Anthropic ขยาย Claude Cowork สู่ Web และ Mobile ใช้งานต่อได้แม้ไม่อยู่หน้าเครื่อง

Anthropic เปิดตัวการใช้งาน Claude Cowork ผู้ช่วย AI แบบ agentic บน web และ mobile ปลดล็อกจากการต้องเปิดแอปบนเดสก์ท็อปค้างไว้ พร้อมให้ผู้ใช้งานสั่งงานต่อและควบคุมได้จากทุกที่

Credit: Anthropic

Cowork เป็นผู้ช่วย AI ที่ให้ผู้ใช้งานเรียกใช้โมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัทเพื่อทำงานข้ามไฟล์ ปฏิทิน อีเมล แอปแชท เว็บ และเครื่องมืออื่นๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว โดยเดิมทีพัฒนาขึ้นเพื่อนำความสามารถของ Claude Code เครื่องมือ AI agent สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ มาปรับให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปิดแอป Cowork บนเดสก์ท็อปทิ้งไว้ให้ทำงาน หากเดินออกจากเครื่องก็จะขาดการเชื่อมต่อและไม่สามารถติดตามความคืบหน้าได้

ด้วยอัปเดตล่าสุดนี้ ผู้ใช้งานสามารถเริ่มงานบนเดสก์ท็อป แล้วไปทำต่อบน mobile หรือ web ได้ทันที ทำให้งานเดินหน้าต่อแม้ไม่ได้นั่งอยู่หน้าเครื่อง เมื่อ Claude พบจุดที่กำกวม ต้องขออนุญาตเข้าถึงเครื่องมือ หรือต้องการการตัดสินใจจากมนุษย์ ผู้ใช้งานก็สามารถเข้าไปควบคุมผ่าน web หรือ mobile ได้ นอกจากนี้งานที่ตั้งเวลาไว้ (scheduled tasks) ยังทำงานได้โดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ค้างไว้ เช่น ตั้งให้เตรียมเอกสารสรุปสำหรับลูกค้าตอน 6 โมงเช้าวันจันทร์ เมื่อถึงออฟฟิศและเปิดเครื่อง Cowork ก็จัดทำเอกสารบรีฟการประชุม ร่างอีเมลติดตามงาน และรวบรวมข้อมูลวิจัยที่จำเป็นไว้เรียบร้อยแล้ว โดยฟีเจอร์นี้เปิดให้บริการในรูปแบบ beta สำหรับผู้ใช้งานแพ็กเกจ Max ที่มีค่าบริการ 100-200 ดอลลาร์ต่อเดือนเป็นกลุ่มแรก

พร้อมกันนี้ Anthropic ยังเผยแพร่รายงานการใช้งาน Cowork โดยได้สำรวจเซสชันการใช้งานแบบไม่ระบุตัวตนจำนวน 1.2 ล้านเซสชันในเดือนพฤษภาคม หลังเปิดตัว Cowork เมื่อเดือนมกราคม 2026 พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของการใช้งานมาจากมืออาชีพที่ใช้เพื่อลดความซับซ้อนของงานปฏิบัติการและสร้างคอนเทนต์ หมวดที่มีสัดส่วนมากที่สุดคืองานกระบวนการธุรกิจและปฏิบัติการ (business process and operations) ซึ่งครอบคลุมงานความรู้ที่ต้องรวบรวมเอกสารกระจัดกระจายมาสรุปเป็นรายงานเดียว หรือเปรียบเทียบข้อมูลที่ซ้ำซาก คิดเป็น 33.4% รองลงมาคือการสร้างคอนเทนต์และงานเขียน (content creation and copywriting) ที่ 16.4% ตามด้วยการพัฒนาซอฟต์แวร์ 8.7%, งาน DevOps และ cloud infrastructure 7%, งานวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล 6.4%, การประมวลผลและสกัดข้อมูลจากเอกสาร 4.1% และงาน sales revenue operations 4%

Anthropic ระบุว่า Cowork แตกต่างจากแชทบอตทั่วไปที่เน้นตอบคำถามอย่างรวดเร็ว โดยเปรียบเสมือนการมีผู้ช่วยฝึกงานดิจิทัลมานั่งทำงานทั้งโปรเจกต์ให้ ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนคำถามให้กลายเป็นงานระยะสั้นหรือระยะยาวที่รันคู่ขนานไปกับงานประจำได้ ซึ่งต่างจาก Claude Code ที่ถูกใช้เป็นหลักโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในการเขียน ดีบัก และส่งมอบโค้ด ทั้งนี้ Anthropic มองว่างานด้านเอกสาร การสร้างคอนเทนต์ และงานความรู้ต่างๆ คือ connective tissue หรือเนื้อเยื่อเชื่อมต่อที่ห้อมล้อมการทำงานทั้งหมด รวมถึงงานของวิศวกรซอฟต์แวร์ด้วย

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/07/07/anthropic-brings-cowork-desktop-onto-web-mobile/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

แคสเปอร์สกี้ชี้ภัยคุกคามไซเบอร์ปัจจุบันเป็น AI-native อนาคตความปลอดภัยไซเบอร์จึงต้องขับเคลื่อนด้วย AI [PR]

แคสเปอร์สกี้ส่งสัญญาณเตือนเรื่องภัยคุกคามร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยได้กล่าวถึงช่องว่างในการมองเห็นภัยคุกคามที่กำลังเป็นปัญหาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และบทบาทของศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) ในยุค AI

Cloudflare OS คือพื้นที่ทำงานด้วย AI แห่งแรกที่สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงวิธีการทำงานจริงของบริษัทต่าง ๆ [PR]

Cloudflare, Inc. บริษัทระบบคลาวด์เพื่อความสามารถในการเชื่อมต่อชั้นนำ ประกาศในวันนี้ว่าจะเปิดตัว Cloudflare OS ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานด้วย AI แบบโอเพนซอร์สที่ทำงานบนเครือข่ายทั่วโลกของ Cloudflare โดย Cloudflare OS จะมอบพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยพร้อมเครื่องมือ AI …