เศรษฐกิจ Ransomware ใน Dark Web โตขึ้น 2,502%

Carbon Black ผู้ให้บริการ Next-generation Endpoint Protection ชื่อดัง ออกมาเปิดเผยถึงปริมาณเว็บไซต์และฟอรัมที่มีการซื้อขาย Ransomware หรือบริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าไถ่ใน Dark Web พบว่าปี 2017 นี้เศรษฐกิจ Ransomware โตขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 2,502%

Credit: Nomad Soul/ShutterStock

การเติบโตของเศรษฐกิจ Ransomware นี้สอดคล้องกับการพยากรณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์หลายท่านเมื่อปีที่ผ่านมาว่า Ransomware จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและเศรษฐกิจของอาชญากรรมไซเบอร์

จากการตรวจสอบ Dark Web ของ Carbon Black พบว่า กว่า 6,300 ไซต์มีกลุ่มแฮ็คเกอร์พร้อมให้บริการ Ransomware รวมไปถึงมีการทำโฆษณามากกว่า 45,000 แคมเปญ โดยราคาของบริการเริ่มต้นตั้งแต่ $0.5 (17 บาท) ไปจนถึง $3,000 (100,000 บาท) ซึ่งแต่ละเรตราคามีโมเดลการให้บริการที่แตกต่างกันออกไป เช่น เป็น Supscription รายเดือน, แชร์ส่วนแบ่งกับเจ้าของมัลแวร์ หรือซื้อขาดไปเลย เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016 พบว่าตลาด Ransomware ใน Dark Web มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก $249,287.05 ไปเป็น $6,237,248.90 หรือคิดเป็น 2,502% ซึ่งเจ้าของ Ransomware บางรายสามารถทำรายได้ได้มากกว่า $100,000 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเงินเดือนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉลี่ยในสหรัฐถึงเกือบ 2 เท่า นอกจากนี้ FBI ยังรายงานว่า การชำระค่าไถ่ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นสูงหลายสิบเท่า คือจาก $24 ล้าน ในปี 2015 กลายเป็น $1,000 ล้านในปี 2016

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่รวมถึง Ransomware ที่ขายหรือให้บริการในเว็บไซต์ทั่วไปหรือ Deep Web

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: https://www.carbonblack.com/wp-content/uploads/2017/10/Carbon-Black-Ransomware-Economy-Report-101117.pdf

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/ransomware-dark-web-economy-increased-by-2-502-percent/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …