อาชญากรรมไซเบอร์บน Facebook .. ระวังตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

facebook-logo

ปี 2015 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการ Facebook มากกว่า 1,550 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละเดือน นับว่าเป็นหนึ่งในช่องทางในการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่นเดียวกัน Facebook ยังนับว่าเป็นช่องทางที่ใช้ในการก่ออาชญากรรมบนโลกไซเบอร์ที่มีผู้คนตกเป็นเหยื่อมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลอมแปลงตัวตน การหลอกลวงต้มตุ๋น ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นกระทบต่อชีวิตจริงได้

อาชญากรรมไซเบอร์ผ่านทาง Facebook ที่พบบ่อย

Identity Theft – การขโมยข้อมูลส่วนบุคคลนับว่าเป็นภัยอันตรายอันดับหนึ่งของผู้ใช้ Facebook แฮ็คเกอร์จะทำการขุดค้นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาแฮ็คอีเมล หรือชื่อบัญชีอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญที่อยู่ในนั้น เช่น บัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต หรือความลับบริษัท เป็นต้น

CyberStalking – การคุกคามบนโลกไซเบอร์ ถือว่าเป็นอันตรายรูปแบบใหม่บน Facebook ที่ผู้ใช้มีพฤติกรรมส่อไปในทางก่อกวนหรือข่มขู่เป้าหมายอยู่เป็นนิจ การคุกคามนี้อาจเลยเถิดถึงขึ้นเป็นปัญหาที่อาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาลหรือถูกฟ้องร้องตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ได้

Scams – การหลอกลวงต้มตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นอันตรายที่พบบ่อยที่สุดบน Facebook โดยผู้ไม่ประสงค์ดีจะทำการหลอกเหยื่อด้วยผลตอบแทนต่างๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตามที่ตนต้องการ เช่น ปลอมตัวเป็นผู้มีชื่อเสียงแล้วหลอกผู้อื่นว่าจะแจก iPhone เมื่อกดไลค์หรือกดแชร์ เพื่อทำการปั่นยอด Page เอาไปขายต่อผู้อื่นต่อ หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ ปลอมเป้นผู้ดูแลระบบของ Facebook แล้วหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลเพื่อขโมย Username และ Password เป็นต้น

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ป้องกันตนเองจากอาชญากรรมบน Facebook ได้อย่างไร

ไม่แชร์จนไป – ยิ่งคุณเปิดเผยข้อมูลของตัวเองมากเท่าไหร่ แฮ็คเกอร์ก็สามารถนำข้อมูลนั้นไปก่ออาชญากรรมได้ โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลเช็คอิน และข้อมูลบุตรหลาน เนื่องจากแฮ็คเกอร์อาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อลอบปล้นบ้านเมื่อเห็นคุณเช็คอินอยู่ที่อื่น รวมไปถึงลักพาตัวบุตรหลานเมื่อคุณประมาท เป็นต้น

ปกปิดตัวตน – อย่าใช้ชื่อนามสกุลจริงบน Facebook ถึงแม้ว่ามันจะขัดต่อ Policy ก็ตาม เพื่อให้แฮ็คเกอร์ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณได้ยากยิ่งขึ้น เช่น ใช้ชื่อฉายา หรือแกล้งสะกดชื่อผิด เป็นต้น

ล็อกชื่อบัญชี – ระมัดระวังในการตั้งค่า Policy ให้เหมาะสม ปกปิดสิ่งที่ควรปิด เปิดเผยเฉพาะสิ่งที่จำเป็น เหล่านี้ช่วยให้แฮ็คเกอร์ขโมยข้อมูลของคุณได้ยากยิ่งขึ้น

ตั้งรหัสผ่านให้แข็งแกร่ง – พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของทุกระบบคือรหัสผ่านที่แฮ็คเกอร์คาดเดาได้ยาก ไม่ใช่เพียงแค่ Facebook แต่ต้องรวมไปถึงอีเมลที่ใช้สมัครด้วย เนื่องจากถ้าแฮ็คเกอร์ได้รหัสผ่านอันใดอันหนึ่งไป อาจใช้วิธี Forgot Password เพื่อแฮ็คเข้าชื่อบัญชีอื่นต่อได้

ที่มา: http://www.informationsecuritybuzz.com/articles/facebook-cyber-crime-dont-be-a-victim/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ