Salesforce เพิ่มฟีเจอร์ Vector Database ลงบน Data Cloud

Salesforce เพิ่มฟีเจอร์ Vector Database ลงบน Data Cloud รองรับการเก็บข้อมูลแบบ Unstuctured Data พร้อมเพิ่มความสามารถด้าน AI

Credit: Salesforce

Salesforce ได้ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ Data Cloud Vector Database ลงบน Data Cloud โซลูชันเชื่อมต่อข้อมูลองค์กรเข้าสู่ระบบ CRM ทำให้รองรับการเก็บข้อมูลรูปแบบ Unstuctured Data ได้แล้ว เช่น ไฟล์ PDF, Transcript และอีเมลต่างๆ จุดเด่นคือ สามารถนำข้อมูลเหล่านี้เชื่อมต่อเข้าไปในระบบ Workflow, Analytics และ Automation ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Einstein 1 Platform ระบบผู้ช่วย Generative AI ได้ทันที ลดความยุ่งยากในขั้นตอนการปรับแต่ง LLM ลงไป โดยผู้ใช้งานสามารถเรียกดูข้อมูลผสมผสานระหว่าง Stucture และ Unstructred data ผ่านทาง AI ได้อย่างรวดเร็ว

Salesforce ยังเตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Einstein Copilot Search โดยเป็นการใช้งาน AI สำหรับตีความและช่วยค้นหาข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถระบุ Data Source ที่ต้องการได้ ซึ่งระบบ AI จะทำงานอยู่บน Einstein Trust Layer ช่วยในการรักษาความปลอดภัยและรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดย Salesforces จะเปิดให้ใช้งาน Data Cloud Vector Database และ Einstein Copilot Search ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้

ที่มา: https://www.salesforce.com/news/press-releases/2023/12/14/unstructured-data-ai-search-einstein/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้