สรุปงานสัมมนา SAP Solutions Summit 2018 รู้จักกับแนวคิด Intelligent Enterprise รับมือ Digital Transformation

กลายเป็นงานสัมมนาใหญ่ที่ผู้ใช้และผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีของ SAP พลาดไปไม่ได้เสียแล้วกับงาน SAP Solutions Summit ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปี 2018 นี้ SAP ก็มาพร้อมกับแนวคิดในการสร้าง Intelligent Enterprise ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายในงาน SAP ได้อธิบายถึงแนวคิดและแนะนำโซลูชันที่จะนำองค์กรไปสู่เป้าหมายแห่งความชาญฉลาดนี้อย่างครอบคลุม ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามอ่านกันได้ที่บทความนี้

 

 

ทำไมต้อง Intelligent Enterprise?

ธุรกิจในปัจจุบันนั้นประสบกับความท้าทายอันเกิดจากเทคโนโลยีในหลายด้าน ในด้านหนึ่ง เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ขับเร่งความต้องการของพวกเขาให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วไม่สิ้นสุด และในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีก็ได้กลายมาเป็นอาวุธสำคัญของธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์รูปแบบธุรกิจรูปแบบใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

“การเปลี่ยนแปลงไม่เคยเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้มาก่อน แต่ก็จะไม่ช้าขนาดนี้อีกต่อไปแล้ว”

 

ปัจจัยรอบด้านเหล่านี้กดดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเองให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและชาญฉลาด และในขณะเดียวกันก็ปรับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดซึ่งคู่แข่งเก่งขึ้น และสร้างความปั่นป่วน (Disrupt) ได้มากขึ้น ถ้าไม่ทำลายแบบแผนเดิมๆของตัวเอง คู่แข่งก็จะเข้ามาทำลายคุณ คำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่อีกต่อไป

ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ธุรกิจจึงต้องการตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น ตอบสนองต่อปัจจัยรอบตัวได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงและข้อผิดพลาดให้น้อยลง โดย SAP เรียกธุรกิจที่ดำเนินการด้วยคุณลักษณะเช่นนี้ว่า Intelligent Enterprise

 

ทำอย่างไรถึงจะได้เป็น Intelligent Enterprise

การก้าวเข้าสู่การเป็น Intelligent Enterprise นั้นหมายถึงการแปลงทรัพยากรข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งการทำเช่นนี้อาจรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี เช่น Automation เข้ามาเพิ่ม”พลัง”ให้กับการทำงานของสมาชิกภายในองค์กร การออกแบบกระบวนการซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ฉับไว หรือการสร้างสรรค์วิธีการหารายได้ใหม่ๆแก่ธุรกิจด้วยนวัตกรรม จะเห็นได้ว่า ขั้นตอนเหล่านี้นั้นคาบเกี่ยวมีปฏิสัมพันธ์กับทั้งตัวธุรกิจเอง สมาชิกภายในองค์กร และลูกค้าของธุรกิจ ซึ่งนับว่าเป็นสโคปที่กว้าง และชวนให้หลงทางในการเริ่มต้นเอาง่ายๆ

SAP จึงนำเสนอ Framework สำหรับ Intelligent Enterprise ที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งโครงสร้างทางเทคโนโลยีภายในองค์กรออกเป็น 3 เลเยอร์หลัก ได้แก่

 

 

  1. Intelligent Suite ซึ่งประกอบไปด้วยชุดแอปพลิเคชันซึ่งทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับขั้นตอนต่างๆของธุรกิจ เช่น โซลูชันบริหารการผลิตและ Supply Chain หรือแกนหลักดิจิทัลขององค์กรอย่าง ERP ซึ่ง SAP นั้นมีแอปพลิเคชันพร้อมรองรับอุตสาหกรรมกว่า 25 ประเภทด้วยกัน
  2. Intelligent Technologies ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกดึงไปใช้ในการแอปพลิเคชันที่ได้กล่าวไป เช่น เทคโนโลยี AI, Machine Learning, หรือ IoT จาก SAP Leonardo ซึ่งเข้าไปแฝงตัวอยู่ในโซลูชันต่างๆของ SAP และช่วยให้ขั้นตอนการดำเนินงานฉลาด และทรงประสิทธิภาพอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
  3. Digital Platform ซึ่งก็คือฐานรากของโซลูชันดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆขององค์กรนั่นเอง ในที่นี้ประกอบไปด้วยระบบบริหารจัดการข้อมูล SAP HANA Data Management Suite ที่จะเข้ามาเป็น Data Platform ซึ่งช่วยในเรื่องของการจัดเก็บ การเชื่อมต่อรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ การกำหนดแบบแผน และการทำ Data Governance และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร และแพลตฟอร์มคลาวด์ของ SAP สำหรับโครงสร้างอื่นๆ

SAP เชื่อว่า 3 เลเยอร์ของเทคโนโลยีนี้จะช่วยชี้นำให้ธุรกิจเดินทางในเส้นทางสายดิจิทัลได้อย่างมีแบบแผน ซึ่งจะนำธุรกิจไปสู่เป้าหมายที่ธุรกิจต่างก็ใฝ่หาในปัจจุบันอันมีเช่น การมีโมเดลธุรกิจใหม่ การสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีให้กับลูกค้า การตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงแบบ real-time การเพิ่ม Productivity ในการทำงาน และการช่วยให้สมาชิกภายในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น เป็นต้น

ธุรกิจนั้นสามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็นหลายฝ่ายหลายเนื้อหางานได้ก็จริง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ส่วนเล็กๆเหล่านั้นก็ย่อมต้องทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกันในระบบขนาดใหญ่ที่เรียกว่าองค์กร โจทย์ของยุคดิจิทัลคือการพัฒนาให้ส่วนเล็กๆเหล่านั้นสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบเช่นกัน และสำหรับ SAP คำตอบของพวกเขาได้สะท้อนออกมาใน Framework สำหรับ Intelligent Enterprise ชิ้นนี้

 

เซสชั่นอื่นๆในงาน SAP Solutions Summit 2018

 

เปิดประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าของธุรกิจด้วย SAP C/4HANA

Customer Experience (CX) นั้นเป็นแนวคิดที่เพิ่งมีมาไม่นานนัก ทว่าได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อกลยุทธ์ธุรกิจสมัยใหม่ ทำอย่างไรธุรกิจจึงจะสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้เพื่อสร้างแคมเปญการตลาด แนวทางการขาย บริหารความสัมพันธ์ และให้บริการกับลูกค้าในวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยขั้นตอนการดำเนินงานที่เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ กลุ่มผลิตภัณฑ์ SAP C/4HANA อาจเป็นคำตอบของความท้าทายนี้

SAP C/4HANA เป็นชื่อเรียกของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า เร็วกว่า และมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าให้กับทุกขั้นตอนที่องค์กรจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การขายผ่านช่องทางต่างๆ การดำเนินงานของพนักงานขาย การให้บริการลูกค้า และการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานโลก โดยทั้งหมดทำงานอยู่บนระบบคลาวด์ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี In-Memory ของ SAP HANA ที่ช่วยให้ทุกขั้นตอน ทุกการวิเคราะห์ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที

SAP C/4HANA นั้นเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าเลือกใช้และปรับแต่งให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงานขององค์กรอย่างเต็มที่ ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง และมอบประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจในลูกค้าอย่างแท้จริง

 

HR Transformation & Journey

ผู้ร่วมงานในองค์กรในปัจจุบันนั้นมีความหลากหลายซับซ้อนมากขึ้น องค์กรจึงต้องการโซลูชันที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกการใช้งานในขั้นตอนทรัพยากรบุคคล โดย SAP มี SAP SuccessFactors เป็นกลุ่มบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบครบวงจร ที่จะช่วยองค์กรตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครงาน เข้างาน จัดการผลตอบแทน ไปจนถึงการเปิดอบรมเพิ่มทักษะใหม่ๆ โดยทั้งระบบมีการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เข้ามาร่วม เพื่อเปิดให้ธุรกิจสามารถมองเห็นภาพรวมของ Workforce และวางกลยุทธ์งานบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับในส่วนของพนักงาน SAP SuccessFactors มีการให้บริการแบบ Self-Service ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถดำเนินขั้นตอนพื้นฐานอย่างการลางานได้ด้วยตัวเอง แต่ที่เหนือไปกว่านั้น คือการทำตัวเสมือนแพลตฟอร์มที่เปิดให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลของพนักงานรายอื่นๆได้ตามที่ได้รับอนุญาต เช่น ผู้จัดการฝ่ายสามารถเรียกดูข้อมูลและผลสัมฤทธิ์ของสมาชิกภายในทีมได้และนำมาประกอบการวางแผนการดำเนินงานของทีมต่อไปได้

อีกหนึ่งโซลูชันที่น่าสนใจสำหรับการบริหารบุคคลในองค์กรสมัยใหม่ คือ SAP Fieldglass โซลูชัน Cloud-based ที่จะช่วยองค์กรทั้งจัดหาและจัดการการทำงานร่วมกับบุคลากรภายนอก เช่น Outsourcer หรือ Freelancer ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการทำงานในรูปแบบนี้อาจเข้ามามีบทบาทมากในเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเข้าสู่รูปแบบ Gig Economy มากขึ้นในปัจจุบัน

 

เพิ่มประสิทธิซื้อขายแบบ Business-to-Business ด้วย SAP Ariba ที่มาพร้อมเครือข่าย B2B ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SAP Ariba นั้นจะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการซื้อขายในรูปแบบ B2B ที่มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและปัจจัยหลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น และฉลาดยิ่งขึ้น ทั้งในขั้นตอนของการจัดซื้อ การจัดหา และการจัดการ Financial Supply Chain ของการซื้อขาย ครอบคลุมขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ

SAP Ariba มีเครือข่ายธุรกิจ B2B ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่รวบรวมสินค้าและบริการกว่า 195 ประเภทจากธุรกิจมากกว่า 3.4 ล้านรายในระบบ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้เลือกหาสินค้าและบริการที่ถูกใจ และติดต่อประสานงานกับผู้ขายได้โดยง่าย SAP Ariba ใช้เทคโนโลยี Automation เข้ามาจัดการลดความซับซ้อนของขั้นตอนการดำเนินการ และใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาช่วยบริหารความสัมพันธ์กับธุรกิจคู่ค้า ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบที่เปิดกว้าง มีตัวเลือกจำนวนมหาศาล มีขั้นตอนที่ง่าย ฉลาดและเป็นระบบที่จะช่วยให้ธุรกิจซื้อขายในรูปแบบ B2B และสานสัมพันธ์กับบริษัทอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Ariba Network นั้นเปิดกว้างกับธุรกิจทุกประเภท และมีขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมเครือข่ายที่มีซับซ้อน หากท่านใดสนใจเข้าร่วมในเครือข่าย B2B ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ariba.com/support/supplier-support/onboarding

 

จัดการกับค่าใช้จ่ายทุกที่ ทุกเวลา ด้วย SAP Concur

การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายนั้นเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของธุรกิจที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้ามาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพราะนอกจากจะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นถึงภาพรวมและวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้กับการใช้จ่ายแต่ละครั้งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆก็ตาม

SAP Concur Expense ช่วยให้สมาชิกภายในองค์กรรายงานการใช้จ่ายได้อย่างเป็นระบบ ด้วยแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบหลักขององค์กร พนักงานสามารถจดบันทึกและแนบหลักฐานการใช้จ่ายแต่ละครั้งได้ทันที ในขณะเดียวกันองค์กรก็สามารถกำหนดนโยบายการใช้จ่ายลงในระบบได้อย่างเหมาะสม และดำเนินคำร้องการขอเบิกเงินจากพนักงานได้เร็วยิ่งขึ้น

ในส่วนของการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ SAP Concur ก็มีโซลูชัน SAP Concur Travel ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับค่าใช้จ่ายในรูปแบบนี้โดยเฉพาะ พนักงานในองค์กรสามารถจัดการจองที่พัก ตั๋วเดินทาง และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จากผู้ให้บริการที่พักและการเดินทางชั้นนำของโลกที่เข้าร่วมในเครือข่าย Concur Travel ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับระบบขององค์กรเช่นกัน


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

10 อันดับแนวโน้มด้าน IT Infrastructure และ Operations ที่น่าจับตามองในปี 2019

ภายในงานประชุม Gartner ITexpo ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Gartner ได้ออกมาอัปเดตแนวโน้ม 10 อันดับที่จะส่งผลกระทบต่อ IT Infrastructure และ Operations มากที่สุดในปี 2019 ซึ่งสามารถสรุปได้ ดังนี้

Certificate ของ Ericsson หมดอายุ ทำผู้ใช้งาน 32 ล้านคนในสหราชอาณาจักรใช้มือถือไม่ได้

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานโครงข่าย 4G ในสหราชอาณาจักรกว่า 32 ล้านคนไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่าน Smartphone ของตนเองได้ เนื่องจาก Certificate ของ …