หากอยากให้ธุรกิจเติบโตและอยู่รอดในยุคดิจิทัล การเลือกใช้ ERP หรือ การอัปเกรด ERP คือสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา

มิสเตอร์ยาน บิซซิโพล กรรมการผู้จัดการคิวเอดี ภาคพื้นเอเชียใต้ บริษัทคิวเอดี ประเทศไทย จำกัด ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า

การตัดสินใจอัปเกรดหรือเปลี่ยนระบบ ERP หรือระบบการวางแผนทรัพยากรในองค์กร เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจครั้งใหญ่ และถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งสำหรับองค์กร เพราะการเปลี่ยน ERP นั้นส่งผลทั้งด้านการเงิน บุคลากร และการดำเนินงานกับซัพพลายเออร์ ทั่วทั้งระบบ ซึ่งสิ่งที่รับประกันความคุ้มค่าในการอัปเกรดหรือเปลี่ยน ERP มีหลายปัจจัยที่ควรคำนึงถึง

1. คุณต้องการก้าวสู่ความสำเร็จและเติบโตในธุรกิจใช่หรือไม่

ซึ่งการเติบโตในธุรกิจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด ต่อการตัดสินใจอัปเกรด ERP ในธุรกิจที่กำลังเติบโต คุณอาจจะต้องพิจารณาระบบซอฟต์แวร์ทั้งหมดของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถจัดการกับความเสี่ยงและความต้องการในอนาคตของธุรกิจได้ รวมไปถึงการรองรับ:

  • ธุรกรรมทางธุรกิจที่มากขึ้น (More Business Transactions) – เมื่อมีธุรกิจมากขึ้น จะมีข้อมูลมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการติดตามข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกดูข้อมูลได้ทุกเมื่อ
  • ผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ (New Products or Services) – เมื่อข้อเสนอหรือรูปแบบธุรกิจของคุณเปลี่ยนไป คุณอาจต้องการระบบที่ครอบคลุมมากขึ้น
  • ตลาดใหม่ (New Markets) – การขยายไปสู่ตลาดใหม่อาจหมายถึงข้อกำหนดทางธุรกิจใหม่ เช่น ข้อกำหนดด้านภาษีใหม่ ภาษา รูปแบบการจัดรูปแบบข้อมูล ฯลฯ ระบบ ERP ปัจจุบันของคุณอาจไม่สามารถรองรับได้ทุกพื้นที่ทั่วโลก
  • รูปแบบธุรกิจใหม่ (New Business Venture) – หากธุรกิจของคุณมีการพัฒนาหรือเพิ่มแผนกใหม่ คุณต้องมีระบบ ERP ที่สามารถจัดการกับแง่มุมต่างๆ ได้ทั้งหมด

2. ต้องการให้ธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดใช่หรือไม่

เป็นเรื่องปกติสำหรับความคิดริเริ่มใหม่ๆ และต้องการทำให้การดำเนินธุรกิจไปสู่ขั้นต่อไป ซึ่งความต้องการในการมองเห็นข้อมูลและกระบวนการทำงานทั้งหมดแบบขั้นสูง อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบ ERP เพื่อให้เหมาะกับความต้องการที่ต้องนำมาใช้ในการวิเคราะห์ในการดำเนินธุรกิจ

3. ข้อพิจารณาด้านกฎระเบียบระดับสากล

การต้องปฏิบัติตามข้อพิจารณาด้านกฎระเบียบ ที่เป็นข้อบังคับสากล เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง หากระบบที่มีอยู่ไม่รองรับข้อกำหนดสากล นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนหรืออัปเกรด ERP ใหม่ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ เพื่อลดความเสี่ยงให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางธุรกิจ

4. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ไม่หยุดนิ่ง

ระบบเดิมที่ใช้อยู่ ผ่านการปรับแต่งมากมาย และหากบริษัทของคุณใช้ระบบมานานหลายปีโดยอาศัยการปรับแต่งเหล่านั้น เมื่อถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ แน่นอนว่าระบบที่มีการปรับแต่งเยอะๆ อาจจะยากในการอัปเกรด เพราะระบบเดิมไม่ได้ทำงาน ตอบสนองในสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการอย่างแท้จริง และยากที่จะอัปเกรดจากซอฟต์แวร์ที่มีการปรับแต่งเยอะๆ

เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทในระยะยาว การอัปเกรดหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ ERP จึงเป็นแนวคิดที่สำคัญและเหมาะสมที่สุด

มิสเตอร์ยาน บิซซิโพล กรรมการผู้จัดการบริษัทคิวเอดี ภาคพื้นเอเชียใต้

นอกจากนี้ มิสเตอร์ยาน ยังให้กล่าวถึง ประโยชน์ของการอัปเกรด ERP ไม่ว่าจะเป็น

1. การช่วยเพิ่มกำไรในระยะยาว (Profitability)

การมีระบบ ERP ที่ทันสมัยและปรับธุรกิจให้เหมาะสม รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างอัตโนมัติ จะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพ นำไปสู่การประหยัดต้นทุนและผลกำไรที่สูงขึ้นในระยะยาว

2. มีข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจมากขึ้น (Business Insight)

ระบบ ERP ที่ดีจะทำให้มองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำ และสามารถทำการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องได้เร็วขึ้น

3. การปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ (Compliance)

แต่ละธุรกิจย่อมมีข้อปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านอุตสาหกรรมและการค้าระดับโลกอย่างเข้มงวด การอัปเกรด ERP เฉพาะสำหรับบริษัทผู้ผลิต สามารถช่วยปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติตามข้อกำหนดได้

4. การสื่อสาร (Communication)

การขาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรหรือหน่วยงาน สามารถก่อให้เกิดปัญหาในบริษัท และส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจได้ ดังนั้นการเลือกใช้ระบบ ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจจะสามารถเชื่อมต่อทุกส่วนของธุรกิจเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับการสื่อสารและการทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

5. ความน่าเชื่อถือของเครือข่ายซัพพลายเชนและการกระจายสินค้า (Supply Chain & Distribution Network Reliability)

ระบบ ERP ที่เหมาะสมจะสนับสนุนซัพพลายเชนและผสานรวมกับซัพพลายเออร์ได้อย่างแม่นยำ ทำให้กระบวนการดำเนินงานในระบบซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพ

6. ความสามารถในการปรับเปลี่ยน (Scalability)

ERP ที่มีคุณภาพจะทำให้บริษัทสามารถรองรับและป้องกันการหยุดชะงัก ในขณะเดียวกันก็ช่วยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และ สร้างการเติบโตในตลาดเพื่อรองรับการแข่งขันได้

7. การจัดการลูกค้าและซัพพลายเออร์ (Customer & Supplier Management)

การจัดการลูกค้าและซัพพลายเออร์มีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่ง ERP สามารถช่วยจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลการจัดการลูกค้า คู่ค้า และซัพพลายเออร์ รวมถึงทำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นข้อมูลต่างๆได้ 

8. การย้ายระบบไปยังคลาวด์ (Cloud Migration)

ระบบคลาวด์ ERP มีประโยชน์หลายประการ หรือที่เรียกว่า Software as a Service (SaaS) โซลูชันบนคลาวด์ช่วยให้สามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลบนอุปกรณ์ใดก็ได้ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สิ่งนี้ช่วยปรับปรุงการใช้งาน การรวม การจัดเก็บ การอัปเดต และความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้เกิดความปลอดภัยในข้อมูลของบริษัท ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากมนุษย์ในงานแบบแมนนวล (Human error) ลดลง การเชื่อนต่อถึงกันในทุกแผนกง่ายดาย และสามารถเรียกดูข้อมูลได้ทุกทีทุกเวลาแบบเรียลไทม์

ด้วยปัจจุบันข้อมูลที่มากขึ้น จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนระบบ ERP ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถทำการเชื่อมต่อระหว่างกัน เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์มากขึ้น สำหรับคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด 

QAD Dashboard

การอัปเกรด VS การเปลี่ยนระบบ ERP 

เมื่อถึงเวลาสำหรับการเปลี่ยน ERP องคก์กรอาจมีเพียง 2 ตัวเลือก คือ อัปเกรดหรือเปลี่ยนทั้งระบบ ทั้งนี้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่ให้มูลค่าทางธุรกิจมากที่สุด หากคุณพอใจกับระบบปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ และเพียงแค่ต้องการการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง การอัปเกรดอาจใช้เวลาไม่มากในการปรับปรุง ธุรกิจก็สามารถดำเนินงานตามเดิมได้ และสามารถลดอุปสรรคในการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากลองมองในแง่การเปลี่ยนแพลตฟอร์ม ERP ใหม่ อาจช่วยให้องค์กรคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และเติบโตอย่างทวีคูณ แทนที่จะนำระบบหลายๆ อย่างที่ใช้ในองค์กรมาอัปเกรด หรือเชื่อมต่อกัน สู้การเปลี่ยนแพลตฟอร์มให้ทันสมัยขึ้น ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ใหม่ๆ ง่ายในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการอีกด้วย นี่อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับองค์กรใหญ่ ที่แนวโน้มข้อมูลจะมากขึ้นทุกวัน

สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการเลือกผู้ให้บริการ ERP คือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในธุรกิจ เพราะ ERP แต่ละระบบ รองรับการทำงานในธุรกิจแตกต่างกัน ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ผลิต มีโรงงาน ก็ควรจะมองหา ERP ที่เหมาะสมกับ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตเป็นหลัก

เริ่มต้นการอัปเกรด ERP ของคุณ

บ่อยครั้งที่บริษัทต่างๆ เลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด หรือปลอดภัยที่สุด บนพื้นฐานของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก นั่นอาจเป็น “ทางเลือกที่ปลอดภัย”  แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกใช้ ERP จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึง ความเหมาะสมของธุรกิจเป็นหลัก ว่า ERP นั้น มีความสามารถใช้งานเฉพาะธุรกิจจริงๆหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในอุตสาหกรรมผลิต หรือในโรงงาน ที่มีกระบวนการดำเนินงานที่ซับซ้อน ต่างจากธุรกิจทั่วไป ผู้ให้บริการ ERP หลายรายที่เป็นที่รู้จักในธุรกิจทั่วไป  อาจไม่ได้เข้าใจขั้นตอนในโรงงานอย่างถ่องแท้ ที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ผลิตจะต้องพิจารณาและเลือกระบบ ERP ขององค์กรให้เหมาะกับขั้นตอนการผลิตอย่างแท้จริง รวมทั้ง ERP นั้นควรจะต้องมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร อัปเกรดดี หรือ เปลี่ยนแพลตฟอร์มดี QAD มีผู้เชี่ยวชาญ ERP ที่สามารถให้คำปรึกษาช่วยคุณวิเคราะห์องค์กรภาพรวม (Discovery) การติดตั้ง ERP ของเราแตกต่างกันไปตามขอบเขตและความจำเป็นของแต่ละองค์กร แต่อยู่บนพื้นฐานของ ระบบปฎิบัติที่ดีที่สุดในการผลิต (Best Practice) ซึ่งเราพร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมขององค์กร จะดีกว่าหรือไม่ หากคุณคือธุรกิจการผลิต ผู้ผลิตในอุตสาหกรรม หรือ โรงงาน ที่จำเป็นจะต้องมี ERP เฉพาะทางที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง QAD คือผู้ให้บริการ ERP ในอุตสาหกรรมผลิต มากว่า 40 ปี ในประเทศไทย เราพร้อมจะให้คำปรึกษาด้วยทีมงานมืออาชีพ สามารถติดต่อทีม QAD ได้ที่นี่ https://go.qad.com/AP-TH-FY22-AD-Advertorial-Article_LP-TechTalkThai.html

โซลูชัน ERP ที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จะสามารถปรับปรุงผลลัพธ์ทางธุรกิจ ในแง่ของซัพพลายเชนหรือห่วงโซ่อุปทาน การผลิต การจัดการลูกค้า การเงิน และวัตถุประสงค์อื่นๆ ให้ดีขึ้น

เราช่วยคุณได้ด้วย QAD Adaptive ERP สำหรับอุตสาหกรรมผลิต

โทร : 02-202 9363 / 02-2029369

เยี่ยมชมเวปโซด์ www.qad.com/th-TH

ติดตามข้อมูลอัพเดทเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมผลิต และข้อมูลด้านซอฟแวร์ได้ที่ Facebook : QAD Thailand


About chatchai

Check Also

Distributed Services Switch คืออะไร? Data Center Switch จะเปลี่ยนไปอย่างไรจากการมาของ Data Processing Unit (DPU)?

การมาของ Data Center Switch ชนิดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Distributed Services Switch นี้เรียกได้ว่ามีโอกาสที่จะเข้ามาพลิกโฉมการออกแบบ Data Center Networking ทั้งภายในองค์กรและภายในบริการ Cloud ไปอย่างสิ้นเชิงในอนาคต จากการนำ Data Processing Unit หรือ DPU มาใช้สร้างความเป็นไปได้ในแนวทางใหม่ๆ และการแก้ไขปัญหาคอขวดภายในระบบเครือข่ายที่น่าสนใจ ในบทความนี้ทีมงาน TechTalkThai จะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวคิดของ Distributed Services Switch กันเพื่อให้เห็นภาพทั้งในเชิงเทคโนโลยี, การออกแบบ และการประยุกต์ใช้งาน เพื่อให้เป็นประโยชน์กับเหล่า Network Engineer ทั่วไทยกันครับ

[Video] “ดูโฮม” สามารถปฏิวัติรูปแบบในการบริหารธุรกิจในการจัดการสินค้าและดูแลมาตรฐานได้อย่างไร

การนำโซโลชันจาก SAP มาใช้ และการให้ Atos มาเป็นผู้ดูแลและพัฒนาจัดการระบบ ช่วยให้ “ดูโฮม” สามารถปฏิวัติรูปแบบในการบริหารธุรกิจในการจัดการสินค้าและดูแลมาตรฐานได้อย่างไร