ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่อำนวยความสะดวกให้การทำงานและชีวิตส่วนตัวของเราเป็นอย่างมาก ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ และดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ ได้เกิดขึ้นเพราะมีเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกรุ๊ปไลน์ระหว่างกลุ่มเพื่อน เพื่อส่งข่าวสารหรือทักทายกัน การเปิดร้านค้าออนไลน์ทางเฟสบุ๊ก ไปจนถึงการเรียกรถแท็กซี่โดยใช้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ตลาดงานจึงมีความต้องการแรงงานที่มีทักษะทางเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตนอกจากจะต้องส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เทคโนโลยีแล้ว การสอนให้เยาวชนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการคิด ประดิษฐ์ และประยุกต์เทคโนโลยีให้มีประโยชน์ จึงมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งในกระบวนการนี้ “ครู” เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ ในฐานะผู้ชี้แนะกระบวนการคิดและการเข้าถึงความรู้ให้กับนักเรียน และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนค้นพบศักยภาพและความถนัดของตน
เนื่องในโอกาสวันครูปีนี้ อินเทล ในฐานะผู้นำทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมระดับโลกได้รวบรวมเอามุมมองจากครูวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ระดับ “ต้นแบบ” ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการสร้างเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ พร้อมเรื่องราวของแรงบันดาลใจจากความสำเร็จในการสร้างนักคิดรุ่นใหม่ มาถ่ายทอดเพื่อสะท้อนคุณค่าคนทำงานจริงในวงการการศึกษาของไทย
อาจารย์เฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ: ครูผู้สร้างคน ด้วยการสอนคิด
ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี ของชีวิตความเป็น “ครู” อาจารย์เฉลิมพรมีความภาคภูมิใจสูงสุดที่ได้ชื่นชมความสำเร็จของลูกศิษย์จากรุ่นสู่รุ่น ในบทบาทของครูวิทยาศาสตร์ อาจารย์เชื่อว่าการพัฒนากระบวนการคิดเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างถูกวิธี จะเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตได้ในทุก ๆ ด้าน และถ้านักเรียนคิดดี คิดเป็น ก็จะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยนำพาประเทศชาติของเราไปสู่ความรุ่งเรือง

อาจารย์เฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ ครูผู้เชี่ยวชาญกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และครูเจ้าของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีคนแรกของไทย เล่าว่า รับหน้าที่ในการสอนวิชาฟิสิกส์และวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนการสอนของตน จะเน้นการสร้างกระบวนการคิดให้แก่นักเรียนโดยใช้โครงงานวิทยาศาสตร์เป็นสื่อ และเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้เรียนวิทยาศาสตร์บนพื้นฐานความสนใจของตนเอง ทำให้วิชาวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและสนุก
“หน้าที่ของครูคือการชี้แนะแนวทาง และสร้างแรงบันดาลให้นักเรียนกล้าคิด กล้าตั้งคำถาม การส่งเสริมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นพื้นฐาน ( project-based learning ) ตามแนวทางของอินเทลเป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าใจกระบวนการค้นคว้าหาคำตอบโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ซึ่งนักเรียนสามารถนำวิธีคิดแบบนี้ไปปรับใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต การที่จะอยู่ในศตวรรษที่ 21 ได้ ท่ามกลางบริบทที่เปลี่ยนไปมาก นักเรียนไม่สามารถที่จะเรียนรู้ด้วยวิธีการท่องจำแบบเดิม ๆ เพื่อไปทำข้อสอบเพียงเท่านั้น การใช้โครงงานวิทยาศาสตร์มาเป็นสื่อจะช่วยในการฝึกให้เด็กได้คิดอย่างเป็นระบบ รอบด้าน และมีตรรกะรองรับ”
แม้จะมีผลงานพิสูจน์ฝีมือด้วยการนำนักเรียนไปกวาดรางวัลมากมายจากเวทีระดับโลก จากโครงงานวิทยาศาสตร์อันโด่งดังเรื่อง “พลาสติกจากเกล็ดปลา” ไม่ว่าจะเป็น รางวัลเหรียญทอง และรางวัลพิเศษด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ไอสวีป 2011 ( I-SWEEEP 2011 ) และอีกสามรางวัลจากเวทีการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับโลก หรืออินเทลไอเซฟ 2011 ( Intel ISEFF 2011 ) แต่อาจารย์เฉลิมพรมองว่าความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่รางวัล แต่คือการสร้างรากฐานการคิดที่ถูกวิธี และนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป จึงอยากฝากให้มีการขยายผลและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านโครงงานนี้ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อที่ครูและนักเรียนทั่วประเทศจะได้รับประโยชน์เช่นเดียวกัน
ครูพันธวี บุญยอม : ครูผู้เชื่อมั่นในศักยภาพอันเท่าเทียมของมนุษย์
แม้หลายคนจะมองว่าทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องของการเขียนโปรแกรม หรือการประดิษฐ์คิดค้นต่าง ๆ จะเป็นทักษะหรือความสนใจของผู้ชายมากกว่า แต่ครูพันธวี บุญยอม ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนราชินี กลับมีความเห็นต่างไป จากประสบการณ์การสอนวิชาคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย อาจารย์มองว่านักเรียนทุกคนล้วนมีความสนใจทางด้านเทคโนโลยีในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป

“นักเรียนของอาจารย์แม้จะเป็นนักเรียนหญิงล้วน แต่ก็มีความสนใจและความรู้ความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมและการออกแบบประดิษฐ์อุปกรณ์อัจฉริยะที่โดดเด่น อาจารย์เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน แม้ธรรมชาติของแต่ละคนจะต่างกัน เราต้องทลายกำแพงความคิดว่าเรื่องโปรแกรมมิ่งหรือการประดิษฐ์ค้นคว้าทดลองเป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น”
“เนื่องจากเรื่องการเขียนโปรแกรมเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างซับซ้อนและไกลตัวอยู่มาก เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ได้ยากเกินไป และสามารถใช้ในการแก้ปัญหาเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันได้ ในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นและช่วยให้กระบวนการประดิษฐ์สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น อย่างเช่น การใช้บอร์ด อินเทล กาลิเลโอ เพื่อประดิษฐ์อุปกรณ์เตือนภัยน้ำท่วม ที่ช่วยเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือได้ทันท่วงที ซึ่งตรงนี้นักเรียนเพียงแค่มีความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ก็สามารถพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงได้”
การสร้างสิ่งประดิษฐ์โดยการใช้ความรู้ในการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน แต่ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นผลงานที่ชัดเจนและเกิดประโยชน์ ไม่ใช่เพียงการแสดงผลหน้าจอภาพเท่านั้น ทำให้นักเรียนเกิดแรงบันดาลใจในการก้าวเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนมากขึ้น แม้กระทั่งคนทั่วไปที่มีความสนใจก็สามารถนำมาพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของตนเองเพื่อใช้งานจริงได้
ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต: อาจารย์นักพัฒนาผู้บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่
ด้วยแรงบันดาลใจจากอาจารย์ที่ปรึกษาผู้เป็นต้นแบบในความมุ่งมั่นคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมไทย รวมไปถึงการสร้างคนรุ่นใหม่ประดับวงการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต อาจารย์ผู้สอนและหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เล่าถึงเรื่องราวที่เป็นแรงขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดจุดเปลี่ยนจากวิศวกรคอมพิวเตอร์ฝีมือดี ผันตัวมาเป็นอาจารย์นักพัฒนาผู้สร้างคน
“สมัยที่เป็นนักศึกษา มีอาจารย์ที่ดูแลอยู่ท่านหนึ่งคือ ผศ.อภิเนตร อูนากูล ท่านได้เปิดโลกทัศน์ทำให้ได้ค้นพบว่าตัวเรามีศักยภาพที่จะทำงานวิจัยและสามารถสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและสามารถแข่งขันทัดเทียมกับต่างชาติได้ จึงมีความใฝ่ฝันว่าจะได้ดำเนินรอยตามอาจารย์ เพื่อสร้างงานวิจัยที่เป็นประโยชน์กับประเทศ รวมไปถึงการสร้างเมล็ดพันธุ์คนรุ่นใหม่ จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้มันขาดหายไป”
“การเป็นครูนั้นเราเป็นเพียงแค่คนเปิดทางและให้โอกาส ช่วยชี้แนะให้นักศึกษาได้ค้นพบตัวเอง ซึ่งเชื่อมั่นว่าเราทุกคนมีพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวเองแตกต่างกันไป ครูเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ไปช่วยกระตุ้น เร่งปฏิกริยาให้นักศึกษาได้ทดลองและเรียนรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร มีความถนัดด้านไหน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ได้แสดงพลังความสามารถได้เต็มที่”
ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน อาจารย์มองว่าได้ส่งผลกระทบต่ออุปนิสัยขอวัยรุ่นยุคใหม่ ทำให้ขาดทักษะพื้นฐานที่สำคัญได้แก่ การฟัง การอ่าน และการเขียน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต เพราะนั่นเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการพัฒนากระบวนการคิดหรือการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้คนรุ่นใหม่ควรต้องมีพื้นฐานทางความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมถึงภาษาอังกฤษ ต้องฝึกคิดอย่างมีตรรกะ ซึ่งมีความสำคัญมากในการเรียนรู้ที่เป็นนักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีดิจิตอล ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่สามารถคิดเป็นเหตุเป็นผลอย่างมีขั้นตอน ก็ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นในการแก้ปัญหาได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องฝึกด้วยการเรียนคอมพิวเตอร์ขั้นสูง แต่สามารถฝึกฝนได้อย่างง่าย ๆ เริ่มจากการวางแผนและกำหนดขั้นตอนเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านมีขั้นตอนอย่างไร คิดหาวิธีที่จะลดเวลาและทุ่นแรงเราได้อย่างไร หรือฝึกการวางแผนทำอาหารที่แสนอร่อยภายในวงเงินที่กำหนด เพราะเมื่อเข้าใจขั้นตอน คิดแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ความคิดสร้างสรรค์ก็จะตามมา เมื่อฝึกฝนไปเรื่อย ๆ มันติดตัวเราจนเกิดความเคยชิน
“โครงการที่อาจารย์ดูแลอยู่ในปัจจุบันคือการส่งเสริมให้นักเรียนและนักศึกษาสร้างเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เช่น นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาก็ใช้เทคโนโลยีอินเทล กาลิเลโอ ในการประดิษฐ์เครื่องมือง่าย ๆ ที่นำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ส่วนในระดับอุดมศึกษาก็ต้องมีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างการทำ ไอโอที เกตเวย์ สำหรับ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ โดยใช้ อินเทล เอดิสัน เป็นตัวประมวลผล”
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้มีส่วนช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้การเรียนการสอนง่ายขึ้น แม้กระทั่งในระดับนักพัฒนามืออาชีพก็สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าเทคโนโลยีจริง ๆ ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเทียบกับการพัฒนาเทคโนโลยีในยุคก่อน ซึ่งนักพัฒนาจะต้องมีความรู้เชิงลึกในระดับฮาร์ดแวร์ ต้องใช้เวลานานและมีความยุ่งยากในการทดสอบ กว่าจะสามารถพัฒนาเป็นระบบที่นำไปขายได้จริง
สิ่งสุดท้ายที่อาจารย์อยากฝากถึงทั้งสถาบันการศึกษาและสถาบันครอบครัวก็คือ การเข้าใจในความแตกต่างของคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าที่จะแตกต่าง “เราจะต้องส่งเสริมให้เค้ามีความคิดที่จะแสดงตัวตนที่เขาถนัดออกมา ไม่ใช่พยายามผลิตคนให้มีรูปแบบเหมือน ๆ กันเป็นแพทเทิร์น เราต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้มีเวลาอยู่กับตัวเองในเสริมสร้างความคิด และเติบโตตามวัยตามธรรมชาติ ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ เราต้องเปิดใจให้เด็กตั้งคำถามนอกกรอบและวิพากษ์วิจารณ์ได้ ส่งเสริมการคิดอย่างเป็นระบบ เพียงแค่นี้เด็กก็จะสามารถสร้างสรรค์งานนวัตกรรมคอมพิวเตอร์หรือศาสตร์ไหน ๆ ก็ตาม”
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






