอยู่ เพื่อความปลอดภัยและการจัดการเวอร์ชัน
- Mermaid 11 – อัปเกรดการวาดแผนภูมิใน Markdown เป็นเวอร์ชัน 11
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางด้านโครงสร้าง ดังนี้
- PostgreSQL 17 – กลายเป็นเวอร์ชันขั้นต่ำที่รองรับสำหรับผู้ใช้แบบ Self-managed
- เลิกสนับสนุน OS เก่า – ได้แก่ Ubuntu 20.04 และระบบปฏิบัติการตระกูล SUSE (ในรูปแบบ Linux package)
- การนำซอฟต์แวร์บางส่วนออก – ถอด Redis 6, Mattermost, และ Spamcheck ออกจากแพลตฟอร์มหลัก
- NGINX Ingress – ถูกแทนที่ด้วย Gateway API กับ Envoy Gateway เป็นค่าเริ่มต้นใน GitLab Helm chart
ที่มา : https://docs.gitlab.com/releases/19/gitlab-19-0-released/ และ https://www.helpnetsecurity.com/2026/05/22/gitlab-19-0-adds-ai-workflows-secrets-management-and-self-hosted-model-support/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






