[PR] ปปง.ล้ำ…เตรียมใช้ แซส (SAS) “ตาข่ายไอทีอัจฉริยะดักจับข้อมูลฟอกเงิน” เทคโนโลยีวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงินระดับโลก

กรุงเทพฯ – 15 มกราคม 2559 เวลา 10.00 น. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( สำนักงาน ปปง. ) แถลงข่าวความร่วมมือกับบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ ( ไทยแลนด์ ) จำกัด ในการนำเทคโนโลยีระดับโลก แซส ( SAS ) มาวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการทำงานด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และคาดหวังว่า หาก ปปง. นำ แซส ( SAS ) มาใช้ จะช่วยเพิ่มปริมาณข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ธุรกรรมได้ในอนาคต

sas-amlo-money-laundering-protection

พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( เลขาธิการ ปปง. ) กล่าวว่า ปัจจุบัน ปัญหาการฟอกเงินถือเป็นปัญหาที่มีความสำคัญที่กระทบต่อสังคมและประเทศชาติ และยังมีการกระทำความผิดในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

สำนักงาน ปปง. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นองค์กรหลักในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่มีประสิทธิภาพเพื่อมุ่งสู่มาตรฐานสากล มีอำนาจหน้าที่ในการวางหลักเกณฑ์ และดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมทั้งเป็นหน่วยงานตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จึงร่วมมือกับบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ ( ไทยแลนด์ ) จำกัด นำเทคโนโลยีที่เรียกว่า แซส ( SAS ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เปรียบได้กับ “สมองกล” เพื่อเป็น “ตาข่ายไอทีอัจฉริยะ” ในการดักจับธุรกรรมทางการเงินและสรุปธุรกรรมต้องสงสัยได้อย่างถูกต้อง มาสนับสนุนการทำงานของ ปปง. ด้านการวิเคราะห์ธุรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคาดว่าหากมีการนำเทคโนโลยี แซส ( SAS ) มาใช้ จะช่วยเพิ่มปริมาณข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ธุรกรรมได้ ในอนาคต

สำหรับเทคโนโลยี แซส ( SAS ) เป็นเทคโนโลยีระดับโลกซึ่งได้รับการยอมรับจากหน่วยงานทางด้านการเงินที่ใช้บริการทั่วโลกให้การรับรอง อาทิ เช่น ธนาคารกลางนิวยอร์ก, สำนักงานควบคุมเงินตรา ( OCC ), เครือข่ายการบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน ( FINCEN ) และสำนักงานบริหารทางการเงิน สหราชอาณาจักร ( FSA ) เป็นต้น

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ ( ไทยแลนด์ ) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยี SAS ได้รับการยอมรับและรับรองจากหน่วยงานทางการเงินในประเทศสหรัฐฯ อาทิ ธนาคารกลาง นิวยอร์ก: มีการใช้โซลูชั่นของ SAS ในการตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ ของธนาคารกลาง 250 แห่ง ที่มีการเคลื่อนย้ายเงินผ่านระบบธนาคารกลางของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้เทคโนโลยี SAS ขนาดใหญ่ที่วิเคราะห์ข้อมูลตลาดและสภาพคล่องของสถาบันต่าง ๆ ที่ได้รับการควบคุม

สำนักงานควบคุมเงินตรา ( OCC ): มีการใช้เทคโนโลยีสถิติของ SAS เพื่อตรวจสอบการทดสอบสภาพคล่องการทำงานและความเสี่ยงของธนาคารที่ได้รับการควบคุม, เครือข่ายการบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน( FinCEN ): มีการใช้เทคโนโลยี SAS ในการขุดคุ้ยข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Bank Secrecy Act และจัดการคำร้องขอข้อมูลขององค์การระหว่างประเทศกว่า 150 แห่ง ที่มีข้อตกลงกับ FINCEN เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูล BSA ทั้งหมดและเอกสารการในคดีทุจริต SAR ในสหรัฐฯ, สำนักงานบริการทางการเงิน สหราชอาณาจักร: ใช้เทคโนโลยี SAS ในการจัดการ ค้นหา และเชื่อมต่อข้อมูลที่มีการเปิดเผยทั้งหมดจากองค์กรที่ได้รับการควบคุมจาก สหราชอาณาจักร และบริหารจัดการกับกระบวนการฟ้องร้องตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งนี้สถิติการฟอกเงินในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลล่าร์ ต่อปี ( 300 Billion Dollar )

 

เกี่ยวกับบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ ( ประเทศไทย ) จำกัด

บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ ( ไทยแลนด์ ) จำกัด เป็นผู้นำในตลาดซอฟต์แวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ( Business Analytics ) ด้วยโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมที่ให้ลูกค้าในรูปของ Integrated Framework และเทคโนโลยีสำหรับการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการเข้าถึงข้อมูลช่วยให้ลูกค้าของแซส ที่มีมากกว่า 75,000 แห่งทั่วโลก สามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้ดี และรวดเร็วยิ่งขึ้น และนับตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา แซส เดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในการเป็น “พลังแห่งการรอบรู้” หรือ The Power to Know® สำหรับลูกค้าทั่วโลก


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …