รู้จักกับ Wi-Fi 6E มาตรฐานถัดไปที่อัปเกรดขึ้นมาอีกขั้นจาก Wi-Fi 6

ผ่านปี 2020 มาได้เกือบครึ่งปี และหนึ่งในเทคโนโลยีที่สื่อต่างประเทศเริ่มพูดคุยกันถึงก็คือการมาของมาตรฐาน Wi-Fi 6E ที่จะทำให้ Access Point นั้นสามารถใช้งานความถี่ย่าน 6GHz เพื่อให้บริการเครือข่ายไร้สายได้ดีขึ้น รองรับผู้ใช้งานมากขึ้น และมี Bandwidth มากขึ้นไปด้วยในเวลาเดียวกัน บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Wi-Fi 6E กันครับ

Wi-Fi 6E มีอะไรดีขึ้นจาก Wi-Fi 6 บ้าง?

Credit: Wi-Fi Alliance

อันที่จริงแล้วมาตรฐาน Wi-Fi 6E นี้ก็เหมือนกับ Wi-Fi 6 แทบทั้งหมดเลย เพียงแต่มีการเพิ่มการใช้งานที่ย่านความถี่ 6GHz เข้ามาถึง 1200MHz โดยหากประเมินเป็น Channel ขนาด 20MHz แล้วก็เหมือนได้ Channel สำหรับใช้งานเพิ่มขึ้นมา 59 ช่องเลยทีเดียว ซึ่งช่องของย่านความถี่เหล่านี้เองก็จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยสัญญาณตีกันได้น้อยลงเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ดี Wi-Fi 6E เองก็ยังถูกออกแบบมาให้รองรับงานประเภทที่มี Bandwidth สูงด้วย ดังนั้นใน Wi-Fi 6E จึงรองรับ Channel ใหญ่สุดถึงขนาด 160MHz ดังนั้นในการออกแบบ Wi-Fi ที่ต้องการ Bandwidth ปริมาณมหาศาล Wi-Fi 6E ก็สามารถรองรับ Channel ขนาด 80MHz ได้เพิ่มอีกถึง 14 ช่อง หรือ Channel ขนาด 160 MHz ได้ถึง 7 ช่องเลยทีเดียว

Wi-Fi 6E ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานแบบไหน?

วัตถุประสงค์หลักของ Wi-Fi 6E นี้ชัดเจนมากคือการเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้สูงขึ้น เพื่อรองรับอุปกรณ์ในอนาคตที่จะมีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง เพราะย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz นั้นไม่เพียงพอแล้ว โดยแนวทางการประยุกต์ใช้ Wi-Fi 6E ที่เหมาะสมนั้นมีดังนี้

  • ใช้งานในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นสูง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์จำนวนมากขึ้นโดยสัญญาณไม่ตีกัน
  • ใช้สำหรับ Application ที่ต้องการ Bandwidth มากๆ และ Latency ต่ำเช่น AR/VR ด้วยการให้บริการ Channel ขนาด 80MHz หรือ 160MHz

จะใช้ Wi-Fi 6E ต้องทำอย่างไรบ้าง?

การจะรองรับ Wi-Fi 6E ได้นั้น อุปกรณ์ Access Point และอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อจะต้องมีชิปสำหรับประมวลผลสัญญาณในย่านความถี่ 6GHz ดังนั้นแปลว่าก็ต้องซื้อ Hardware ใหม่ที่รองรับ Wi-Fi 6E นั่นเองครับ แต่เท่าที่ตรวจสอบมาคาดว่า Access Point ที่รองรับ Wi-Fi 6E นั้นจะรองรับได้ 3 ย่านความถี่่เลยคือ 2.4GHz, 5GHz และ 6GHz ดังนั้นอุปกรณ์เดิมๆ ที่เคยใช้ในการเชื่อมต่อก็ยังเก็บไว้ได้ และก็ยังรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ใช้ย่านความถี่ 6GHz เพิ่มเติมในอนาคตได้ด้วย

เมื่อไหร่จะได้ใช้ Wi-Fi 6E?

Wi-Fi Alliance ระบุว่าการรับรองการทำงานร่วมกันได้ของอุปกรณ์ที่จะใช้เทคโนโลยี Wi-Fi 6E นี้จะมาในช่วงต้นปี 2021 ดังนั้นในเชิเทคโนโลยีก็คงต้องรอหลังจากนั้น ส่วนในเชิงกฎหมายทาง FCC ของสหรัฐอเมริกาออกมารับรองเรียบร้อยแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆ ก็ต้องรอประกาศกฎหมายและความชัดเจนในเรื่องนี้กันอีกทีหนึ่งครับ

ก็ถือเป็นอีกก้าวที่จะมาปลดล็อคให้กับข้อจำกัดที่เคยมีอยู่เดิมของ Wi-Fi ได้ดีทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอย่านความถี่อื่นๆ และมาตรฐานอื่นๆ กันมาแล้วมากมาย Wi-Fi 6E ก็ดูมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกใช้งานกันทั่วโลกอย่างแพร่หลายมากครับ

ที่มา: https://www.cnet.com/how-to/high-speed-wifi-6-is-here-soon-wifi-6e-is-going-to-make-it-even-better-wifi-6-vs-wifi-6e/, https://www.wi-fi.org/news-events/newsroom/wi-fi-alliance-brings-wi-fi-6-into-6-ghz, https://www.wi-fi.org/discover-wi-fi/wi-fi-certified-6

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เจาะลึก VMware vSphere Foundation 9.1 ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน สู้ภัยไซเบอร์ยุค AI โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่

ยุค AI ได้พลิกโฉมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานไอที การเปลี่ยนแปลงที่เร่งด่วนที่สุดไม่ใช่เพียง Workload แต่เป็นวิธีที่ผู้ไม่ประสงค์ดีนำ AI มาใช้โจมตีองค์กร ในปัจจุบัน โมเดล AI ด้านความปลอดถัยระดับ Frontier สามารถทำสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า “Vulnerability …

ยกระดับ Cyber Resilience สู้ภัย Ransomware ยุค AI ด้วย Veeam Data Platform

ภัยคุกคามทางไซเบอร์และ Ransomware ทวีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้นอย่างมากจากการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ สถิติชี้ให้เห็นว่าองค์กรต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 22 วันในการกู้คืนระบบกลับมาใช้งานได้จริงหลังถูกโจมตี ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและชื่อเสียง การมีเพียงระบบรักษาความปลอดภัยพื้นฐานจึงไม่เพียงพอ ดังนั้นการสร้าง Cyber Resilience จึงเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ทุกองค์กรต้องมี โดย …