Black Hat Asia 2023

ถอดบทสัมภาษณ์ คุณสรุจ ทิพย์เสนา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายโซลูชันองค์กร ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย

Bill Gates กล่าวว่า ChatGPT จะ “เปลี่ยนโลกของเรา”
“จนถึงตอนนี้ ปัญญาประดิษฐ์สามารถอ่านและเขียนได้ แต่ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ โปรแกรมใหม่อย่าง ChatGPT จะทำให้งานในสำนักงานจำนวนมากมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการช่วยเขียนใบแจ้งหนี้หรือจดหมาย ซึ่งจะเปลี่ยนโลกของเรา”
 
วันที่ 14 ก.พ. 2023 ภายในงาน Meet the ChatGPT บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้เปิดบ้านเล่าเรื่อง ChatGPT ให้ลูกค้าและสื่อมวลชนพร้อมเผยก้าวสำคัญของ AI บนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ ทั้ง Azure OpenAI หรือ Collaboration Tool ต่างๆ ที่พร้อมให้ทุกองค์กรนำศักยภาพของ ChatGPTและโมเดล AI อื่นๆ มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
จากบทสัมภาษณ์ คุณสรุจ ทิพย์เสนา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายโซลูชันองค์กร ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย
 
“สิ่งที่ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นกับ ChatGPT คือ มันสามารถโต้ตอบได้เสมือนมนุษย์ เราได้เรื่องราว เรื่องเล่าที่เราต้องการค้นหากลับมาจาก ChatGPT”

คุณสรุจ สรุป 3 ประเด็นสำคัญของ ChatGPT

  1. ประเด็นแรก : ChatGPT มีศักยภาพในการตอบโต้กับมนุษย์ได้เสมือนมนุษย์ โดยสามารถให้คำตอบเช่นเดียวกับบทสนทนาที่มนุษย์ใช้สื่อสาร ทำให้มนุษย์สามารถสื่อสารพูดคุยกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ได้เสมือนกำลังคุยอยู่กับคนมากที่สุด
  2. ประเด็นที่สอง : ChatGPT โต้ตอบเรื่องราวกลับมา นี่คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับ ChatGPT ด้วยการประติดประต่อข้อมูลกลับมาเป็นเรื่องราว บทความ เพื่อเป็นไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดได้
  3. ประเด็นที่สาม : ChatGPT มีศักยภาพในการอ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล แล้วหาข้อสรุป หาจุดเด่น หาเนื้อความ เพื่อนำเสนอให้กับเราตามรูปแบบที่เราสามารถสั่งได้ อาทิเช่น เมื่อเราถาม ChatGPT ว่า ‘ดนตรี Jazz มันมาถึงยุโรปได้อย่างไร แล้วตอนเข้ามาถึงในยุโรป ดนตรี Jazz สร้างความเปลี่ยนแปลงในแวดวงดนตรีในยุโรปอย่างไร’ เราสามารถระบุรูปแบบการนำเสนอเฉพาะเจาะจงได้เพื่อให้ ChatGPT โต้ตอบข้อมูลกลับมาให้เป็นเรื่องราวที่กว้างที่สุด เช่น ให้ตอบกลับมาในรูปแบบหัวข้อ (Bulleted) และให้เรียบเรียงลำดับหัวข้อตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสิ่งที่ ChatGPT โต้ตอบกลับมาจะตรงกับเงื่อนไขที่เราต้องการทุกประการ
ประเด็นสำคัญทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ในวงการเทคโนโลยีเรียกว่า “Generative AI” เป็นการสร้างข้อมูลเพิ่ม รวมถึงรูปภาพ การเขียนโค้ด และข้อมูลไอเดียต่างๆ เพื่อช่วยตัดสินใจพร้อมสื่อสารกลับมาเสมือนกำลังคุยอยู่กับคน

ทำไมเราต้องตื่นเต้นไปกับ Generative AI

“Generative AI คือ ศักยภาพที่จะทำให้คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ หุ่นยนต์ได้ ย้อนกลับไปก่อนที่จะมีเทคโนโลยี AI โลกเรามีรูปแบบการปฏิสัมพันธ์กับระบบคอมพิวเตอร์ด้วยวิธี Touch Interface ผ่านบนหน้าจอแบบสัมผัส และวันนี้ “Generation AI” คือ Next Wave รูปแบบใหม่ที่มนุษย์จะมีปฏิสัมพันธ์กับเครื่องแมชชีนให้สามารถโต้ตอบกลับมาได้เหมือนคนคุยกับคนมากที่สุด”
 
Bill Gates กล่าวว่า ChatGPT จะ “เปลี่ยนโลกของเรา”
“จนถึงตอนนี้ ปัญญาประดิษฐ์สามารถอ่านและเขียนได้ แต่ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ โปรแกรมใหม่อย่าง ChatGPT จะทำให้งานในสำนักงานจำนวนมากมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการช่วยเขียนใบแจ้งหนี้หรือจดหมาย ซึ่งจะเปลี่ยนโลกของเรา” คำกล่าวนี้ช่วยตอกย้ำประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจาก ChatGPT
 
Microsoft เป็น Partner กับ OpenAI และสิ่งที่ Microsoft ทำมีอยู่ 2 บทบาท คือ
  1. Microsoft นำเทคโนโลยีของตนเอง ไปช่วยสนับสนุน Research Activity ของ OpenAI เช่น การสร้าง Super Computer ไปวางไว้บน Microsoft Azure ให้ OpenAI ใช้ประโยชน์ในการทำ Research
  2. Microsoft มีบทบาทในการทำ Product Price และ Product Marketing
ChatGPT คือ แอปพลิเคชัน ที่สร้างขึ้นจาก AI Model มีชื่อว่า GPT เพื่อใช้ในการสื่อสารโต้ตอบกับมนุษย์ด้วยภาษามนุษย์ (Human Language) ส่วน GPT-3 เป็น Research ของ OpenAI และ Microsoft เพื่อส่งต่อสู่ตลาดร่วมกัน รวมถึงผลิตภัณฑ์อีก 2 Model นั่นก็คือ Codex เป็น Model AI ที่เข้าใจภาษาคนแล้วแปลภาษาพูดของคนไปอยู่ในรูปแบบโค้ด Codex จะสามารถเป็นผู้ช่วยในการเขียนโค้ดแทนคนได้ และสุดท้าย คือ DALL-E เป็น Model ที่เราสามารถใช้ภาษาคนสั่งให้ AI สร้างรูปภาพต่างๆ ได้
 
ทั้ง GPT-3, Codex และ DALL-E เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความร่วมกันกันระหว่าง Microsoft และ OpenAI เพื่อนำเสนอประสบการณ์เหล่านี้ให้กับผู้คนบนโลกใบนี้

เราจะทำอะไรกับ ChatGPT ได้บ้าง

“ทั้ง 3 Model ที่กล่าวมาข้างต้น องค์กรต่างๆ สามารถนำ ChatGPT ไปทำ Used Case ในแต่ละส่วนงานที่คนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดียิ่งขึ้น เช่น Contact Center, Call Center หรือ Customer Services เป็นต้น นอกจากนี้ ChatGPT ยังสามารถทำ Data Summarization ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงสามารถช่วยสนับสนุน Knowledge Management หรือการสรุปข้อมูลในจำนวนมากๆ ให้กระชับและเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ส่วนประโยชน์ท้ายสุด ตรงตามชื่อ “Generative” การสร้างข้อมูลไอเดียใหม่ๆ เพื่อให้คนสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้”

เราจะดูตัวอย่าง ChatGPT ได้จากที่ใด

“ดูสิ่งที่ Microsoft ทำ เราเป็นที่แรกๆ ที่เอา Generative AI เข้ามาใช้งานให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของ ChatGPT สำหรับช่วยยกระดับองค์กรโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพ สามารถนำผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ไปปรับใช้ได้ในทุกมิติที่คนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

คุณสรุจ กล่าวสรุปส่งท้าย

“การนำ OpenAI และ AI Model อื่นๆ เข้าไปอยู่ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เป็นความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างชัดเจนที่สุด”
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

พลิกมุมคิดการจัดการคลาวด์ไอทีอย่างสมาร์ตฉบับวีเอ็มแวร์ [Guest Post]

แม้คลาวด์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพาองค์กรก้าวข้ามวิกฤตไปสู่การสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจหรือกลยุทธ์การแข่งขันใหม่ ด้วยคุณลักษณะที่คล่องตัว (Agility) ในการปรับความต้องการใช้งานโดยอัตโนมัติ (Auto-Scaling) ได้ด้วยตัวเอง (Self-Services) ทว่าหลายองค์กรซึ่งเลือกปฏิวัติระบบธุรกิจขึ้นสู่คลาวด์กลับประสบปัญหาการจัดการทรัพยากรที่ยิบย่อยบนคลาวด์ไม่ไหว แถมหัวจะปวดกับภัยคุกคามที่ยุ่งยากในการป้องกัน ด้วยเหตุนี้ ความคาดหวังต่อไอทีคลาวด์ยุคถัดไป คือ การปรับแต่งแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มคลาวด์ไอทีให้ทันสมัยตรงต่อความต้องการทางธุรกิจ ภายใต้ระบบการรักษาความปลอดภัยแบบองค์รวมที่แข็งแกร่ง ทั่วถึง และเป็นอัตโนมัติกว่าเดิม

เสริมแกร่งความมั่นคงปลอดภัยในที่ทำงานด้วยบริการไอทีฉลาดล้ำกว่าเคย

บทความโดย คุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโว ด้วยรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดและยืดหยุ่นในองค์กรหลายแห่ง บริษัทหลายแห่งต่างกำลังพยายามตอบสนองต่อความคาดหวังและลำดับความสำคัญของพนักงาน ฝั่งทีมไอทีเองก็ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการจากทางไกลในระดับสูงเพื่อสนับสนุนให้พนักงานยังคงสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง การทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น บริษัทจะต้องสร้างระบบไอทีที่แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้นพร้อมกับคงไว้ซึ่งแนวทางใหม่ในการทำงาน  อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือ สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดในทุกวันนี้ทำให้การจัดการจากระยะไกลนั้นซับซ้อนยุ่งยาก ระบบการจัดการทรัพยากรรุ่นเก่ายิ่งทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีจัดการงานและภัยคุกคามเชิงรุกได้ยากกว่าเดิม …